
เทียบคำชี้แจงนายกฯอนุทิน ปมย้ายนายอำเภอบ้านสร้าง จากสั่งสอบถึงไม่ใช่ลงโทษ
เทียบคำชี้แจงอนุทิน 7–8 ต.ค. ปมย้ายนายอำเภอบ้านสร้าง จากตำหนิการช่วยน้ำท่วมและสั่งสอบวินัย สู่ยืนยันไม่ใช่ลงโทษ อ้างอยู่ครบ 5 ปี ปฏิเสธกลั่นแกล้งการเมือง
KEY
POINTS
- วันที่ 7 ตุลาคม อนุทินตำหนิการช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามรายงานผู้ว่าฯ พร้อมสั่งสอบวินัยและทัศนคติ
- วันที่ 8 ตุลาคม ยืนยันการย้ายไม่ใช่การลงโทษ อ้างดำรงตำแหน่งเดิมครบ 5 ปี และปฏิเสธกลั่นแกล้งทางการเมือง
- มหาดไทยย้ายเสฏฐวุฒิไปเป็นนายอำเภอลำสนธิ ให้นริศเข้าปฏิบัติหน้าที่แทน มีผล 9 ตุลาคม 2569
คำชี้แจงของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ต่อกรณีย้าย นายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ไปเป็นนายอำเภอลำสนธิ จังหวัดลพบุรี มีน้ำหนักแตกต่างกันระหว่างวันที่ 7 และ 8 ตุลาคม 2569 จากการตำหนิการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและสั่งสอบวินัย ไปสู่การยืนยันว่าไม่ใช่การลงโทษ พร้อมอ้างระยะเวลาดำรงตำแหน่งเดิมครบ 5 ปี
กระทรวงมหาดไทยกำหนดให้คำสั่งโยกย้ายมีผลตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม 2569 โดยแต่งตั้ง นายนริศ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา เข้าปฏิบัติหน้าที่นายอำเภอบ้านสร้างแทน ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมและกระแสสังคมเห็นใจเสฏฐวุฒิ
วันที่ 7 ตุลาคม ระหว่างการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ นายกฯอนุทินกล่าวถึงกรณีนี้หลังได้รับหนังสือรายงานจากผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ด้วยถ้อยคำตำหนิอย่างรุนแรงว่าเป็นเรื่อง “น่าอับอาย” และ “เศร้าใจที่สุด” ที่มีบุคลากรลักษณะดังกล่าวอยู่ในระบบการปกครองของกระทรวงมหาดไทย
นายกฯอนุทินระบุถึงข้อกล่าวหาตามรายงานว่า นายอำเภอไม่กระตือรือร้นและไม่ทุ่มเททำงาน เมื่อส่งสิ่งของไปช่วยเหลือกลับนัดดำเนินการวันรุ่งขึ้น รวมถึงไม่ประสานงานอพยพประชาชนอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาเหล่านี้ยังไม่ใช่ผลสอบสวนที่ยืนยันความผิด
ท่าทีในวันแรกมุ่งไปที่ความรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่ อนุทินสั่งให้สอบสวนทั้งทางวินัยและทัศนคติ พร้อมย้ำว่า หากพบความบกพร่องร้ายแรงจริง “รับราชการไม่ได้ ต้องไม่ให้อยู่ในระบบราชการ”
แต่วันที่ 8 ตุลาคม หลังมีคำสั่งโยกย้ายและเกิดกระแสเห็นใจนายอำเภอ นายกฯอนุทินให้น้ำหนักกับการอธิบายเหตุผลทางบริหารมากขึ้น โดยกล่าวว่า “เรื่องนี้น่าจะจบไปได้แล้ว ไม่มีประเด็นอะไรอีกแล้ว” และยืนยันว่า “ไม่ได้เป็นการลงโทษอะไรเลย”
นายกฯอนุทินอ้างข้อมูลจากปลัดกระทรวงมหาดไทยว่า เสฏฐวุฒิอยู่ในตำแหน่งเดิมมาแล้ว 5 ปี ซึ่งเกินวาระปกติและต้องโยกย้ายตามรอบอยู่แล้ว จึงอธิบายคำสั่งครั้งนี้ว่าเป็นการสลับตำแหน่งนายอำเภอ
ส่วนการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบที่กล่าวถึงก่อนหน้านั้น นายกรัฐมนตรีระบุว่า “ไม่มีเวลาไปตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ” เนื่องจากอยู่ในสถานการณ์ภัยพิบัติฉุกเฉินและต้องเร่งทำงาน ข้อมูลที่ให้มายังไม่ปรากฏคำสั่งทางการยกเลิกการสอบสวน จึงไม่อาจสรุปว่ากระบวนการสอบวินัยยุติลงแล้ว
แม้คำชี้แจงวันถัดมาจะเน้นว่าไม่ใช่การลงโทษ นายกฯอนุทินยังยืนยันให้น้ำหนักกับการประเมินของผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะผู้บัญชาการสถานการณ์ภัยพิบัติในพื้นที่ โดยเปรียบเทียบว่า “ถ้าแม่ทัพบอกขุนพลคนนี้ใช้ไม่ได้ ก็ต้องเชื่อแม่ทัพ”
นายกรัฐมนตรียังปฏิเสธว่าไม่มีเรื่องการเมืองหรือเจตนากลั่นแกล้งข้าราชการระดับนายอำเภอ พร้อมยืนยันว่าการโยกย้ายเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ขณะที่กระทรวงมหาดไทยคาดหวังให้การปรับบุคลากรช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประสานงานและเร่งช่วยเหลือประชาชน
คำชี้แจงตลอดสองวันจึงมีจุดเน้นต่างกันอย่างชัดเจน วันแรก เน้นข้อกล่าวหาเรื่องการทำงานและมาตรการสอบวินัย ส่วนวันที่สองเน้นการสลับตำแหน่ง ระยะเวลาปฏิบัติราชการ และความจำเป็นในการบริหารสถานการณ์ภัยพิบัติ สำหรับข้อกล่าวหาเรื่องความบกพร่อง ยังไม่มีผลสอบสวนปรากฏในข้อมูลที่ให้มา และคำสั่งโยกย้ายเพียงอย่างเดียวยังไม่ใช่ข้อยืนยันความผิดทางวินัย







