
มติศาลรธน.ชี้ 3 มาตราภาษีไม่ขัดรัฐธรรมนูญ คงอำนาจตรวจสอบ-เรียกเงินเพิ่ม
ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย 3 มาตราในประมวลรัษฎากรไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ครอบคลุมการเรียกเอกสาร กรอบเวลาประเมิน และเงินเพิ่มกรณีชำระภาษีไม่ครบ
KEY
POINTS
- ศาลรัฐธรรมนูญมีมติว่าประมวลรัษฎากร 3 มาตรา ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบและเรียกเก็บภาษีไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ
- เจ้าพนักงานประเมินยังคงมีอำนาจในการออกหมายเรียกผู้เสียภาษีเพื่อตรวจสอบเอกสาร และกำหนดกรอบเวลาประเมินภาษีย้อนหลังได้ตามเดิม
- ผู้ที่ชำระภาษีไม่ครบถ้วนหรือล่าช้า ยังคงต้องเสียเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนตามกฎหมาย
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติว่า บทบัญญัติ 3 มาตราในประมวลรัษฎากร ซึ่งเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบ การประเมิน และการเรียกเก็บภาษี ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้เจ้าพนักงานภาษียังคงใช้อำนาจตามกฎหมายดังกล่าวได้ต่อไป
คำวินิจฉัยมีขึ้นเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 หลังศาลภาษีอากรกลางส่งคำโต้แย้งของโจทก์ในคดีแพ่ง ให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่า ประมวลรัษฎากร มาตรา 88/4 มาตรา 88/6 และมาตรา 89/1 ขัดต่อหลักนิติธรรมและหลักความเสมอภาคตามรัฐธรรมนูญหรือไม่
คงอำนาจเรียกผู้เสียภาษีและตรวจเอกสาร
ประเด็นแรก ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 8 ต่อ 1 ว่า มาตรา 88/4 ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ
มาตรานี้ให้อำนาจเจ้าพนักงานประเมินออกหมายเรียกผู้เสียภาษี ผู้แทน หรือพยาน รวมถึงสั่งให้นำบัญชี เอกสาร และหลักฐานที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบได้ โดยต้องแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน
ในทางปฏิบัติ หมายความว่า หากเจ้าหน้าที่พบข้อสงสัยเกี่ยวกับการยื่นภาษี ยังสามารถเรียกผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจงและขอตรวจสอบเอกสารได้ตามเดิม
กำหนดเวลาประเมินภาษียังใช้ต่อ
ประเด็นที่สอง ศาลมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า มาตรา 88/6 ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ
บทบัญญัตินี้กำหนดกรอบเวลาที่เจ้าพนักงานสามารถประเมินภาษีได้ โดยทั่วไปอยู่ภายใน 2 ปี แต่บางกรณีสามารถขยายได้ถึง 5 ปี หรือ 10 ปี เช่น ผู้เสียภาษีไม่ยื่นแบบ หรือยื่นข้อมูลไม่ครบถ้วนและไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
คำวินิจฉัยจึงทำให้กรอบเวลาการตรวจสอบย้อนหลังและการประเมินภาษียังคงมีผลบังคับใช้ต่อไป
ชำระภาษีไม่ครบ ยังเสียเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน
ประเด็นสุดท้าย ศาลมีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 ว่า มาตรา 89/1 ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ
มาตรานี้กำหนดว่า ผู้ที่ไม่ชำระภาษีหรือนำส่งภาษีให้ครบภายในเวลาที่กำหนด ต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือน หรือเศษของเดือน จากยอดภาษีที่ค้างชำระ
หากได้รับอนุมัติให้ขยายเวลาชำระภาษี และชำระภายในเวลาที่ขยายให้ อัตราเงินเพิ่มจะลดลงเหลือร้อยละ 0.75 ต่อเดือน โดยเงินเพิ่มรวมต้องไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องชำระ
คำวินิจฉัยครั้งนี้ทำให้ผู้เสียภาษียังคงมีหน้าที่ชำระเงินเพิ่มตามกฎหมาย หากจ่ายภาษีไม่ครบหรือเกินกำหนด
ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า บทบัญญัติทั้ง 3 มาตราไม่ขัดต่อหลักนิติธรรม ไม่จำกัดสิทธิของประชาชนเกินสมควร และไม่เป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม จึงยังคงมีผลใช้บังคับต่อไป.
แหล่งที่มา : สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ







