
"สมิติเวช"พลิกมิติวงการรพ. มุ่งสู่องค์กรแห่งคุณค่า
ตอบโจทย์ประเทศ 3 เรื่อง สร้างจุดเปลี่ยนในแนวทาง เราไม่อยากให้ใครป่วย ใช้นวัตกรรมวินิจฉัยลึกถึงระดับยีน-โปรแกรมดูแลสุขภาพแบบเฉพาะบุคคล รู้เท่าทันโรคในปัจจุบันและที่จะเกิดในอนาคต
ตอบโจทย์ประเทศ 3 เรื่อง สร้างจุดเปลี่ยนในแนวทาง เราไม่อยากให้ใครป่วย ใช้นวัตกรรมวินิจฉัยลึกถึงระดับยีน-โปรแกรมดูแลสุขภาพแบบเฉพาะบุคคล รู้เท่าทันโรคในปัจจุบันและที่จะเกิดในอนาคต
นพ.ชัยรัตน์ ปัณฑุรอัมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มรพ.สมิติเวช และ.รพ.บีเอ็นเอช กล่าวว่า สมิติเวชในปีที่ 39 จะดำเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์"เราไม่อยากให้ใครป่วย" เพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรแห่งคุณค่า มีจุดประสงค์ที่จะตอบโจทย์ของสังคมและประเทศชาติใน 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่ 1.ในมุมของบุคคล ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเข้ารักษาพยาบาลเมื่อเจ็บป่วยแต่ละครั้งของคนไทยลง จากที่ปัจจุบันมีค่อนข้างสูงเพราะทุกคนต่างต้องการและคาดหวังที่จะได้รับการดูแลรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เครื่องมืออุปกรณ์และยาที่ดีที่สุด
2.ในมุมของประเทศ ช่วยลดค่าใช้จ่ายส่วนของการรักษาพยาบาล (Health Care Cost)ที่สูงมากและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยประเทศไทยอยู่ที่ราว 5 %ของจีดีพี ขณะที่สหรัฐอเมริกาอยู่ที่ 20 %ของจีดีพี และญี่ปุ่น 12 %ของจีดีพี และหากเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุจะยิ่งเพิ่มมากขึ้น และ 3.ช่วยพยุงรายได้ของประเทศ (GDP) เนื่องจากเมื่อบุคคลเจ็บป่วยก็ไม่สามารถประกอบอาชีพหรือดำเนินธุรกิจสร้างรายได้ให้ประเทศได้ ด้วยเหตุนี้ รพ.สมิติเวชจึงหาวิธีพร้อมทั้งเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่สามารถสกัดกั้นและรู้เท่าทันว่าแต่ละบุคคลกำลังมีความเสี่ยงจะเป็นโรคอะไรในปัจจุบันและอนาคต เพื่อจัดการกับโรคต่างๆ ก่อนที่จะมีความรุนแรง
นพ.ชัยรัตน์ กล่าวด้วยว่า สมิติเวชจะทำหน้าที่เป็นตัวช่วยในการดูแลสุขภาพ ด้วยการใช้นวัตกรรมที่สามารถค้นหาโรคในตัวคุณและเตรียมตัววางแผนก่อนเกิดโรคในอนาคต ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ ประกอบด้วย 1.Precision Medicine การแพทย์แบบเฉพาะเจาะจง ลึกระดับยีน ให้ความสำคัญกับการรักษาที่เฉพาะเจาะจง โดยคำนึงถึงพันธุกรรม (GENES) , การใช้ชีวิต (LIFESTYLE) และสิ่งแวดล้อม ( ENVIRONMENT) มาประมวลเพื่อวินิจฉัย วางแผนการรักษา รวมถึงการป้องกันโรคที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งรพ. สมิติเวช ได้เริ่มนำมาดูแลคนไข้ในด้านต่างๆ คือ สูตินรีเวช การตรวจยีนก่อนตั้งครรภ์มีความแม่นยำสูง หาความผิดปกติของยีนด้อยได้กว่า 600 ยีน ตรวจหาโรคทางพันธุกรรมได้กว่า 200 โรค เป็นการหยุดส่งต่อยีนร้ายให้กับรุ่นลูก
มะเร็งวิทยา ใช้ในการรักษาโรคมะเร็ง อาทิ มะเร็งปอด มะเร็งตับ มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งเต้านม เป็นต้น เรียกว่า การรักษาแบบมุ่งเป้า(Targeted Therapy) เป็นการเลือกใช้ยาที่ออกฤทธิ์เฉพาะเจาะจงกับเซลล์มะเร็งให้กับผู้ป่วยแต่ละราย สามารถตอบสนองต่อการรักษาสูงสุดถึง 80% และการป้องกันดูแลสุขภาพแบบองค์รวมทั้งบุคคลและครอบครัว นอกจากการรักษาโรคแล้ว ต้องเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ เช่น โรคมะเร็ง สามารถตรวจได้โดยเลือด รอผลเพียง 4 สัปดาห์ หากพบว่ามีความเสี่ยงก็จะวางแผนเพื่อสกัดการป่วยหรือบรรเทา
2. โปรแกรม Divine โปรแกรมตรวจสุขภาพแบบเฉพาะบุคคล คือนวัตกรรมในการยกระดับสุขภาพให้ถึงจุดที่ดีที่สุดในตัวคุณ เป็นโปรแกรมเฉพาะบุคคลเพื่อการดูแลแบบรู้เท่าทันโรค ด้วยการนำเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ล้ำหน้า Precision Medicine ตรวจลึกถึงระดับยีน และนำมาวิเคราะห์เป็นโปรแกรมการดูแลในแบบเฉพาะบุคคล (Personal Health Mapping TM) โดยมีทีมแพทย์เป็นเทรนเนอร์ด้านสุขภาพอย่างใกล้ชิด ในโปรแกรมนี้ สามารถตรวจพันธุกรรมเพื่อหาความเสี่ยงต่อโรคร้ายต่างๆ มากมาย รวมถึงการตรวจเทโลเมียร์หาความยาวของปลายโครโมโซม ที่จะรู้ถึงอายุเซลล์ภายในร่างกายอย่างแท้จริง และความสัมพันธ์กับการเกิดโรคร้ายต่างๆ เพื่อการดูแลคุณก่อนเกิดโรคร้ายแรง
และ 3. Total Health Solution โปรแกรมแนะนำการตรวจเชิงป้องกันที่เหมาะสมในแต่ละช่วงอายุ เป็นการเตรียมวางแผนไม่ให้เกิดโรคได้ เช่น การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ปีละครั้ง ลดความเสี่ยงได้ถึง 95% ความเสี่ยงจากการเสียชีวิตด้วยมะเร็งเต้านมลดลง 30% สำหรับผู้หญิงอายุ 40 ปี ขึ้นไป หากตรวจเมมโมแกรมปีละครั้ง หรือการฉีดวัคซีนป้องกันโรคงูสวัดในผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป สามารถลดความเสี่ยงได้ 51% เป็นต้น
"ไม่ห่วงว่าการดำเนินการภายใต้วิสัยทัศน์นี้จะทำให้กระทบต่อรายได้ของรพ. เพราะไม่ว่าอย่างไรก็มีคนเจ็บป่วยเข้ารพ. แต่หากรพ.สมิติเวชเป็นองค์กรแห่งคุณค่า ที่เกิดขึ้นจากการดูแล เอาใจใส่บุคคลและสังคม เชื่อว่าเมื่อพวกเขาเจ็บป่วยก็จะนึกถึงรพ.สมิติเวชเอง"นพ.ชัยรัตน์กล่าว







