
เปิดวิธีคำนวณต้นทุนขายของออนไลน์ ตั้งราคาขายพันบาท กำไร หรือ ขาดทุน
เพราะต้นทุนขายของออนไลน์ ไม่ใช่แค่ค่าธรรมเนียม ETDA เปิดคู่มือคำนวณสารพัดต้นทุนแฝง ก่อนจะร่วมรายการกับแพลตฟอร์มจนขาดทุน
ขายสินค้าในโลกออนไลน์ยังไงไม่ให้เจ๊ง หลายคนอาจยังไม่รู้วิธีคำนวณต้นทุนที่แท้จริง เพราะต้นทุนของการขายของออนไลน์ไม่ได้มีแค่ค่าธรรมเนียมการขายบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ
แต่ยังอาจประกอบด้วย ค่าธรรมเนียมการชำระเงิน ค่าใช้ระบบโครงสร้างพื้นฐาน ค่าเข้าร่วมแคมเปญ คูปอง หรือ ส่วนลดที่ร้านค้าต้องรับผิดชอบ ค่าโฆษณา ค่า Affiliate รวมถึงค่าใช้จ่ายจากบริการเสริมอื่น ๆ ซึ่งแต่ละรายการอาจใช้ชื่อ อัตรา และฐานการคำนวณแตกต่างกัน ทำให้ผู้ประกอบการมองเห็นต้นทุนรวมที่แท้จริงได้ยาก
ยกตัวอย่าง สินค้ามีราคาตั้งต้น 1,000 บาท ผู้ประกอบการรับผิดชอบส่วนลด 100 บาท ทำให้ราคาสินค้าสุทธิอยู่ที่ 900 บาท หากมีค่าธรรมเนียมพื้นฐานรวม 12.96% จะมีต้นทุนเพิ่มอีก 116.63 บาท ยอดรับสุทธิเหลือ 783.37 บาท แต่เมื่อเข้าร่วมแคมเปญและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีก 108 บาท ยอดรับสุทธิเหลือ 675.37 บาท
เมื่อเป็นเช่นนั้น ร้านค้าออนไลน์จะสามารถตัดสินใจก่อนร่วมโปรโมชั่นกับแพลตฟอร์มออนไลน์ได้ ว่าจะเข้าร่วมหรือไม่ เพราะรายรับที่ได้สุทธิจากแพลตฟอร์มที่ 675.37 บาทนั้น ในตัวสินค้ามีต้นทุนของสินค้าเท่าไหร่ เพื่อช่วยให้คำนวณกำไรที่จะได้รับต่อชิ้นได้ชัดเจน และไม่เกิดปัญหาขายดีจนเจ๊งเพราะการเข้าร่วมโปรโมชั่น
ชัยชนะ มิตรพันธ์
นายชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA กล่าวว่า วิธีการคำนวณดังกล่าว อยู่ภายใต้คู่มือที่เรียกว่า ‘คู่มือการดูแลเพื่อให้ผู้ประกอบการทราบอัตราส่วนแบ่งรวมของบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทตลาดสินค้าก่อนการเข้าร่วมแคมเปญหรือบริการเสริม’ หรือคู่มือ Total Take Rate: TTR ภายใต้กฎหมาย DPS (Digital Platform Services) พ.ร.ฎ. การประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ
อ่านวิธีคำนวณต้นทุนได้ที่ https://www.etda.or.th/getattachment/Regulator/DigitalPlatform/law/ETDAAnnounce_DPS3_TTR-Guideline.pdf.aspx?lang=th-TH
TTR หรือ Total Take Rate ภายใต้คู่มือฉบับนี้ หมายถึง อัตราส่วนของค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ผู้ประกอบการต้องรับภาระจากการขายสินค้า เมื่อเทียบกับ “ราคาสินค้าสุทธิ” หรือราคาสินค้าตั้งต้นหลังหักส่วนลดที่ผู้ประกอบการเป็นผู้รับผิดชอบ โดยแสดงผลเป็นร้อยละ ควบคู่กับจำนวนเงินจริง เพื่อให้ผู้ประกอบการเห็นผลกระทบต่อรายได้อย่างชัดเจน ซึ่งคู่มือได้แบ่งการคำนวณ TTR ออกเป็น 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่
1.Baseline TTR อัตราส่วนแบ่งรวมในสถานการณ์พื้นฐาน คำนวณจากค่าธรรมเนียมที่จำเป็นต่อการทำให้คำสั่งซื้อเกิดขึ้นและสำเร็จตามปกติ เช่น ค่าคอมมิชชัน ค่าธรรมเนียมการชำระเงิน และค่าธรรมเนียมโครงสร้างพื้นฐาน โดยยังไม่รวมค่าใช้จ่ายจากแคมเปญหรือบริการเสริม
วิธีคำนวณ (ผลรวมค่าธรรมเนียมพื้นฐานทั้งหมด ÷ ราคาสินค้าสุทธิ) × 100
2.Scenario TTR อัตราส่วนแบ่งรวมในสถานการณ์จำลอง โดยนำค่าธรรมเนียมพื้นฐานมารวมกับค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากแคมเปญหรือบริการเสริมที่ผู้ประกอบการกำลังพิจารณา เช่น ส่วนลดเพิ่มเติม ค่าเข้าร่วมแคมเปญ ค่าโฆษณา ค่า Affiliate หรือค่าธรรมเนียมโปรแกรมพิเศษ
วิธีคำนวณ [(ค่าธรรมเนียมพื้นฐานทั้งหมด + ค่าธรรมเนียมบริการเสริมและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามสถานการณ์จำลอง) ÷ ราคาสินค้าสุทธิ] × 100
3.Incremental TTR คือผลต่างระหว่าง Scenario TTR และ Baseline TTR ซึ่งช่วยแสดงให้เห็นโดยตรงว่า การเข้าร่วมแคมเปญหรือบริการเสริมทำให้อัตราส่วนแบ่งรวมเพิ่มขึ้นหรือลดลงเพียงใด
ผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลจึงควรนำแนวทางตามคู่มือฉบับนี้ไปใช้ในการออกแบบระบบค่าธรรมเนียม การเปิดเผยข้อมูล เครื่องมือคำนวณ และกระบวนการแจ้งเตือน ก่อนการตัดสินใจ เพื่อให้เกิดการประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีธรรมาภิบาล โปร่งใส เป็นธรรม
จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถตัดสินใจได้โดยมีข้อมูลครบถ้วน ก่อนการเข้าร่วมแคมเปญหรือบริการเสริม ประเมินรายได้สุทธิ กำไรขั้นต้น และจุดคุ้มทุนได้อย่างเหมาะสม ลดข้อพิพาทจากการหักค่าธรรมเนียมที่ไม่คาดคิดได้
แม้ว่า คู่มือ TTR ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดเพดานหรือควบคุมอัตราค่าธรรมเนียมที่แพลตฟอร์มเรียกเก็บ ก็ตาม







