posttoday
สู่วันที่ตั๋วเครื่องบินราคาถูกกว่ารถไฟกับเครื่องบินพลังงานไฟฟ้า

สู่วันที่ตั๋วเครื่องบินราคาถูกกว่ารถไฟกับเครื่องบินพลังงานไฟฟ้า

28 กรกฎาคม 2565

เทคโนโลยี EV หรือ ยานยนต์ไฟฟ้า ถูกคิดค้นเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม แม้แนวคิดจะดีแต่การพัฒนานี้ก็สร้างความลำบากให้บางภาคส่วนโดยเฉพาะอุตสาหกรรมการบิน แต่การพัฒนาในครั้งนี้ก็มีข้อดี เมื่อพลังงานไฟฟ้าทำให้ค่าโดยสารเครื่องบินถูกกว่าราคาตั๋วรถไฟ

ยานยนต์ไฟฟ้าคือประเด็นที่ได้รับการพูดถึงมากขึ้นทุกขณะในปัจจุบัน จากเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ ทั่วโลกต่างขานรับนโยบายเดินหน้าปฏิรูปอุตสาหกรรมคมนาคมในประเทศ เพื่อลดมลภาวะและบรรเทาผลกระทบจากภาวะโลกร้อนที่ดูจะหนักหนาขึ้นทุกวัน

 

          หนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้หนีไม่พ้น อุตสาหกรรมการบิน ด้วยอัตราการปล่อยคาร์บอนออกมารวมกว่า 2% ของอัตราการปล่อยก๊าซทั่วโลก แต่เทคโนโลยี EV มีข้อจำกัดในการใช้งานบนอากาศยาน ปัจจุบันจึงเป็นโจทย์ข้อใหญ่ทั้งแก่นักวิจัยและแวดวงการบินว่า ทำอย่างไรจึงสามารถแก้ปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปัจจุบัน

 

          แต่แนวทางกการพัฒนาของเครื่องบินไฟฟ้ารุ่นล่าสุด อาจเปลี่ยนแปลงรูปแบบของอุตสาหกรรมการบินไปโดยสิ้นเชิง


สู่วันที่ตั๋วเครื่องบินราคาถูกกว่ารถไฟกับเครื่องบินพลังงานไฟฟ้า

ข้อจำกัดของยานยนต์ไฟฟ้าต่อการผลิตอากาศยาน

 

          ในยุคสมัยที่ผู้คนพากันพัฒนา EV หรือยานยนต์ไฟฟ้ากันมากมาย ทั้งรถยนต์ รถบรรทุก รถไฟ หรือแม้กระทั่งเรือ หลายภาคส่วนเริ่มทยอยเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด หลายประเทศรวมถึง สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ(IATA) ต่างตอบรับนโยบายเพื่อมุ่งสู่ Net zero ที่ถูกตั้งเป้าไว้ในปี 2050

 

          น่าเสียดายสำหรับอุตสาหกรรมการบินการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้งานกลับไม่ง่ายนัก ด้วยเทคโนโลยีของแบตเตอรี่ในปัจจุบันมีขีดจำกัด จากปัญหาในด้านปริมาณความจุของแรงดันไฟฟ้ารวมถึงน้ำหนักของแบตเตอรี่ กลายเป็นข้อด้อยประการสำคัญจนไม่สามารถนำมาทดแทนเครื่องบินที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

 

          ความพยายามในการวิจัยยังคงเดินหน้ามองหาหนทางให้อุตสาหกรรมการบินเข้าสู่พลังงานสะอาด ให้สามารถนำมาทดแทนการใช้เชื้อเพลิงแบบเก่าแต่คงจำเป็นต้องใช้เวลา ระหว่างนี้อาจจำเป็นต้องมองหาลู่ทางอื่นหรือคงสภาพกันไปก่อน อาจต้องรอกันอีกสักพักเพื่อให้เทคโนโลยี EV พร้อมใช้งานในภาคการบินอย่างแท้จริง

 

          แน่นอนปัจจุบันเรามีเครื่องบินพลังงานไฟฟ้าอยู่เช่นกัน หลายบริษัทต่างทยอยเปิดตัวอากาศยานที่ใช้เทคโนโลยี EV กันไม่น้อย แต่ด้วยข้อจำกัดที่กล่าวไประยะทางและเวลาการใช้งานจึงค่อนข้างสั้น เช่น เครื่องบินไฟฟ้า X-57 Maxwell รุ่นต้นแบบของ NASA ก็สามารถบินได้ในระยะทางเพียง 160 กิโลเมตร และ บินได้นานสุดเพียง 40 นาที

 

          แต่นั่นทำให้เริ่มเกิดแนวคิดทางธุรกิจแบบใหม่โดยการใช้เครื่องบินไฟฟ้าในการคมนาคมระยะสั้นขึ้นมาแทน

 

สู่วันที่ตั๋วเครื่องบินราคาถูกกว่ารถไฟกับเครื่องบินพลังงานไฟฟ้า

เที่ยวบินภายในประเทศราคาประหยัดที่มีราคาถูกกว่ารถไฟ

 

          เครื่องบินภายใต้การพัฒนาของบริษัท Triplane มีชื่อว่า Bio Electric Hybrid Aircraft (BEHA) มีความจุผู้โดยสารสูงสุดอยู่ 19 ที่นั่ง ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์พลังงานไฟฟ้า ผสานเข้ากับกังหันก๊าซขนาดเล็กเพื่อช่วยเพิ่มความเสถียรในการผลิตไฟฟ้าแก่ตัวเครื่อง

 

          จุดเด่นสำคัญของเครื่องบินลำนี้คือการมีชิ้นส่วนน้อยกว่าเครื่องบินรุ่นเก่า ทำให้เมื่อทำการบินจะมีต้นทุนถูกกว่าเครื่องบินเชิงพาณิชย์และเครื่องบินใบพัดแบบเดิมมาก ก่อให้เกิดมลภาวะทางเสียงและเป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่า รวมถึงรองรับการบินขึ้น-ลงในรันเวย์ขนาดสั้น(ไม่เกิน 1.8 กิโลเมตร) จึงถือเป็นอากาศยานที่มีความคล่องตัวสูง

 

          เป้าหมายของบริษัท Triplane ในการพัฒนาเครื่องบินรุ่นนี้คือ การใช้งานอากาศยานแทนขนส่งมวลชนภายในประเทศ ด้วยความสะดวกรวดเร็ว กินพื้นที่ในการออกตัวน้อย อีกทั้งเสียงยังเงียบเวลาขึ้นบิน จึงเกิดเป็นแนวคิดในการใช้งานเครื่องบินไฟฟ้าชนิดนี้แทนรถไฟหรือรถโดยสารประจำทาง

 

          โดยทางบริษัทออกมายืนยันว่า BEHA จะมีเที่ยวบินในระยะสั้นตามเมืองต่างๆ เช่น ในลอนดอน-แมนเชสเตอร์ในราคาราว 25 ปอนด์(1,100 บาท)ต่อเที่ยว ในขณะที่ตั๋วรถไฟข้ามเมืองในปัจจุบันราคาถูกที่สุดอยู่ราว 36 ปอนด์(1,600 บาท)ต่อเที่ยว จึงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้โดยสารได้มาก

 

          จุดเด่นอีกประการสำหรับ BEHA คือการเข้าถึงพื้นที่ห่างไกลหรือชุมชนขนาดเล็ก โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยระบบรางหรือสถานีรถไฟแบบขนส่งมวลชนชนิดอื่น ไม่จำเป็นต้องมีการวางระบบลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ด้วยจำนวนเงินมหาศาล เพียงมีสถานีเติมพลังงานรองรับและพื้นที่โล่งเพียงพอให้เป็นรันเวย์ก็พร้อมสำหรับให้บริการ

 

          ปัจจุบันเครื่องบิน BEHA ยังคงอยู่ในขั้นการพัฒนา โดยมีแผนว่าจะผลิตตัวต้นแบบสำเร็จภายในปี 2025 และพร้อมสำหรับสายการบินเชิงพาณิชย์ภายในปี 2027

 

 

          แน่นอนว่า BEHA ไม่ใช่เครื่องบินไฟฟ้ารุ่นเดียวที่อยู่ภายใต้การพัฒนา หลายบริษัทต่างมองหาตัวเลือกพลังงานสะอาดมาใช้งานเช่นกัน เช่น Volocopter ที่เตรียมให้บริการแท็กซี่บินได้ในสิงค์โปร์และปารีสภายในปี 2024 รวมถึงแนวคิดในการใช้งานเรือเหาะพลังงานไฟฟ้าของสายการบิน Air Nostrum ที่จะนำมาใช้กับเที่ยวบินในประเทศด้วยเช่นกัน

 

          คงต้องรอดูกันไปว่าเทคโนโลยีการบินจะถูกพัฒนาไปทิศทางใด แต่เมื่อดูแนวโน้มการพัฒนาเทคโนโลยีทั่วโลก ในไม่ช้าเครื่องบิน EV จะเข้ามาทดแทนเครื่องบินรุ่นเก่าในสักวัน ขึ้นกับเวลาเท่านั้นว่าเครื่องบินพลังงานไฟฟ้าข้ามทวีปจะถูกพัฒนาออกมาให้พร้อมใช้งานในวันไหน

 

 

 

          ที่มา

 

          https://interestingengineering.com/a-hybrid-triplane-design-could-provide-airfares-cheaper-than-rail

 

          https://www.bbc.com/news/business-62120130

 

          https://th.trip.com/

 

          https://next.nationtv.tv/innovation/next-breakthrough/1345

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน