
แกะจิ๊กซอว์ เลือก สว.67 เส้นเงิน-โพยโหวต-เครือข่าย สู่คำถามใหญ่ต่อ กกต.
จากเงินโอน 13 ครั้งกว่า 860,000 บาท ถึงบัตรโหวตเรียงเลขเหมือนกัน 18 ใบ หลักฐานหลายชิ้นกำลังประกอบเป็นคำถามใหญ่ต่อความสุจริตของการเลือก สว.67 และบทบาท กกต.?
KEY
POINTS
- มีการเปิดโปงหลักฐานความผิดปกติในการเลือก สว. หลายกรณี เช่น เส้นทางการเงินกว่า 8.6 แสนบาท และพฤติกรรมการลงคะแนนตามโพยที่คาดว่ามีการจัดตั้งไว้ล่วงหน้า
- พบความเชื่อมโยงของผู้สมัครในลักษณะเครือข่าย ซึ่งถูกตอกย้ำด้วยการแต่งตั้งเครือญาติและคนใกล้ชิดไขว้กันเป็นผู้ช่วย สว. ภายหลังการเลือกตั้ง
- หลักฐานทั้งหมดถูกนำมาประกอบกันเพื่อตั้งคำถามใหญ่ถึงความสุจริตของกระบวนการ และเรียกร้องให้ กกต. ตรวจสอบอย่างจริงจัง
การเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. ปี 2567 มีคำถามเกี่ยวกับความสุจริตของกระบวนการซึ่งยังไม่จบ เมื่อการเปิดเผยข้อมูลโดยนำจิ๊กซอว์หลายชิ้นมาต่อเข้าด้วยกัน ตั้งแต่เส้นทางเงิน ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล การรวมกลุ่มของผู้สมัคร พฤติกรรมลงคะแนน ไปจนถึงคุณสมบัติของผู้ได้รับเลือกและการแต่งตั้งคนใกล้ชิดเข้าทำงานภายหลัง
ข้อมูลที่ถูกนำมาเปิดเผยโดย พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน และยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการ iLaw (โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน) และอดีตผู้สมัคร สว. ไม่ได้มีเพียงข้อสงสัยจากคะแนนเลือกตั้ง แต่พยายามชี้ให้เห็น “ภาพใหญ่” ว่า ความผิดปกติหลายพื้นที่อาจไม่ได้เกิดขึ้นโดดเดี่ยว
แต่อย่างไรก็ตาม หลักฐานและข้อกล่าวอ้างเหล่านี้ยังจำเป็นต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบของหน่วยงานที่มีอำนาจ เพื่อพิสูจน์ว่าแต่ละเหตุการณ์เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายหรือไม่
โอนเงิน 13 ครั้ง กว่า 8.6 แสนบาท จิ๊กซอว์ชิ้นใหญ่
จุดที่ถูกจับตามองมากที่สุดอยู่ที่จังหวัดอำนาจเจริญ ข้อมูลเส้นทางการโอนเงิน 13 ครั้ง รวมกว่า 860,000 บาท ระหว่างเดือนเมษายนถึงกรกฎาคม 2567 ซึ่งเป็นช่วงเวลาคาบเกี่ยวกับกระบวนการเลือก สว.
เงินถูกโอนจากบุคคลชื่อ “ยานี” สมาชิก อบจ. ซึ่งถูกกล่าวถึงว่ามีความใกล้ชิดกับเครือข่ายนักการเมืองพรรคภูมิใจไทย ไปยังบุคคลชื่อ “สุรชัย” ซึ่งถูกระบุว่าเป็นพนักงานสืบสวนและไต่สวนของ กกต.
เพียงเส้นทางการเงินอย่างเดียวอาจยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นเงินที่เกี่ยวข้องกับการเลือก สว. เพราะข้อมูลที่นำเสนอไม่ได้ระบุว่าเงินดังกล่าวมาจากผู้สมัคร สว. โดยตรง
แต่สิ่งที่ผู้เปิดเผยข้อมูลตั้งคำถามคือ เมื่อเส้นเงินถูกนำมาวางประกอบกับข้อมูลจากจังหวัดอื่น ทั้งโพยรายชื่อ การรวมตัวของผู้สมัคร และรูปแบบการลงคะแนนที่คล้ายกัน จะสามารถอธิบายว่าเป็นเพียงเหตุบังเอิญได้มากน้อยเพียงใด
จึงเป็นจุดที่ภาระสำคัญตกอยู่กับกระบวนการตรวจสอบว่า เงินแต่ละก้อนมีที่มาอย่างไร ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด และมีความสัมพันธ์กับกระบวนการเลือก สว.จริงหรือไม่
จากตั๋วเครื่องบินถึง “หมูกระทะ” การรวมกลุ่มผู้สมัคร
เมื่อขยายภาพออกจากอำนาจเจริญ ความผิดปกติที่ถูกหยิบยกขึ้นมาตั้งข้อสังเกตปรากฏในหลายจังหวัด และมีรูปแบบแตกต่างกันออกไป
ที่ นครพนม มีข้อมูลว่าผู้สมัคร สว.รายหนึ่งเป็นผู้โอนเงินจองตั๋วเครื่องบินให้ผู้สมัครคนอื่นอีก 7 คน เพื่อเดินทางไปรวมตัวกันก่อนการเลือกระดับประเทศ
ส่วนที่ ลำพูน มีการเปิดเผยการโอนเงินให้ผู้สมัคร 7 คน โดยมีคำอธิบายว่าเป็นค่า “หมูกระทะ” แต่ผู้เปิดเผยข้อมูลตั้งข้อสังเกตถึงความสัมพันธ์ของผู้โอน ซึ่งเคยเข้าร่วมประชุมกับทีมงานของอดีต สว.
ขณะที่ หนองบัวลำภู อดีตผู้สมัครรายหนึ่งเปิดเผยว่า เคยมีการเสนอเงินค่าหัวคนละ 5,000 บาท เพื่อให้หาบุคคลเข้ามาสมัคร สว. พร้อมกล่าวถึงการจ่ายเงินมัดจำค่าดำเนินการ และเชื่อมโยงไปยังผู้สมัครอีกกลุ่มหนึ่งที่ถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลัง
หากข้อมูลเหล่านี้ได้รับการพิสูจน์ว่ามีความเชื่อมโยงกันจริง ภาพที่เกิดขึ้นจะไม่ใช่เพียงการช่วยเหลือค่าเดินทางหรือค่าใช้จ่ายระหว่างบุคคล แต่จะนำไปสู่คำถามว่า มีการจัดตั้งผู้สมัครเพื่อสร้างฐานเสียงหรือควบคุมทิศทางคะแนนหรือไม่
นครศรีธรรมราช กับข้อสงสัย “ส่งคนผิดกลุ่ม-กาสองหมายเลข”
อีกจิ๊กซอว์หนึ่งอยู่ที่นครศรีธรรมราช มีการกล่าวถึงการวางแผนส่งบุคคลลงสมัครในกลุ่มอาชีพที่ไม่สอดคล้องกับความเชี่ยวชาญเดิม เช่น บุคคลที่มีพื้นฐานด้านวิศวกรรมไปสมัครในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับชาวนา
ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่เพียงคำถามเรื่องคุณสมบัติ แต่ยังรวมถึงข้อกล่าวอ้างเรื่องการกระจายผู้สมัครออกไปตามกลุ่มต่าง ๆ ก่อนลงคะแนนตาม “โพย” ที่กำหนด โดยใช้วิธี “กาสองตัวเลข”
หากมองเฉพาะเหตุการณ์เดียว อาจเป็นเพียงพฤติกรรมของผู้สมัครบางกลุ่ม แต่เมื่อวางคู่กับรูปแบบคะแนนที่ถูกเปิดเผยในพื้นที่อื่น ภาพของการเลือกแบบเป็นอิสระก็เริ่มถูกตั้งคำถามมากขึ้น
โดยเฉพาะกรณีบัตรเลือก สว.บางกลุ่มที่พบว่า มีการลงคะแนนเรียงหมายเลขตรงกัน ถึง 18 ใบ
ความเหมือนกันในระดับดังกล่าวถูกผู้เปิดเผยข้อมูลใช้เป็นหนึ่งในเหตุผลตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ลงคะแนนอาจได้รับชุดหมายเลขหรือแนวทางเดียวกันมาก่อนหรือไม่ แม้ท้ายที่สุดจะต้องอาศัยการตรวจสอบและพิสูจน์ว่าเกิดจากการนัดหมายจริง หรือเป็นความบังเอิญของการลงคะแนน
ปมคุณสมบัติ เมื่อ “อาชีพ 10 ปี” กลายเป็นคำถาม
จิ๊กซอว์อีกด้านไม่ได้เกี่ยวกับการลงคะแนนโดยตรง แต่ย้อนกลับไปถึงคุณสมบัติของผู้สมัคร
หนึ่งในกรณีที่ถูกยกขึ้นมาคือ สว.รายหนึ่งที่ระบุประสบการณ์ว่าขายก๋วยเตี๋ยวไก่มาเป็นเวลา 12 ปี เพื่อใช้ประกอบคุณสมบัติด้านประสบการณ์การทำงาน
แต่จากข้อมูลการตรวจสอบผ่านสื่อสังคมออนไลน์และ Google ตามที่ผู้เปิดเผยนำเสนอ กลับพบการเปลี่ยนแปลงกิจการหลายช่วง ทั้งฟิตเนส ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ก๋วยเตี๋ยวเป็ด และก๋วยเตี๋ยวปลา
ประเด็นที่ถูกตั้งคำถามคือ หากนับเฉพาะกิจการก๋วยเตี๋ยวปลาที่ระบุว่าเปิดในปี 2558 ระยะเวลาจะยังไม่ครบ 10 ปีตามเกณฑ์ที่ถูกกล่าวถึง
เรื่องนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงสีสันของประวัติผู้สมัคร แต่แตะตรงไปยังคำถามพื้นฐานว่า กระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติก่อนเข้าสู่สนามเลือก สว.มีความละเอียดเพียงพอหรือไม่ และข้อมูลที่ผู้สมัครใช้ยืนยันประสบการณ์ได้รับการตรวจสอบจากหลักฐานประเภทใด
หลังเลือกตั้ง จิ๊กซอว์ “ผู้ช่วย สว.” เริ่มต่อเป็นเครือข่าย
ความเชื่อมโยงที่ถูกจับตายังเดินต่อไปหลังการเลือก สว.เสร็จสิ้น เมื่อมีการตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยและคณะทำงานของ สว.ในจังหวัดอำนาจเจริญ
ข้อมูลที่นำเสนอพบลักษณะคล้ายการ “ฝากเลี้ยง” หรือแต่งตั้งคนใกล้ชิดไขว้กันไปมา เช่น สว. ก. แต่งตั้งลูกชายของ สว. ข. เป็นผู้ช่วย ขณะที่ สว. ข. แต่งตั้งญาติของ สว. ค. เป็นผู้ช่วย
นอกจากนี้ยังมีการกล่าวถึงเครือญาติของนักการเมืองระดับชาติ รวมถึงบุคคลที่เคยทำหน้าที่ช่วยหาเสียงให้พรรคการเมืองใหญ่ เข้ามาอยู่ในคณะทำงานของ สว.
การแต่งตั้งคนรู้จักหรือเครือญาติไม่ได้ตอบคำถามเรื่องการทุจริตด้วยตัวมันเอง แต่ในมุมของผู้เปิดเผยข้อมูล สิ่งเหล่านี้มีความหมายเมื่อถูกวางลงบนผังเดียวกับความสัมพันธ์ก่อนการเลือก เส้นทางการเงิน และรูปแบบการลงคะแนน
ภาพที่กำลังถูกตั้งคำถามจึงไม่ใช่เพียงว่า “ใครรู้จักใคร” แต่คือความสัมพันธ์เหล่านี้มีอยู่ก่อนการเลือกหรือไม่ และมีส่วนในการจัดการคะแนนหรือประสานเครือข่ายกันหรือเปล่า
เดิมพันกกต.เมื่อหลักฐานเปลี่ยนจากข้อสงสัยเป็นคำตอบ
จิ๊กซอว์ทั้งหมด ตั้งแต่เงิน 13 ครั้งกว่า 860,000 บาท ตั๋วเครื่องบิน ค่า “หมูกระทะ” ข้อกล่าวหาเรื่องค่าหัว 5,000 บาท โพยกาสองหมายเลข บัตรคะแนนเหมือนกัน 18 ใบ คุณสมบัติด้านอาชีพ ไปจนถึงเครือข่ายผู้ช่วย สว. ยังไม่ได้หมายความว่าทุกกรณีได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นการทุจริตแล้ว
แต่การเกิดขึ้นพร้อมกันของข้อสงสัยหลายลักษณะ คือเหตุผลที่กลุ่มผู้เปิดเผยข้อมูลเห็นว่า มีน้ำหนักเพียงพอที่จะต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบอย่างจริงจัง และเห็นว่า กกต.ควรส่งเรื่องให้ศาลพิจารณาหากพยานหลักฐานถึงเกณฑ์ตามกฎหมาย
พริษฐ์ยังเสนอไปไกลกว่าคดีเฉพาะหน้า โดยเห็นว่าไม่ควรมีการเลือก สว.ด้วยรูปแบบเช่นนี้อีกในอนาคต พร้อมเชื่อมโยงไปถึงข้อเสนอจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อแก้ปัญหาที่มาของวุฒิสภาในระยะยาว
ปลายเดือนสิงหาคมจึงไม่ใช่เพียงช่วงเวลาที่สังคมรอฟังความคืบหน้าจาก กกต.เท่านั้น แต่เป็นบททดสอบว่า กระบวนการตรวจสอบจะสามารถคลี่จิ๊กซอว์ที่กระจัดกระจายให้กลายเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้หรือไม่
คำถามสำคัญอาจไม่ใช่เพียงว่า “มีใครโกงการเลือก สว.หรือไม่” แต่คือ ระบบที่ออกแบบมาให้ผู้สมัครเลือกกันเอง สามารถรับประกันได้เพียงใดว่าอำนาจในวุฒิสภาเกิดจากการเลือกที่สุจริต ไม่ใช่จากโพย เงิน หรือเครือข่ายที่ถูกจัดวางไว้ล่วงหน้า







