
“อรรถวิชช์” จี้ กทม.แจงปมไม่ส่งตีความ Data Center เป็นโรงงาน
เสนอกรมโรงงานเร่งใช้ พ.ร.บ.โรงงาน หากข้อกฎหมายไม่ชัดให้ออกกฎกระทรวงเพิ่มประเภทที่ 108 เพื่อคุมทำเลและผลกระทบ
KEY
POINTS
- นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ตั้งคำถามถึง กทม. ที่ไม่ส่งเรื่องให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมตีความว่า Data Center เป็นโรงงานหรือไม่ตั้งแต่ขั้นตอนการขออนุญาตก่อสร้าง
- เสนอให้กระทรวงอุตสาหกรรมออกกฎกระทรวงกำหนดให้ Data Center เป็นโรงงานประเภทที่ 108 เพื่อให้รัฐสามารถควบคุมพื้นที่ตั้งและผลกระทบได้อย่างชัดเจน
- หาก Data Center มีสถานะเป็นโรงงาน จะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายผังเมือง การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และการกำกับดูแลด้านมลพิษและความปลอดภัย
ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรครวมไทยสร้างชาติ ตั้งคำถามถึงกรุงเทพมหานคร (กทม.) ว่า เหตุใดจึงไม่ส่งเรื่องให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมพิจารณาสถานะของศูนย์ข้อมูล หรือ Data Center ตั้งแต่ยื่นคำขออนุญาตก่อสร้าง แต่กลับรอจนมีการเปิดใช้อาคารแล้ว พร้อมเสนอให้ออกกฎกระทรวงกำหนด Data Center เป็นโรงงานประเภทที่ 108 เพื่อให้รัฐควบคุมพื้นที่ตั้งและผลกระทบได้อย่างชัดเจน
ดร.อรรถวิชช์กล่าวว่า รัฐบาลหลายชุดส่งเสริมให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในธุรกิจ Data Center เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่เศรษฐกิจดิจิทัล แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับไม่ได้เตรียมกฎหมายให้รองรับการขยายตัวของธุรกิจดังกล่าว
ดร.อรรถวิชช์มองว่า กทม.เป็นหน่วยงานด่านแรกที่ต้องตรวจสอบคำขออนุญาตก่อสร้างอาคาร จึงควรพิจารณาลักษณะการประกอบกิจการและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะโครงการที่ตั้งอยู่กลางเมืองหรือใกล้พื้นที่พักอาศัย
นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตว่า หาก กทม.ส่งเรื่องให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมตีความตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติโรงงานว่า Data Center อยู่ในขอบเขตของโรงงานหรือไม่ ผลทางกฎหมายและมาตรการควบคุมอาจแตกต่างจากปัจจุบัน
สำหรับทางออก ดร.อรรถวิชช์ เสนอให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมเร่งวินิจฉัยว่า Data Center เป็นโรงงานตามมาตรา 5 หรือไม่ และกิจการดังกล่าวอยู่ในโรงงาน 107 ประเภทที่กฎหมายกำหนดไว้แล้วหรือไม่ หากยังไม่มีประเภทใดครอบคลุมอย่างชัดเจน กระทรวงอุตสาหกรรมควรออกกฎกระทรวงเพิ่ม Data Center เป็นโรงงานประเภทที่ 108 โดยเร็ว
ดร.อรรถวิชช์ระบุว่า ขั้นตอนออกกฎกระทรวงต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญและอาจใช้เวลาถึง 60 วัน จึงควรเริ่มดำเนินการทันที เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างระหว่างการขยายตัวของการลงทุนกับอำนาจกำกับดูแลของรัฐ
ดร.อรรถวิชช์ เห็นว่า เมื่อ Data Center มีสถานะเป็นโรงงาน กิจการจะอยู่ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงข้อกำหนดด้านผังเมือง ซึ่งอาจจำกัดการตั้งโครงการในเขตที่อยู่อาศัย ตลอดจนการจัดทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA
นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมจะสามารถเข้าตรวจสอบและกำกับปัญหามลพิษ เสียง ความร้อน และความปลอดภัยได้เต็มรูปแบบ อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามคือคำวินิจฉัยของกรมโรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงท่าทีของ กทม.ต่อการตรวจสอบโครงการ Data Center ที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและเปิดใช้งานแล้ว โดยดร.อรรถวิชช์ย้ำว่า เมื่อมีกฎหมายอยู่ หน่วยงานรัฐต้องนำมาใช้อย่างจริงจัง







