
จตุพรมองนัดบุก กกต. 25 ก.ย. เป็นแค่โหมโรง ยังไม่ใช่ม็อบไล่รัฐบาล
จตุพรประเมินการนัดยื่นเรื่องฮั้ว สว. ที่ กกต. วันที่ 25 ก.ย. ยังเป็นช่วงปูทางเคลื่อนไหว ขณะที่กลุ่มรวมพลังแผ่นดินยังไม่เข้าร่วมเต็มตัว
KEY
POINTS
- จตุพรมองว่าการนัดไป กกต. ช่วงเช้า รวมถึงแผนจัดเวทีและเดินสายภาคใต้ ยังเป็นเพียงช่วง “โหมโรง”
- แกนนำกลุ่มรวมพลังแผ่นดินมีสิทธิเสียงเท่ากัน และยังประเมินสถานการณ์ก่อนร่วมเคลื่อนไหวเต็มตัว
- จตุพรจับตาผลเรื่องบัตรเลือกตั้งหลัง 28 ก.ย. และผลกระทบจากวิกฤตพลังงานในฐานะปัจจัยที่อาจเปลี่ยนสถานการณ์
เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน และหนึ่งใน 42 แกนนำกลุ่มรวมพลังแผ่นดิน ประเมินว่า การนัดไปคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วันที่ 25 กันยายน เวลา 10.30 น. เพื่อยื่นเรื่องฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ยังเป็นเพียงช่วง “โหมโรง” ของการเคลื่อนไหว ไม่ใช่การระดมคนเพื่อชุมนุมครั้งใหญ่หรือกดดันให้นายกรัฐมนตรีลาออก
นายจตุพรมองว่า รูปแบบนัดหมายช่วงเช้าแล้วจบกิจกรรม ไม่สอดคล้องกับการชุมนุมที่ต้องการระดมประชาชนจำนวนมาก พร้อมระบุว่า หากจะระดมคนจริง ผู้จัดต้องเลือกจุดที่เดินทางสะดวก และจัดกิจกรรมต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงบ่ายถึงค่ำ ส่วนแผนจัดเวทีปราศรัยและเดินสายภาคใต้ เขามองว่าเป็นการปูทางเช่นเดียวกัน
สำหรับกลุ่มรวมพลังแผ่นดิน จตุพรกล่าวว่า แกนนำทุกคนมีสิทธิเสียงเท่าเทียมกัน ไม่มีใครนำกลุ่มเพียงคนเดียว แม้ตัวเองจะมีชื่อเป็นหนึ่งในแกนนำ แต่แกนนำส่วนใหญ่ยังรักษาระยะห่าง และไม่ได้เข้าร่วมเคลื่อนไหวกับนายสนธิ ลิ้มทองกุล อย่างเต็มตัว เพราะเห็นว่าสถานการณ์ยังไม่ถึงจุดที่ต้องเร่งตัดสินใจ
นายจตุพรยังประเมินว่า ประเด็นฮั้ว สว. ยังไม่กระตุ้นความกังวลของประชาชนมากพอที่จะทำให้เกิดการชุมนุมครั้งใหญ่ แต่ในความเห็นส่วนได้จับตาเรื่องบัตรเลือกตั้งหลังวันที่ 28 กันยายน 2569 ซึ่งมองว่า หากผลสรุประบุว่าการลงคะแนนไม่เป็นความลับ เรื่องนี้จะส่งผลต่อการเมืองอย่างรุนแรง อีกปัจจัยหนึ่งคือความขัดแย้งระดับโลกที่ส่งผลต่อราคาพลังงานในไทย
ในมุมของจตุพร การเคลื่อนไหวทางการเมืองขณะนี้จึงยังอยู่ในช่วงเฝ้าดูผลของประเด็นเหล่านี้ ก่อนที่กลุ่มต่าง ๆ จะกำหนดท่าทีต่อไป
แหล่งที่มา : รายการ เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand







