posttoday
วัสชี้เสียงข้างน้อย กกต.เปิดทางค้นความจริงคดีฮั้ว สว.ในศาลฎีกา

วัสชี้เสียงข้างน้อย กกต.เปิดทางค้นความจริงคดีฮั้ว สว.ในศาลฎีกา

16 กันยายน 2569

วัส ติงสมิตร ชี้ความเห็นต่างใน กกต.สะท้อนการชั่งพยานหลักฐานคนละแนว เสนอผู้เสียหายใช้ช่องทางศาลฎีกาค้นหาต้นทางขบวนการ

KEY

POINTS

  • นายวัส ติงสมิตร เสนอให้ใช้กระบวนการของศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเพื่อค้นหาความจริงในคดีฮั้วเลือก สว. ปี 2567
  • การที่มติของ กกต. ที่ไม่ดำเนินคดีกับผู้ถูกร้องไม่ได้เป็นเอกฉันท์ โดยมีเสียงข้างน้อยเห็นต่าง ถือเป็นช่องทางในการนำคดีไปสู่การพิจารณาของศาล
  • ผู้สมัคร สว. ที่เห็นว่าตนได้รับความเสียหาย สามารถใช้สิทธิยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เพื่อให้ศาลตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีการบิดเบือนการเลือกตั้งหรือไม่

 

เมื่อวันที่ 16กันยายน 2569 นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษา และอดีตประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เสนอให้ใช้กระบวนการของศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งค้นหาความจริงในคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567 หลังกรรมการการเลือกตั้งเสียงข้างน้อยเห็นต่างจากมติที่ไม่ดำเนินคดีกับผู้ถูกร้องกลุ่มนักการเมืองและผู้สมัคร สว.

นายวัสโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก (คลิกอ่านต้นฉบับ) โดยกล่าวถึงคำให้สัมภาษณ์ของนายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 15 กันยายน ซึ่งเปิดเผยว่า กกต.ไม่ได้มีความเห็นเป็นเอกฉันท์ต่อพยานหลักฐานทุกส่วนในสำนวน

 

สำนักงาน กกต.ระบุว่า ข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีผู้ถูกร้องรวม 161 ราย ที่ประชุมมีมติไม่ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาและไม่ดำเนินคดีอาญา อย่างไรก็ตาม ผลลงคะแนนในแต่ละกลุ่มแตกต่างกัน

ข้อกล่าวหาตามมาตรา 76 วรรคหนึ่ง กรณีนักการเมืองช่วยเหลือผู้สมัคร สว. มีผู้ถูกร้อง 21 ราย แบ่งเป็นมติเอกฉันท์ 7 ราย มติ 6 ต่อ 1 จำนวน 2 ราย และมติ 5 ต่อ 2 จำนวน 12 ราย ส่วนข้อกล่าวหาตามมาตรา 76 วรรคสอง กรณีผู้สมัครยินยอมให้นักการเมืองช่วยเหลือ มีผู้ถูกร้อง 140 ราย โดย กกต.มีมติ 5 ต่อ 2 ไม่ดำเนินคดี

นายวัสเห็นว่า ความเห็นของนายสิทธิโชติสะท้อนวิธีประเมินหลักฐานแบบ “มองช้างทั้งตัว” โดยนำโพย รายชื่อ การประชุมตามโรงแรม ข้อมูลโทรศัพท์ เส้นทางการเงิน คำให้การ และภาพจากกล้องวงจรปิดมาพิจารณาร่วมกัน แทนการแยกหลักฐานแต่ละชิ้นออกจากกัน

 

ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการพบโพย แต่ต้องตรวจสอบว่าใครคิด จัดทำ ส่งต่อ หรือสั่งให้ผู้สมัครลงคะแนนตามรายชื่อ รวมถึงใครได้รับประโยชน์ หากหลักฐานจากหลายพื้นที่เชื่อมโยงกัน อาจสะท้อนว่ามีผู้วางแผนและประสานงานอย่างเป็นระบบ

นายวัสเสนอทางออก 3 แนวทาง ได้แก่ ผู้ประสงค์ดำเนินคดีกับ กกต.ต้องแยกให้ชัดว่าใครลงมติอย่างไร ผู้สมัครและ สว.สำรองที่เห็นว่าตนเสียหายควรพิจารณาใช้สิทธิยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา และผู้มีข้อมูลควรนำพยานหลักฐานเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามกฎหมาย

ทั้งนี้ นายวัสย้ำว่า การส่งคดีให้ศาลพิจารณาไม่ได้หมายความว่าผู้ถูกร้องมีความผิด แต่เปิดโอกาสให้องค์กรตุลาการตรวจสอบข้อเท็จจริง และตอบคำถามที่ยังค้างคาว่า การเลือก สว.ปี 2567 มีการวางแผนหรือบิดเบือนเจตจำนงของผู้เลือกหรือไม่.

แฟ้มภาพประกอบข่าว 

ข่าวล่าสุด

เฟดชี้ชะตาตลาด! จับตา Dot Plot-บอนด์ยิลด์ น้ำมันพุ่ง กดดัน SET ไซด์เวย์ 1,572-1,585 จุด

เฟดชี้ชะตาตลาด! จับตา Dot Plot-บอนด์ยิลด์ น้ำมันพุ่ง กดดัน SET ไซด์เวย์ 1,572-1,585 จุด