posttoday
“สมชัย” ตั้งข้อสังเกตกรอบ 4 ข้อ ส่อเปิดทางรอดคดีฮั้วสว.

“สมชัย” ตั้งข้อสังเกตกรอบ 4 ข้อ ส่อเปิดทางรอดคดีฮั้วสว.

04 กันยายน 2569

อดีต กกต. เปิดรายงานประชุมอนุกรรมการชุดที่ 36 ตั้งคำถามเกณฑ์ “ยินยอม-เจตนา” อาจทำให้สาวไม่ถึงฝ่ายการเมือง ก่อนมีมติยกคำร้อง 229 ราย

KEY

POINTS

  • นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ตั้งข้อสังเกตว่ากรอบวินิจฉัย 4 ข้อของอนุกรรมการไต่สวนคดีฮั้ว สว. อาจเป็นช่องโหว่ทางกฎหมายที่ทำให้เอาผิดผู้สมัครและฝ่ายการเมืองได้ยาก
  • เงื่อนไขเรื่อง "ความยินยอม" และ "เจตนาให้ตนได้รับเลือก" ในกรอบดังกล่าว อาจเปิดช่องให้ผู้สมัครปฏิเสธความผิด โดยอ้างว่าไม่รู้เห็นการช่วยเหลือ หรือไม่ได้ลงสมัครเพื่อหวังผลให้ตนเองได้รับเลือก
  • อนุกรรมการฯ ได้ใช้กรอบวินิจฉัยนี้มีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 ยกคำร้องผู้สมัคร สว. 229 ราย ซึ่งอาจทำให้ขาดจุดเชื่อมโยงในการสืบสวนไปถึงนักการเมืองที่เกี่ยวข้อง

 

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยข้อมูลผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เป็นตอนที่ 4  ตั้งข้อสังเกตการทำงานของคณะอนุกรรมการชุดที่ 36 ซึ่งรับผิดชอบไต่สวนคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยระบุว่า คณะอนุกรรมการได้กำหนดกรอบวินิจฉัย 4 ข้อที่อาจทำให้เอาผิดทั้งผู้สมัครและฝ่ายการเมืองได้ยากขึ้น

นายสมชัยอ้างถึงรายงานการประชุมครั้งที่ 3 ว่า แม้นายชวนะ ไตรมาส ดำรงตำแหน่งประธานคณะอนุกรรมการ แต่นายอนุชา จันทร์สุริยา ซึ่งเป็นอนุกรรมการ กลับมีบทบาทหลักในการประชุมและเป็นผู้เสนอกรอบวินิจฉัยดังกล่าว

กรอบนี้ใช้พิจารณาความผิดตามมาตรา 76 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. ซึ่งห้ามฝ่ายการเมืองช่วยเหลือผู้สมัคร และห้ามผู้สมัครขอหรือยอมรับความช่วยเหลือ โดยกำหนดองค์ประกอบ 4 ข้อ ได้แก่ ผู้กระทำต้องเป็นผู้สมัคร มีฝ่ายการเมืองให้ความช่วยเหลือ ผู้สมัครยินยอมรับความช่วยเหลือ และผู้สมัครมีเจตนาให้ตนได้รับเลือกเป็น สว.

 

นายสมชัยตั้งข้อสังเกตว่า เงื่อนไขเรื่อง “ความยินยอม” อาจเปิดทางให้ผู้สมัครปฏิเสธว่าไม่รู้เห็นกับเงิน คน หรือความช่วยเหลือที่ฝ่ายการเมืองจัดให้ จึงทำให้พิสูจน์ความเชื่อมโยงได้ยาก

ส่วนเงื่อนไขเรื่อง “เจตนาให้ตนได้รับเลือก” อาจไม่ครอบคลุมผู้สมัครที่เข้าร่วมกระบวนการเพื่อทำหน้าที่ลงคะแนนให้บุคคลอื่น โดยไม่ได้มุ่งหวังให้ตนเองได้รับเลือก หากใช้เกณฑ์นี้ ผู้สมัครที่มีบทบาทเพียงผู้ลงคะแนนและได้ศูนย์คะแนนอาจไม่เข้าองค์ประกอบความผิด

อดีต กกต. จึงเปรียบกรอบดังกล่าวเป็น “เขาวงกตทางกฎหมาย” เพราะหากเอาผิดผู้สมัครตามมาตรา 76 วรรคสองไม่ได้ ก็อาจขาดจุดเชื่อมโยงสำหรับสืบสวนถึงนักการเมืองหรือพรรคการเมืองตามวรรคหนึ่ง

 

 

นายสมชัยระบุด้วยว่า คณะอนุกรรมการชุดที่ 36 มีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 ให้ยกคำร้องผู้สมัคร สว. 229 ราย ขณะที่นายนันทศักดิ์ พูลสุข ตัวแทนฝ่ายอัยการ และนายทัศกล พรหมจมาศ ที่ปรึกษา กกต. เป็นเสียงข้างน้อยที่เห็นต่าง

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดเป็นข้อกล่าวอ้างและข้อสังเกตของนายสมชัย ฝ่ายที่ถูกพาดพิงยังควรมีโอกาสชี้แจง ประเด็นที่ต้องติดตามคือ กกต. จะทบทวนกรอบวินิจฉัยดังกล่าวหรือไม่ และจะวางบรรทัดฐานการพิจารณาคดีฮั้วเลือก สว. ก่อนส่งเรื่องถึงศาลฎีกาอย่างไร


 

ข่าวล่าสุด

“คุยกับ ครม.อนุทิน” เปิดมุมคิด เจาะนโยบาย เริ่ม 5 ก.ย.นี้

“คุยกับ ครม.อนุทิน” เปิดมุมคิด เจาะนโยบาย เริ่ม 5 ก.ย.นี้