
“เดชอิศม์” ปัดเอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น ปมเลือกมศว ผู้จัดสอบจบก่อนนั่ง มท.3
อดีต มท.3 แจงไทม์ไลน์ปมสอบท้องถิ่น ย้ำมศว ผู้จัดสอบถูกคัดเลือกก่อนรับตำแหน่ง เผยเคยเสนอให้ยกเลิกผล-ดึง DSI ตรวจสอบ
KEY
POINTS
- เดชอิศม์ยืนยันไม่เกี่ยวข้องปมทุจริตสอบท้องถิ่น 4.5 พันล้าน ชี้ สถ. ประกาศให้ มศว เป็นผู้ชนะจัดสอบก่อนตนรับตำแหน่ง มท.3 แล้ว 4 วัน ตามไทม์ไลน์ชัดเจนมาก
- อดีต มท.3 ระบุหลังได้รับร้องเรียนความไม่โปร่งใส ได้หารืออธิบดี สถ. คนใหม่ เสนอให้ยกเลิกผลเสนอราคา เปิดแข่งขันใหม่เพื่อเรียกความเชื่อมั่นสังคมคืนชัดเจน
- เดชอิศม์เผยเคยหารือ พ.ต.อ.ทวี ดึง DSI ตรวจสอบข้อเท็จจริงควบคู่ แต่เรื่องติดอุทธรณ์กรมบัญชีกลาง ก่อนตนพ้นตำแหน่งจึงไม่ได้ติดตามต่อในฐานะผู้กำกับดูแลไว้
นายเดชอิศม์ ขาวทอง อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ชี้แจงกรณีถูกพาดพิงเกี่ยวกับการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยยืนยันว่า กระบวนการคัดเลือกผู้จัดสอบเกิดขึ้นก่อนที่ตนจะเข้ารับตำแหน่ง และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาทุจริตมูลค่า 4,500 ล้านบาท
นายเดชอิศม์ ระบุว่า ตนได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2568 และพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 ขณะที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้ประกาศให้มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เป็นผู้ชนะการเสนอราคาโครงการจัดสอบแล้วตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2568 หรือก่อนที่ตนจะรับตำแหน่ง 4 วัน
อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยกล่าวว่า ระหว่างกำกับดูแลกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริหารท้องถิ่นและข้าราชการเกี่ยวกับความไม่โปร่งใส รวมถึงข้อกล่าวหาเรื่องการเรียกรับผลประโยชน์ จึงได้หารือกับอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นคนใหม่ คือ ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ และเสนอให้ยกเลิกผลการเสนอราคา เพื่อเปิดให้มีการแข่งขันใหม่
นายเดชอิศม์ยังเปิดเผยว่า ได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าปรึกษากับ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI เข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงควบคู่กันไป หากพบพยานหลักฐานว่ามีการกระทำผิด
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาดังกล่าว กระบวนการยังติดขั้นตอนทางกฎหมาย เนื่องจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ได้ยื่นอุทธรณ์ผลการพิจารณา ทำให้ต้องรอการวินิจฉัยจากกรมบัญชีกลาง ก่อนที่นายเดชอิศม์จะพ้นจากตำแหน่งในวันที่ 19 กันยายน 2568 จึงไม่ได้ติดตามเรื่องต่อในฐานะผู้กำกับดูแล
นายเดชอิศม์ยืนยันว่า ตลอดเวลาที่ดำรงตำแหน่ง ได้ปฏิบัติหน้าที่โดยยึดหลักความถูกต้อง โปร่งใส และคำนึงถึงประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ พร้อมระบุว่าการดำเนินการทั้งหมดอยู่ภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่และกฎหมาย







