
‘กชกร วรอาคม’ ภูมิสถาปนิกกับปณิธานออกแบบพื้นที่ ‘บำบัดเมือง บำบัดคน’
‘กชกร วรอาคม’ หนึ่งในสตรีแห่งยุคผู้ยืนหยัดการออกแบบเพื่อพัฒนาสิ่งแวดล้อมจนกลายเป็นหนึ่ง 15 Women Leading the Fight with Climate Change ที่ถูกจัดอันดับขึ้นโดยนิตยสาร TIME
ทุกครั้งที่เราได้ยินชื่อเสียงคนไทยในเวทีระดับโลก ก็สามารถสร้างความตื่นหูตื่นตาและความภาคภูมิใจให้กับเราได้ไม่น้อย ซึ่งถือว่าที่ผ่านมาแต่ละครั้งมีไม่บ่อยนัก โดยเฉพาะในประเด็นเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมหรือ Climate Change ซึ่งอาจารย์กช หรือ ‘กชกร วรอาคม’ เป็นหนึ่งในหญิงแกร่งที่ต่อสู้กับการเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนเมืองมาตลอดจนเป็นที่จับตาของนิตยสารระดับโลกอย่าง TIME มิหนำซ้ำเธอยังติดโผ 1 ใน 15 Women Leading the Fight with Climate Change อีกด้วย
‘กชกร วรอาคม’ กับปณิธานที่มากกว่าการออกแบบ
ถ้าหากจะให้คุณ กชกร นิยามตัวตนจากในมุมของตัวเอง เธอคิดว่าเธอเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง ที่ชอบปลูกต้นไม้ เป็นภูมิสถาปนิกที่พยายามจะขับเคลื่อนประโยชน์ของพื้นที่สีเขียวที่มากกว่าที่คนเข้าใจกันทั่วไป ว่าไม่ใช่แค่สวย หรือร่มรื่น แต่ว่าจริงๆแล้วเราจะมองให้เห็นในแง่มุมว่ามันช่วยทำให้เราอยู่กับโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง หรือ Climate change ได้อย่างไร ในส่วนของจุดเริ่มต้นที่ทำให้คุณกชกรสนใจในสิ่งแวดล้อม เธอมีความสนใจในด้านนี้มาตั้งแต่เด็ก ด้วยความที่เติบโตมากับตึกแถวรายล้อมรอบตัว จึงทำให้เกิดคำถามกับตัวเองว่าทำไมเราจึงใช้ชีวิตอยู่ในรูปแบบนี้ ในตึกคอนกรีต เส้นทางการเป็นภูมิสถาปนิกของอาจารย์กชกร จึงไม่ได้เกิดจากสิ่งที่เราอยากมี แต่เกิดจากสิ่งที่เราขาด (พื้นที่สีเขียว) เลยอยากทำให้ประเทศไทยเกิดพื้นที่เหล่านี้ขึ้นมาบ้าง
ซึ่งการพัฒนาสิ่งแวดล้อมจะสร้างประโยชน์ในหลายมิติ ไม่ใช่การแก้ปัญหาเป็นจุดๆ แล้วก็วนเกิดปัญหาเดิมอีกนับไม่ถ้วน แล้วเราจะมีเมืองไปเพื่ออะไรกันถ้าแม้แต่น้ำและอากาศที่สะอาดยังไม่มี เราจะเจริญไปเพื่ออะไร? เมื่อเราออกแบบพื้นที่ที่สร้างประโยชน์ตรงจุดนี้ได้ เรารู้สึกว่าเรามีความสุขซึ่งไม่ใช่ในฐานะผู้ออกแบบ แต่ในฐานะคนคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในเมืองที่เราต้องการ
1 ใน TIME Women Leading the Fight with Climate Change
ความพยายามเพื่อต่อสู้กับวิกฤตของสภาพแวดล้อม ทำให้ ‘อาจารย์กช’ ภูมิสถาปนิกไทยติดโผ 1 ใน 15 Women Leading the Fight Against Climate Change โดยนิตยสาร TIME และขึ้นเวที TED Talk ที่สหรัฐฯถึง 2 ครั้ง ซึ่งผลงานที่โดดเด่นจนทำให้นิตยสาร TIME ต้องจับตามองคือการออกแบบ ‘อุทยาน 100 ปี จุฬาฯ’ เพื่อช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากของกรุงเทพมหานคร การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และเป็นสวนที่ช่วยกักเก็บน้ำให้เมือง
นอกจากนี้ผลงานที่โดดเด่นของ ‘อาจารย์กช’ ยังมีให้เห็นเด่นชัดกับ สวนหลังคาอุทยานเรียนรู้ป๋วย 100 ปี ที่ธรรมศาสตร์ รังสิต, สวนเกษตรลอยฟ้า สยามสแควร์, สวนบำบัดลอยฟ้าที่โรงพยาบาลรามาธิบดี และอื่นๆอีกมากมาย ด้วยแรงปณิธานและ passion สุดมากล้น อาจารย์กชได้รับรางวัลการันตีระดับโลกอย่างท่วมท้น รวมถึงรางวัลด้านการออกแบบจาก UNFCCC Global Climate Action Award 2020 ที่งาน COP26 อีกด้วย
พื้นที่สีเขียว กับยุค New Normal
ก่อนสถานการณ์โรคระบาดไวรัสโควิด-19 ปณิธานเดิมที่แน่วแน่ของอาจารย์กชกรคือ การเพิ่มพื้นที่สีเขียวและพื้นที่สาธารณะอันเป็นสิ่งจำเป็นที่เมืองที่ดีต้องมี แต่หลังจากเกิดโรคระบาดหรือไม่ว่าเศรษฐกิจจะเปลี่ยนแปลงไปในรูปแบบไหน ความตั้งใจและปณิธานเดิมก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง การสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดียังเป็นหัวใจสำคัญสำหรับประชาชน การเกิดโรคระบาดยิ่งเป็นตัวตอกย้ำด้วยซ้ำว่าพื้นที่สาธารณะที่ดีพอ จะทำให้สุขภาวะของคนในแต่ละพื้นที่ดีขึ้น ลดความแออัด และพื้นที่สีเขียวยังมีส่วนช่วยประคับประคองสภาพจิตใจคนในเมืองอีกด้วย
แม้ประเทศเราจะมีบุคลากรทางการแพทย์ที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อฝ่าฟันกับวิกฤตนี้ แต่ก็เหมือนการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุอยู่ดี หากเรามีตัวช่วยใดๆที่จะสร้างสุขภาวะที่ดีให้กับคนในแต่ละพื้นที่จะเป็นการดีกว่าไหม? ท่ามกลางคอนกรีตรายล้อมรอบตัว ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าเราโหยหาธรรมชาติกันมากแค่ไหน รากวัฒนธรรมทางการเกษตรแทบจะหล่อหลอมคนไทยทุกคนอยู่แล้ว เราเลยรู้สึกว่าพื้นที่ธรรมชาตินั้นมีอย่างสมบูรณ์ แต่แท้จริงแล้วทุกวันนี้มันเสียสมดุลไปจนเรียกกลับมาแทบไม่ได้แล้ว เมืองที่ไร้พื้นที่สีเขียว ขาดพื้นที่สาธารณะ ไม่มีพื้นที่ธรรมชาติ จนหลายคนเริ่มตระหนักแล้วว่า จริงๆ ธรรมชาติคือส่วนสำคัญของสุขภาพเราและสุขภาพเมือง จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตัวอาจารย์เองก็คิดว่าแรงที่ทุ่มทำไปทั้งกายและใจ จะยิ่งทำให้คุณค่าของความพยายามเพิ่มพื้นที่สีเขียวชัดเจนมากยิ่งขึ้น
สิ่งที่ยากที่สุดในการทำให้การดีไซน์ ‘เกิดขึ้นจริง’
สิ่งที่ยากที่สุดในแต่ละโครงการก็มีโจทย์ที่ไม่เหมือนกัน แต่ในมุมของคุณกชกร สิ่งที่ยากที่สุดคือการทำให้ทุกคนมองเห็นภาพเดียวกัน อย่างอุทยาน 100 ปีที่จุฬา ที่สามารถเอาไปทำเป็นห้างสรรพสินค้า สร้าง commercial ต่างๆได้ สร้างมาบุญครองได้อีกไม่รู้ตั้งกี่แห่ง แต่การที่ทางผู้บริหารมีวิสัยทัศน์เรื่องพื้นที่สีเขียว โดยไม่ตั้งห้างสรรพสินค้าเพิ่ม แค่นี้ก็เป็นเรื่องที่ยากมากแล้ว หรือแม้แต่ถนนบริเวณจุฬาที่เมื่อก่อนมี 4 เลน แล้วเราพยายามโน้มน้าวให้เหลือแค่ 2 เลน ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเห็นด้วย บ้างก็ว่าจะทำให้การจราจรติดขัดกว่าเดิม แต่มันก็ต้องแลกมาด้วยความพยายามโน้มน้าวให้ทุกคนเห็นภาพเดียวกันกับที่เราเห็น มันจะสร้าง impact อะไรได้บ้างซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก
ในกระแสตอนนี้ที่ผู้คนเริ่มหันมาเห็นด้วยกับทัศนคติแบบนี้ กับความใส่ใจในเรื่องสิ่งแวดล้อมมันไม่ใช่แค่เทรนด์อีกต่อไป แต่มันเป็นเรื่องจำเป็น จำเป็นที่จะต้องมีอากาศที่ดี สิ่งแวดล้อมที่ดี เราต้องเข้าใจสภาพเมืองในขณะนี้แล้วว่ามันอยู่ในสภาพไม่ต่างจากคนเป็นอัมพาต เราต้องเปลี่ยน mindset โครงสร้างทั้งระบบไม่งั้นเราจะอยู่กันไปได้อย่างไร
คุณค่าของภูมิสถาปนิก กับพื้นที่สีเขียว
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหากพูดถึงอาชีพสถาปนิก ภาพจำของเราแต่ละคนก็จะนึกถึงนักออกแบบสิ่งปลูกสร้างต่างๆที่สวยงาม แต่ ‘ภูมิสถาปนิก’ จะโฟกัสไปในเรื่องออกแบบ Landscape หรือภูมิทัศน์มากกว่า ทั้งการออกแบบภายนอกและภายในตัวอาคารเพื่อพัฒนาคุณภาพในพื้นที่นั้นๆ รวมถึงปรับปรุงสภาพแวดล้อม ขอบข่ายทั้งหมดของงานนักภูมิสถาปนิกไม่เพียงแค่ทำให้สถานที่ดีขึ้น เพราะต้องคำนึงถึงการปรับพฤติกรรมและคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ให้ดีขึ้นด้วย เป็นอาชีพที่สร้างสมดุลให้กับเมือง สร้าง Second Nature ให้มนุษย์ที่ต้องการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ ถึงเราจะมีหน้าที่สร้างธรรมชาติขึ้นมาใหม่ แต่เราก็ไม่ควรไปทำลายธรรมชาติที่มีอยู่ และเรามีบทบาทที่มากกว่าหน้าที่ ที่จะสร้างธรรมชาติให้เมืองให้ดีขึ้นอีก
ตัวของคุณกชกรเองก็คิดว่าทุกคนการออกแบบที่ทำให้เธอได้มายืนบนจุดนี้ ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย ทุกโครงการ ทุกความสำเร็จเธอเป็นคนลงมือทำเองหมด สิ่งที่ผู้คนได้รับรู้เป็นเพียงเรื่องความสำเร็จที่นำออกมาเล่าให้ฟัง แต่เบื้องหลังกว่าจะผ่านมาได้ก็ล้มลุกคลุกคลานหลายสิบครั้ง อุทยาน 100 ปี จุฬาฯ ก็เป็นงานแรกที่ประกวดแล้วชนะ เป็นเหมือนจุดที่เปิดโอกาสให้เรา แต่ว่าจะสำเร็จไหมทุกอย่างอยู่ที่เราทำ ถ้าเราไม่ล้มเลิกไปเสียก่อน







