posttoday
BDMSผนึกกำลัง 5 รพ.จัดวิ่งมาราธอนสุดยิ่งใหญ่

BDMSผนึกกำลัง 5 รพ.จัดวิ่งมาราธอนสุดยิ่งใหญ่

08 กันยายน 2559

BDMS Bangkok Marathon 2016 จัดวิ่งภายใต้แนวคิด “Running is Medicine”กีฬาคือยาวิเศษ

BDMS Bangkok Marathon 2016 จัดวิ่งภายใต้แนวคิด “Running is Medicine”กีฬาคือยาวิเศษ

นายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ประธานคณะผู้บริหารและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ พล.อ.มนัส คล้ายมณี นายกสมาคมนักวิ่งเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย เป็นประธานเปิดงานแถลงข่าว 5 กลุ่มโรงพยาบาลเครือ BDMS ผนึกกำลังเตรียมความพร้อมนักวิ่งสู่การแข่งขัน "BDMS Bangkok Marathon 2016" โดยมี นายแพทย์ชาตรี ดวงเนตร กรรมการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ-การแพทย์ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) นาวาอากาศเอก (พิเศษ) นายแพทย์ไพศาล จันทรพิทักษ์ ประธานคณะทำงานฝ่ายแพทย์ของงานกรุงเทพมาราธอน และซีอีโอจาก5 กลุ่มโรงพยาบาล จัดแถลงข่าวเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับนักวิ่ง ภายใต้แนวคิด Running is Medicine กีฬาคือยาวิเศษ ชัยชนะของสุขภาพ และเป้าหมายชีวิต พร้อมเปิดตัว The Running Experts Facebook และ BDMS Medical Team อุ่นใจเมื่อเราวิ่งด้วยกัน พร้อมการสาธิตการกู้ชีพด้วยเครื่องกระตุกหัวใจ (AED) ณ ห้องประชุม 7R1 ชั้น 7 อาคารเวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลกรุงเทพ เมื่อเร็วๆนี้

นายแพทย์ ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ประธานคณะผู้บริหารและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า งาน “BDMS Bangkok Marathon 2016” ถือเป็นปีเริ่มต้นของบีดีเอ็มเอส(BDMS) หรือ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) ผู้ประกอบการธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนใน 5 เครือข่ายโรงพยาบาลชั้นนำของประเทศไทย ซึ่งประกอบไปด้วย รพ.กรุงเทพ รพ.สมิติเวช รพ. บีเอ็นเอช  รพ. พญาไท รพ. เปาโล และ รพ. รอยัล ในประเทศกัมพูชา ครอบคลุมการให้บริการกว่า 44 สาขา ในการมีส่วนร่วมกับกิจกรรมที่น่าสนใจของนักวิ่งจากทั่วโลก ในฐานะผู้สนับสนุนหลัก เรามีความพร้อมด้านการดูแลสุขภาพในทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะด้านเวชศาสตร์การกีฬาและเวชศาสตร์ฉุกเฉิน เพิ่มสมรรถภาพกล้ามเนื้อและการป้องกันการบาดเจ็บในระหว่างแข่งขัน ซึ่งโรงพยาบาลในเครือ จะมีแพทย์เฉพาะทางหลายสาขา อาทิ แพทย์เวชศาสตร์กีฬา ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูด้านเวชศาสตร์กีฬา แพทย์ที่ปรึกษาทางด้านหัวใจ ปอด สมอง เป็นต้น พร้อมทีมพยาบาล และนักกายภาพบำบัด ที่ได้รับการศึกษาอบรมเฉพาะการกีฬาและการออกกำลังกาย เทคโนโลยีในการทดสอบ ประเมินสมรรถนะ ตรวจวินิจฉัยและรักษา พร้อมให้คำปรึกษาในการทดสอบและประเมินสมรรถภาพร่างกาย ออกแบบการออกกำลังกาย วิเคราะห์การเคลื่อนไหว วิเคราะห์และให้คำปรึกษาภาวะโภชนาการ และให้คำปรึกษาด้านจิตวิทยา

ขณะที่ น.อ.(พิเศษ)นายแพทย์ไพศาล จันทรพิทักษ์ ผู้อำนวยการอาวุโส โรงพยาบาลกรุงเทพ สายกิจกรรมพิเศษ กล่าวถึงที่มาของนิยามในการวิ่งครั้งนี้ว่า BDMS สนับสนุนให้ทุกคนวิ่งเพื่อสุขภาพ เพราะกีฬาคือยาวิเศษที่จะสร้างสุขภาพที่ดี ร่างกายแข็งแรง ป้องกันทุกโรค ดังแนวคิด Running is medicine กีฬาคือยาวิเศษ ชัยชนะของสุขภาพและทุกเป้าหมายชีวิต ซึ่งถือได้ว่า ทุกการออกกำลังกายไม่ว่าจะชนิดกีฬาใด ล้วนเป็นยาทั้งสิ้น ทั้งในด้านป้องกันโรคและรักษาโรค เพราะการออกกำลังกายเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ส่งเสริมให้ทุกคนมีสุขภาพดีอย่างยืนยาว เหมือนการวิ่ง เป็นกีฬาที่ทุกคนสามารถทำได้ทุกวัน ทุกเวลา ทุกเพศทุกวัย เพียงคุณมีเวลาสักเล็กน้อยไม่กี่นาทีต่อวัน สามารถวิ่งออกกำลังกายให้ร่างกายได้เผาผลาญพลังงาน บริหารหัวใจและปอดให้เลือดลมสูบฉีด ส่งออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ในร่างกายได้อย่างเพียงพอ อีกทั้งสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ สร้างความสมส่วนให้กับร่างกายและเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างสมบูรณ์ด้วย

นายแพทย์ไพศาลกล่าวเพิ่มเติมว่า ในการแข่งขันครั้งนี้ซึ่ง BDMSได้เข้ามาเป็นผุ้สนับสนุนอย่างเป็นทางการในปีแรก เราเตรียมความพร้อมทั้งในด้านการรักษาพยาบาล Medical Support Team  ที่มีแพทย์ พยาบาล รถพยาบาลสแตนบายกระจายหลายจุดจากโรงพยาบาลในเครือข่ายร่วมกับโรงพยาบาลรัฐ เตรียมทีมอาสาสมัครนักวิ่งหรือ BDMS Medical Team จำนวน 500 คน อาสาวิทยุสมัครเล่น 400 คน คอยประสานงานให้ความช่วยเหลือผู้เข้าร่วมแข่งขัน มีจักรยานกู้ชีพ AED Volunteer Bike ที่ให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงทีในวันแข่งขัน และนอกจากนี้ เรายังได้เตรียมข้อมูลด้านการวิ่ง กระจายผ่านสื่อเฟสบุค เพจ the Running Experts รวมไปถึงจัดแคมเปญเรียลลิตี้ Beat Your Limit หานักวิ่งร่วมพิชิตขีดจำกัดของตัวเองในการวิ่งมาราธอน  เพื่อรองรับมหกรรมการวิ่งครั้งยิ่งใหญ่นี้อย่างครบครันในทุกมิติ

นายแพทย์นรินทร  สุรสินธน ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิทและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย กล่าวว่า หากชัยชนะแห่งสุขภาพสร้างได้ด้วย...การวิ่ง และ “เป็นที่มาของเครือBDMS ได้เปิดตัว เพจ THE RUNNING EXPERTS ซึ่งตั้งขึ้นเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการวิ่ง ไม่ใช่แค่วิ่งเป็น แต่ให้วิ่งอย่างเข้าใจ ด้วยคำแนะนำใกล้ชิดจากกลุ่มแพทย์นักวิ่ง ผู้มีความเชี่ยวชาญสหสาขา จาก 5 กลุ่มโรงพยาบาลในเครือ BDMS นำเสนอคอนเทนต์ บทความเกี่ยวกับเรื่องการวิ่งในรอบด้าน จากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เช่น เรื่องการเตรียมความพร้อมก่อนวิ่ง การรักษาอาการบาดเจ็บต่างๆ การรับประทานอาหารที่ถูกหลักก่อนและหลังวิ่ง และการช่วยเหลือเบื้องต้นเมื่อพบภาวะหัวใจวายระหว่างวิ่ง ฯลฯ โดยจะนำเสนอในรูปแบบของบทความสุขภาพ Infographic และ Video Clip  แนะนำการวิ่งกับไลฟ์สไตล์ต่างๆ เช่น       เทรนด์การวิ่ง รองเท้าวิ่ง การกินอาหาร และคำคมแรงบันดาลใจ ฯลฯ มีแนะนำกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นเกี่ยวกับ BDMS Bangkok Marathon และอัพเดทข่าวสารการวิ่งอื่นๆ จากทั่วโลก  พร้อมทั้งอัพเดทกิจกรรม “Beat your Limit” เทรนนิ่งอาสาสมัคร 9 ท่าน เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดการวิ่งของตัวเอง เพื่อเข้าร่วมในการแข่งขันนี้

นายแพทย์ภัทรภณ อติเมธิน แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิ่งและอาการบาดเจ็บจากการวิ่ง ประจำ Running Clinic โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท กล่าวเสริมว่า Running Clinic ของรพ. ซึ่งเป็นคลินิกด้านการวิ่งเต็มรูปแบบในประเทศไทย มีความพร้อมที่จะดูแลนักวิ่ง ทั้งในด้านอาการบาดเจ็บ และการพัฒนาศักยภาพ เราจึงตั้งใจจัดแคมเปญ Beat Your Limit ซึ่งเป็นกิจกรรมแนว Realityให้นักวิ่งร่วมพิชิตขีดจำกัดของตัวเองไปพร้อมๆ กับเรา เพื่อเตรียมพร้อมก่อนแข่งขัน BDMS Bangkok Marathon2016 ในวันที่ 20 พฤศจิกายน เราค้นหานักวิ่ง 9 คนเพื่อร่วมฝึกซ้อมวิ่งอย่างผู้เชี่ยวชาญโดยคำแนะนำและการดูแลอย่างใกล้ชิดหากมีอาการบาดเจ็บเกิดขึ้นระหว่างการฝึกซ้อมจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของ Running Clinic รพ.สมิติเวช สุขุมวิทและตารางการฝึกซ้อมการวิ่งจาก ครูดิน อ.สถาวร จันทร์ผ่องศรี ตลอด 12 สัปดาห์  พร้อมรับการตรวจประเมินการวิ่งโดยใช้ Running analysis, VO2max test (วีโอทูแม๊กซ์) และการตรวจร่างกายเพื่อประเมิน และป้องกันอาการบาดเจ็บจากการวิ่ง  ซึ่งก่อนการแข่งขัน นักวิ่งทุกท่านจะได้รับคำแนะนำเรื่องโภชนาการในการซ้อม และการแข่งขันอีกด้วย

นายแพทย์นันทวัฒน์ อุตตโม แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาลพญาไท 2 กล่าวว่าอาการบาดเจ็บของนักวิ่งได้จัดแบ่งออกเป็นกลุ่ม ๆ 60% เป็นกลุ่มที่ได้รับการบาดเจ็บชนิดที่เป็นอุปสรรคต่อการวิ่งมาก่อน และเป็นกลุ่มเริ่มหัดวิ่งโดยที่ร่างกายยังไม่พร้อม วิ่งมากเกินไป วิ่งบนทางวิ่งที่แข็งเกินไป สวมรองเท้าที่ไม่เหมาะสม ซ้อมวิ่งจนเกินขนาดที่ร่างกายจะทนได้ การฝึกวิ่งของแต่ละคนจะมีความทนได้ไม่เท่ากัน ฉะนั้นไม่ควรทำตามนักวิ่งคนอื่น จะต้องหาขนาดที่พอเหมาะของตัวเอง   

สำหรับตำแหน่งที่บาดเจ็บ อาทิ ข้อเข่า เอ็นร้อยหวาย ปวดหน้าแข้งและกระดูกหักจากแรงอัด พังผืดยึดกระดูกฝ่าเท้า (อักเสบ) นักวิ่งอาจเกิด ปวดหน้าแข้ง กระดูกสะบ้าเข่าอ่อน ปวดกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อโคนขาด้านหลังยึดเจ็บ เอ็นกล้ามเนื้อขาหนีบฉีก และปวดหลัง ส่วนใหญ่เกิดจากการฝึกวิ่งไม่ถูกวิธีและใส่รองเท้าไม่เหมาะสม หากนักวิ่งที่ได้รับบาดเจ็บ ควรยุติการวิ่ง อย่าฝืน แล้วลองปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพื่อยืดกล้ามเนื้อ หรือบรรเทาอาการเจ็บปวดให้ลดลงก่อน  แต่หากอาการรุนแรงควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการรักษาให้ตรงจุด

นายแพทย์กฤษณ์ คุรุชัยยะพาณิชย์ ผู้อำนวยการศูนย์ฉุกเฉินและส่งต่อ โรงพยาบาลบีเอ็นเอช ให้ข้อมูลว่า ในการวิ่งมาราธอนที่มีระยะทางค่อนข้างไกล หากวันก่อนการแข่งขัน พักผ่อนไม่เพียงพอ อดหลับ อดนอน รู้สึกไม่สบายตัว ก็ไม่ควรฝืนร่างกายตัวเองลงแข่ง ก่อนออกวิ่งก็ต้องอบอุ่นร่างกายให้เพียงพอ ยืดเส้นยืดสายทุกส่วนของร่างกายให้พร้อมก่อนออกสตาร์ท มีบางรายที่มีโรคประจำตัวด้วย หรืออายุมากแล้ว การเตรียมตัวอีกอย่างหนึ่งคือการตรวจร่างกายประจำปีอย่างสม่ำเสมอ ที่น่าเป็นห่วงคือ นักวิ่งเองไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังมีปัญหาด้านสุขภาพ ซึ่งจริงๆ แล้วสามารถตรวจพบได้เมื่อตรวจสุขภาพประจำปี มีหลายโรคที่เป็นภัยเงียบ ไม่มีอาการแสดง แต่อันตรายถึงชีวิต อย่างเช่น หัวใจวายเฉียบพลัน เมื่อเกิดอาการนักวิ่งจะมีอาการเจ็บที่หน้าอกอย่างกระทันหัน วูบ และจะล้มลงและหมดสติในที่สุด หรือหลอดเลือดในสมองแตก มีอาการปวดศีรษะขึ้นอย่างเฉียบพลัน คลื่นไส้ อาเจียน เดินเซ มองไม่ชัด  แขนขาอ่อนแรงข้างใดข้างหนึ่ง พูดไม่ชัด อาจหมดสติ ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน ไม่เช่นนั้นคนไข้อาจจะกลายเป็นอัมพาตไปตลอดชีวิต หรืออาจเกิดการสูญเสียได้, หรือ โรคลมแดดซึ่งสามารถพบได้ในนักกีฬาที่มีการออกกำลังกายอย่างหนัก ซึ่งร่างกายไม่สามารถปรับตัวกับความร้อนที่เกิดขึ้น (ภายนอกและ ภายในร่างกาย) อาจมีอาการตั้งแต่น้อยจนถึงมาก โดยเฉพาะ Heat stroke เป็นอาการที่มีความรุนแรงที่สุด ซึ่งจะมีอันตรายถึงชีวิต จำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยเร่งด่วน ผู้ป่วยจะมีอาการนำคือ ไข้สูงมากกว่า 40 C คลื่นไส้อาเจียน เวียนศีรษะ เดินเซ จนถึงซึม ชักและไม่รู้สึกตัวได้ ถึงแม้ว่านักกีฬาดูแลร่างกายของตัวเองดีอยู่แล้ว แต่เรื่องของสุขภาพไม่เข้าใครออกใคร ไม่ว่าจะเป็นนักวิ่งมือใหม่หรือนักวิ่งมืออาชีพก็มีสิทธิที่จะเกิดอุบัติเหตุระหว่างการวิ่งได้ สำคัญคือต้องประเมินตนเองให้ได้ ไม่ฝืนร่างกาย ไม่หักโหมจนเกินไป ระมัดระวัง ไม่ประมาท เล่นแต่พอดี กีฬาจึงจะเป็นยาวิเศษของจริง  นพ. กฤษณ์ กล่าวทิ้งท้าย

แพทย์หญิงสมจินตนา เอี่ยมสรรพางค์ ผู้อำนวยการแผนกฉุกเฉิน โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า ในปีนี้ BDMS เตรียมแผนรับมือในส่วนของ Medical Support Team เพื่อช่วยเหลือนักวิ่งที่อาจได้รับบาดเจ็บและมีอุบัติเหตุระหว่างการแข่งขัน นักวิ่งสามารถขอความช่วยเหลือได้จากทีม BDMS Medical Team จำนวน 500 คน ที่วิ่งไปพร้อมๆ กับท่าน หรือสามารถขอความช่วยเหลือกับอาสาวิทยุสมัครเล่นที่ประจำจุดทุกๆ 200 เมตร หรือทีมจักรยานกู้ชีพ AED Volunteer bike จำนวน 14 คันที่ตรวจตราดูแลความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมแข่งขันทั้งเส้นทาง หากเกิดภาวะฉุกเฉิน ในกรณีที่พบผู้ป่วยหมดสติ ทาง BDMS Medical Team หรือนักวิ่งท่านอื่นๆ สามารถติดต่อแจ้งอาสาวิทยุสมัครเล่นที่อยู่ประจำจุด ให้เข้ามาช่วยเหลือพร้อมแจ้งให้ทีมจักรยาน AED เข้ามาช่วยเหลือต่อเนื่องและแจ้งทีม advance หรือหน่วยรถพยาบาลที่อยู่ใกล้ที่สุดมารับผู้บาดเจ็บไปปฐมพยาบาลหรือนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับรักษาอย่างเร่งด่วน

ก่อนเริ่มการแข่งขันครั้งนี้ ทาง BDMS ได้รณรงค์ให้มีการฝึกอบรมให้กับอาสาวิทยุสมัครเล่น จำนวน 4 รุ่น เตรียมพร้อมช่วยฟื้นคืนชีพ Cardiopulmonary resuscitation หรือ CPR ควบคู่ไปกับการฝึกใช้เครื่อง AED ในที่สาธารณะ สำหรับการปฐมพยาบาลผู้ที่หมดสติสงสัยว่ามีภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันนั้นจะต้องได้รับการกู้ชีพด้วยการกดหน้าอกหรือ CPR ร่วมกับการใช้ AED : Automated External Defibrillator ก่อนที่บุคลากรการแพทย์จะมาถึง ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญมากต่อการรอดชีวิตของผู้ป่วย โดยการกู้ชีพนั้นทุกคนสามารถทำได้ด้วยการกดหน้าอก และการใช้เครื่องAED ภายในช่วงไม่กี่นาทีแรกหลังเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นนั้น จะช่วยให้โอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วยมีมากขึ้นหลายเท่า

ทั้งนี้ กิจกรรมการวิ่งมาราธอนประเพณี บีดีเอ็มเอส กรุงเทพมาราธอน ครั้งที่ 29 (BDMS Bangkok Marathon 2016) จัดขึ้น ในวันอาทิตย์ที่ 20 พ.ย.2559 จัดให้มีการวิ่ง 3 ประเภท  คือ มาราธอน (42.195 กม.) ฮาล์ฟมาราธอน (21.100 กม.) และมินิมาราธอน (10 กม.) จุดสตาร์ทที่สนามไชย


 

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน