
มหาดไทยเช็กบิลโกงสอบท้องถิ่น รู้ผลคืนนี้ จ่อฟันวินัย-อาญา
โกงสอบท้องถิ่นคืบ“วรศิษฎ์” เผยผลเทียบกระดาษคำตอบกับคะแนนประกาศรู้ผลค่ำนี้ หากผิดปกติคัดชื่อออกทันที ยืนยันไม่สอบใหม่ รักษาสิทธิ์คนสอบได้จริง
KEY
POINTS
- กระทรวงมหาดไทยเร่งตรวจสอบการทุจริตสอบท้องถิ่นโดยเทียบผลคะแนนกับกระดาษคำตอบ คาดว่าจะทราบผลภายในคืนนี้
- ผู้ที่พบว่ามีคะแนนผิดปกติจะถูกตัดชื่อออกจากบัญชีผู้สอบผ่าน และจะถูกดำเนินการทางวินัยอย่างร้ายแรงรวมถึงอาจถูกดำเนินคดีอาญา
- จะไม่มีการจัดสอบใหม่เพื่อรักษาสิทธิ์ผู้ที่สอบผ่านอย่างสุจริต โดยผู้สอบได้ในลำดับถัดไปจะได้รับการเลื่อนขึ้นมาบรรจุแทน
นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นว่า กระทรวงมหาดไทยกำลังเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะการเปรียบเทียบผลคะแนนที่ประกาศกับไฟล์รูปกระดาษคำตอบ ซึ่งคาดว่าจะรู้ผลภายในค่ำวันนี้ 6 กรกฎาคม 2569
นายวรศิษฎ์ระบุว่า หากตรวจพบว่าคะแนนที่ประกาศไม่ตรงกับกระดาษคำตอบ จะถือว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้น และต้องสรุปผลดำเนินการให้ชัดเจนภายในวันนี้ทันที โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบอย่างใกล้ชิด ทั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท.
สำหรับแนวทางจัดการบัญชีผู้สอบผ่าน นายวรศิษฎ์ยืนยันว่า จะไม่มีการจัดสอบใหม่ เพื่อรักษาสิทธิ์ของผู้ที่สอบผ่านด้วยความสามารถของตนเอง โดยกลุ่มที่ผลคะแนนปกติจะยังคงสิทธิ์ไว้ตามเดิม ส่วนผู้ที่พบคะแนนผิดปกติจะถูกคัดชื่อออกจากบัญชี และเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป
ทั้งนี้ เมื่อตัดรายชื่อผู้ที่มีคะแนนผิดปกติออกแล้ว ผู้สอบได้ในลำดับถัดไปจะได้รับการเลื่อนขึ้นมาแทน เพื่อให้การบรรจุแต่งตั้งเป็นไปตามหลักความถูกต้องและเป็นธรรม
นายวรศิษฎ์กล่าวอีกว่า หากข้อมูลตรวจสอบมีความชัดเจน จะเสนอเรื่องเข้าสู่กองกลางเพื่อพิจารณายกเลิกบัญชีผู้สอบที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติ ขณะเดียวกัน กระบวนการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงเป็นอำนาจหน้าที่ของปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ต้องดำเนินการตามขั้นตอนปกติ
ส่วนกระแสข่าวว่ามีข้าราชการระดับอธิบดีและรองอธิบดีเข้าไปเกี่ยวข้อง นายวรศิษฎ์ระบุว่า ขณะนี้ยังรอรายงานอย่างเป็นทางการจากปลัดกระทรวงมหาดไทย หากผลสอบวินัยพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องจริง จะต้องดำเนินการตามกฎหมายอาญาต่อไปโดยไม่ละเว้น
“เราทำงานอยู่บนความตั้งใจและจริงใจที่จะแก้ปัญหานี้ เชื่อมั่นว่ากระบวนการที่โปร่งใสจะสามารถดึงความเชื่อมั่นของกระทรวงมหาดไทยกลับมาได้อย่างแน่นอน” นายวรศิษฎ์กล่าว







