
ทีเอ็มบี เพิ่มมูลค่าตลอดซัพพลายเชนให้ลูกค้าธุรกิจ ด้วย TMB Supply Chain Financing
ในกระบวนการขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อให้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน ปฏิเสธไม่ได้ว่าความสำเร็จนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากตัวธุรกิจของเราเพียงอย่างเดียว
ในกระบวนการขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อให้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน ปฏิเสธไม่ได้ว่าความสำเร็จนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากตัวธุรกิจของเราเพียงอย่างเดียว ความแข็งแกร่ง สภาพคล่อง และประสิทธิภาพการบริหารงานของซัพพลายเชน ซึ่งรวมทั้งคู่ค้า ซัพพลายเออร์ และดีลเลอร์ หรือตัวแทนขายของให้เรานั้น เป็นปัจจัยสำคัญที่จะเสริมและยกระดับให้ธุรกิจทั้งซัพพลายเชนให้เติบโตไปด้วยกัน โดยไม่มีจังหวะสะดุดหยุดชะงัก
นายรัชกร ชยาภิรัต หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารธุรกรรมทางการเงินภายในประเทศ ทีเอ็มบี หรือ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ทีเอ็มบีได้ศึกษาและให้บริการด้านซัพพลายเชนมาตั้งแต่ปี 2552 โดยพบว่าการขาดเงินทุนหมุนเวียนหรือสภาพคล่องเป็นปัญหาที่พบได้ในเชนธุรกิจ ในตัวอย่างที่ ผู้ผลิตรายใหญ่ (Sponsor) ของซัพพลายเชน คือ โรงงานผลิตเครื่องดื่ม คู่ค้าฝั่งแรกคือ ซัพพลายเออร์ มีความต้องการเงินทุนสำหรับจัดซื้อวัตถุดิบ เพื่อผลิตสินค้าป้อนขายให้กับร้านโรงงงานผลิตเครื่องดื่ม ขณะที่คู่ค้าในอีกฝั่งหนึ่ง หรือ ดีลเลอร์ ตัวแทนจำหน่ายสินค้า ก็ต้องการเงินทุนเพื่อซื้อสินค้าจากผู้ผลิตรายใหญ่ (Sponsor) มาสต็อกไว้สำหรับขายสร้างรายได้ ทีเอ็มบีจึงเข้ามาช่วยบริหารธุรกรรมการเงินให้กับทั้งซัพพลายเชน ภายใต้โซลูชั่นที่เรียกว่า TMB Supply Chain Financing
ที่ผ่านมาทีเอ็มบีให้การสนับสนุน Supply Chain Solution ในหลากหลายอุตสาหกรรม และมีส่วนผลักดันเศรษฐกิจประเทศให้ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เช่น อุตสาหกรรมค้าปลีก อุตสาหกรรมการเกษตร ฯลฯ และล่าสุด ทีเอ็มบีได้รับ รางวัลยอดเยี่ยมด้านการบริหารเงินและเงินทุนหมุนเวียน - ภาครัฐ (Best in Treasury and Working Capital - Public Sector Award) จาก THE Asset นิตยสารด้านการเงินและการธนาคารชั้นนำของเอเซีย ถือเป็นรางวัลที่สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นเลิศและความมุ่งมั่นให้ลูกค้าธุรกิจ เพราะลูกค้าธุรกิจของทีเอ็มบีต้องได้มากกว่า (Get MORE with TMB) ผ่านทางโซลูชันด้านซัพพลายเชนอย่างครบวงจร ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐ
การที่ทีเอ็มบีเข้าไปมีส่วนบุกเบิกและเชื่อมโยงเครือข่ายอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนเพื่อภาครัฐเข้าด้วยกันทั้งซัพพลายเชนคือ ถือเป็นความตั้งใจของทีเอ็มบีที่มองการทำธุรกิจ โดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric) โดยต้องการจะผลักดันผู้ประกอบการธุรกิจก่อสร้างให้กับภาครัฐเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น รวมทั้งร่วมสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐให้เป็นไปโดยสะดวก รวดเร็ว ขานรับนโยบายการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ของประเทศให้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และยังเชื่อมโยงผู้ประกอบการเข้าสู่การ e-Bidding เพื่อรองรับการทำคำสั่งซื้อ-ขาย และทำธุรกรรมธนาคารผ่านช่องทางดิจิทัล ซึ่งจะทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐเป็นไปโดยสะดวกอีกด้วย
"ที่ผ่านมาทีเอ็มบีให้บริการสินเชื่อด้าน Buyer Financing คิดเป็นสัดส่วน 70% ของทั้งจำนวนลูกค้าและวงเงิน ปัจจุบันเรากำลังจะเพิ่มในส่วนของ Supplier Financing มากขึ้น ทั้งนี้ การให้บริการสินเชื่อทั้งซัพพลายเชนจะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพผู้ผลิตรายใหญ่ต้องเห็นความสำคัญของโซลูชั่นด้วยว่า สามารถทำให้ธุรกิจของเขาและของคู่ค้ามียอดขายที่เติบโต และลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นลงได้ โดยทีเอ็มบีพร้อมนำข้อมูลมาช่วยวิเคราะห์สินเชื่อ (Data Analytic) เพื่อให้วงเงินที่เหมาะสม ภายใต้ดอกเบี้ยที่สมเหตุสมผล เพื่อสนับสนุนธุรกิจของผู้ประกอบการให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนตลอดทั้งซัพพลายเชน" นายรัชกร กล่าวสรุป







