posttoday
ชัชชาติมั่นใจงบฉุกเฉินยังบริหารได้ วิโรจน์จี้ต่อรองเงินสมทบ ปภ.

ชัชชาติมั่นใจงบฉุกเฉินยังบริหารได้ วิโรจน์จี้ต่อรองเงินสมทบ ปภ.

27 ตุลาคม 2569

ชัชชาติชี้เงิน 28 ล้านบาทเป็นงบฉุกเฉินที่เหลือหลัง กทม.โอนสมทบ ปภ. 210 ล้านบาท และยังโยกงบหมวดอื่นได้ ขณะที่วิโรจน์มองว่าควรต่อรองยอดสมทบ เพื่อเหลืองบรับมือภัยพิบัติ

KEY

POINTS

  • กทม.ใช้งบฉุกเฉิน 400 ล้านบาทไป 372 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายช่วยเหลือเบื้องต้น 162 ล้านบาท และโอนสมทบให้ ปภ. 210 ล้านบาท
  • ชัชชาติระบุว่ายังโยกงบกลางหมวดอื่นมาใช้ได้ และขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาลได้หากเกิดภัยพิบัติใหญ่
  • วิโรจน์เห็นว่า กทม. ควรต่อรองยอดสมทบให้ต่ำลง เพื่อรักษาเงินสำรองสำหรับดูแลคนกรุงเทพฯ

 

กรณีงบเยียวยาน้ำท่วมของกรุงเทพมหานคร (กทม.) เหลืองบฉุกเฉิน 28 ล้านบาท กลายเป็นประเด็นถกเถียงระหว่างคำชี้แจงของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กับข้อวิจารณ์ของนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) โดยทั้งสองฝ่ายมองต่างกันทั้งเรื่องความเพียงพอของงบที่เหลือและการโอนเงินสมทบให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)

กทม.ชี้แจงว่า งบประมาณรวมปี 2570 อยู่ที่ประมาณ 93,000 ล้านบาท ส่วนงบกลางที่ผู้ว่าฯ กทม. บริหารได้โดยตรงมี 1,395 ล้านบาท แบ่งเป็นงบฉุกเฉินช่วยเหลือภัยพิบัติ 400 ล้านบาท งบแก้ปัญหาน้ำท่วม 95 ล้านบาท และงบพัฒนาเมืองหรือโครงการเร่งด่วน 900 ล้านบาท

ในส่วนงบฉุกเฉิน 400 ล้านบาท กทม. ใช้ไปแล้ว 372 ล้านบาท ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายช่วยเหลือเบื้องต้น 162 ล้านบาท เช่น ถุงยังชีพ ข้าวกล่อง และน้ำดื่ม อีก 210 ล้านบาทเป็นเงินสมทบให้ ปภ. แบ่งโอนรอบแรก 10 ล้านบาท และรอบสอง 200 ล้านบาท จึงเหลืองบในหมวดนี้ 28 ล้านบาท

 

ชัชชาติมองว่า ตัวเลข 28 ล้านบาทเป็นยอดคงเหลือเฉพาะหมวดฉุกเฉินก้อนดังกล่าว ไม่ได้หมายความว่าสถานะการเงินของ กทม. อยู่ในภาวะวิกฤต โดยระบุว่ายังสามารถโอนงบจากหมวดอื่นมาใช้เมื่อเกิดเหตุจำเป็น และหากเกิดภัยพิบัติที่เกินกำลัง ก็ยื่นขอสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลได้ตามระบบ

ด้านวิโรจน์ตั้งข้อสังเกตจากตัวเลขงบว่า เมื่อหักค่าใช้จ่ายเบื้องต้น 162 ล้านบาทจากงบฉุกเฉิน 400 ล้านบาท กทม. ควรเหลือเงิน 238 ล้านบาทไว้รับมือเหตุการณ์ในช่วงเวลาที่เหลือของปีงบประมาณ แต่การโอนสมทบให้ ปภ. 210 ล้านบาท ทำให้เงินในหมวดนี้เหลือ 28 ล้านบาท

 

 

วิโรจน์ระบุว่า เมื่ออธิบดี ปภ. ยืนยันว่าไม่ได้บังคับให้ กทม. โอนเงิน แต่เป็นการตกลงโดยสมัครใจ กทม. จึงควรเจรจาต่อรองยอดสมทบให้เหมาะสม เช่น 38 ล้านบาท 50 ล้านบาท หรือ 60 ล้านบาท เพื่อเหลืองบสำรองไว้มากกว่านี้ เขายังตั้งคำถามว่า หาก กทม. ยินยอมโอนเงินโดยไม่มีแรงกดดัน เหตุใดผู้ว่าฯ จึงออกมาพูดถึงงบที่เหลือเพียง 28 ล้านบาท

รองหัวหน้า ปชน. เห็นว่า ผู้ว่าฯ กทม. มีหน้าที่เป็นตัวแทนประชาชนกรุงเทพฯ และควรปกป้องประโยชน์ของคนในพื้นที่ พร้อมวิจารณ์ว่าการเกรงใจรัฐบาลอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการรับมือภัยพิบัติในอนาคต

ส่วนเงินเยียวยาค่าซ่อมแซมบ้านที่ยังค้างจ่ายประมาณ 1,139 ล้านบาท กทม. เตรียมขอใช้เงินสะสมปลอดภาระผูกพัน ซึ่งมีอยู่ราว 1,420 ล้านบาท โดยต้องผ่านการอนุมัติจากสภา กทม. วิโรจน์เชื่อว่าสภาจะพิจารณาเรื่องนี้ตามเหตุผล แต่ต้องการให้ผู้ว่าฯ ตัดสินใจโดยยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก.

ข่าวล่าสุด

ศุลกากรเอาจริง! เดินหน้ากวาดล้างหมูเถื่อน สกัดกลโกงข้ามชาติ

ศุลกากรเอาจริง! เดินหน้ากวาดล้างหมูเถื่อน สกัดกลโกงข้ามชาติ