
"โควิดเป็นศูนย์" นโยบายสะเทือนเศรษฐกิจจีน
สัปดาห์ที่ผ่านมา จีนเกิดเหตุประท้วงหลายแห่ง อันเนื่องมาจากนโยบายโควิดเป็นศูนย์ของสี จิ้น ผิง จนทำให้รัฐบาลกลาง ต้องประกาศผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิดบางส่วน ซึ่งนโยบายดังกล่าวไม่เพียงแต่กระทบความเป็นอยู่ของประชาชน ยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจจีนอย่างมาก
เศรษฐกิจไม่เฟื่อง
ปฏิเสธไม่ได้ว่า การดำเนินนโยบายโควิดเป็นศูนย์ถือเป็นนโยบายที่ดูเหมือนว่าจะมีความสำคัญต่อผู้นำอย่างสี จิ้น ผิงเป็นอย่างมาก จากการที่ผู้นำของจีนประกาศที่จะเอาชนะเชื้อร้ายที่สร้างความเสียหายทั้งทางชีวิตและเศรษฐกิจต่อผู้คนทั่วโลก โดยการแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงทำให้ก่อนหน้านี้ รัฐบาลจีนต้องเดินหน้าล็อกดาวน์หลายๆเมือง รวมไปถึงการปิดเมืองเซี่ยงไฮ้ ที่ไม่มีใครคาดคิดว่า จีนจะกล้าเดินหน้าทำการปิดเมืองที่เป็นหนึ่งในศูนย์กลางสำคัญทางเศรษฐกิจโลกได้
คาดการณ์เศรษฐกิจได้ยาก
เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมในโรงภาพยนตร์ที่ถือเป็นจุดที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการแพร่กระจายของโควิด-19 ก็ยังมีรายได้ลดน้อยลงกว่า 66 เปอร์เซ็นต์ในช่วงที่มีวันหยุดประจำชาติ ถือเป็นรายได้ที่หดหายน้อยที่สุดนับตั้งแต่ปี 2014 ทางด้าน Wang Zhe นักเศรษฐศาสตร์ของจีนได้คาดการณ์ว่า อุตสาหกรรมภาคการให้บริการจะมีตัวเลขต่ำที่สุดในรอบ 6 เดือน เนื่องจากตลาดภาพรวมในเวลานี้ดูแล้วไม่ค่อยเป็นเท่าไรนัก
การจำกัดในเรื่องของการเดินทางและการจับจ่ายใช้สอยเป็นสิ่งที่ดูเหมือนว่าทางรัฐบาลของประเทศจีนจะให้ความสำคัญมาก และยิ่งดูเหมือนว่าโควิด-19 จะไม่สามารถเอาชนะได้ง่าย ๆ ด้วยแล้ว ก็อาจมีความเป็นไปได้ที่ทางรัฐบาลอาจมีมาตรการอื่น ๆ ในการเอาชนะเชื้อร้ายที่ไม่รู้ได้ว่าจะจบลงเมื่อไร แม้ว่าในช่วงเดือนที่ผ่านมาทางธนาคารโลกได้ออกมาระบุว่า ปีนี้เศรษฐกิจจีนจะมีการขยายตัวอยู่ที่ประมาณ 2.8 เปอร์เซ็นต์ก็ตาม แต่การดำเนินนโยบายโควิดเป็นศูนย์ของรัฐบาลจีนอาจทำให้ตัวเลขดังกล่าวไม่อาจฟันธงได้อย่างแม่นยำได้
หรือหากมองกลับกันแล้ว การดำเนินนโยบายโควิดเป็นศูนย์อาจเป็นการดำเนินนโยบายที่ให้ความสำคัญกับความมั่นคงของรัฐบาลมากกว่า ที่จะเป็นการปกป้องเศรษฐกิจภาพรวม และจะต้องไม่ลืมว่าจีนถือเป็นหนึ่งในประเทศที่กุมชะตาระบบเศรษฐกิจโลกใบนี้ด้วย
ข้อมูลจาก : https://www.wsj.com/articles/chinas-covid-lockdowns-deal-another-blow-to-consumer-spending-11665386341







