posttoday
ดีเบต 4ผู้ว่าฯ กทม. ชูนโยบายแก้ พ.ร.บ.ปี 28 ปลดล็อกอำนาจเมือง

ดีเบต 4ผู้ว่าฯ กทม. ชูนโยบายแก้ พ.ร.บ.ปี 28 ปลดล็อกอำนาจเมือง

22 มิถุนายน 2569

4 แคนดิเดตผู้ว่าฯกทม. ประสานเสียงแก้ พ.ร.บ.ปี 2528 ปลดล็อกอำนาจบริหาร การเงิน และงบประมาณ หวังยกระดับกรุงเทพฯ เทียบเมืองใหญ่โลก ก่อนเลือกตั้ง 28 มิ.ย.นี้

KEY

POINTS

  • ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. 4 คนเห็นตรงกันว่าจำเป็นต้องแก้ไข พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 ซึ่งใช้มานานและเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเมือง
  • เป้าหมายหลักของการแก้ไขกฎหมายคือเพื่อปลดล็อกอำนาจให้ กทม. สามารถบริหารจัดการด้านการเงิน การคลัง และบริการสาธารณะได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • ข้อเสนอในการแก้ไขมีหลากหลาย เช่น การขยายอำนาจให้ครอบคลุมด้านจราจรและสาธารณสุข, การให้อำนาจจัดเก็บภาษีใหม่ๆ, และการบูรณาการงบประมาณเพื่อแก้ปัญหาภาพรวม

เวทีดีเบต “โอกาสของคนเมือง” กลายเป็นเวทีสำคัญในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร วันที่ 28 มิถุนายนนี้ เมื่อ 4 แคนดิเดตหลักเสนอแนวทางตรงกันว่า กทม.จำเป็นต้องแก้ไขพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 เพื่อปลดล็อกอำนาจบริหาร การเงิน และการจัดบริการสาธารณะให้คล่องตัวขึ้น

เวทีดังกล่าวจัดโดยสถานีโทรทัศน์เนชั่นทีวี ช่อง 22 ร่วมกับสถาบันพระปกเกล้า โดย รศ.ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ตั้งคำถามถึงผู้สมัครเกี่ยวกับการแก้กฎหมาย กทม.ที่ใช้มานานกว่า 40 ปี ซึ่งถูกมองว่าเป็นอุปสรรคต่อการแก้ปัญหาเมือง โดยเฉพาะปัญหาเส้นเลือดฝอยและบริการสาธารณะ

นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครหมายเลข 10 พรรคประชาชน เสนอให้ปรับหลักคิดด้านอำนาจของ กทม. จากระบบที่ระบุว่าทำอะไรได้บ้าง เป็นระบบ “Negative List” หรือกำหนดเฉพาะสิ่งที่ห้ามทำ เพื่อเปิดทางให้ กทม.บริหารจัดการเรื่องต่าง ๆ ได้ทันที หากไม่มีกฎหมายห้ามไว้ โดยเฉพาะด้านขนส่งสาธารณะและการจัดเก็บรายได้ใหม่ เช่น ภาษีโรงแรม และภาษีท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ

นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครหมายเลข 5 พรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้แก้ พ.ร.บ.กทม. เพื่อบูรณาการงบประมาณจากหลายหน่วยงานที่ยังทำงานแบบแยกส่วน หรือ “ไซโล” เข้าสู่การบริหารจัดการภาพรวม โดยเฉพาะปัญหาน้ำท่วม จราจร ขยะ และฝุ่น PM2.5 พร้อมย้ำว่าแนวทางนี้ไม่ใช่การเพิ่มอำนาจให้ตัวผู้ว่าฯ แต่เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพให้องค์กร กทม.วางแผนระยะยาวได้จริง

 

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครหมายเลข 9 เสนอการปฏิรูปกฎหมาย 4 ด้าน ได้แก่ การขยายอำนาจ กทม.ให้ครอบคลุมงานจราจร การศึกษา และสาธารณสุข การขอสิทธิจัดเก็บภาษีน้ำมัน ภาษีโรงแรม และภาษียาสูบ การตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานและกองทุนเศรษฐกิจเมือง รวมถึงการกระจายอำนาจสู่ระดับเขต เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชน

ขณะที่ ดร.มัลลิการ์ บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครหมายเลข 14 เสนอให้ปฏิรูปกฎหมายเพื่อให้ผู้ว่าฯ กทม.มีอำนาจบริหารจัดการใกล้เคียงนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก พร้อมผลักดันการทำงานแบบ One Stop Service เพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนได้รวดเร็ว ระหว่างรอกระบวนการแก้ไขกฎหมาย

การประชันวิสัยทัศน์ครั้งนี้สะท้อนว่าโจทย์ใหญ่ของผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ ไม่ได้อยู่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่รวมถึงการรื้อโครงสร้างกฎหมายปี 2528 เพื่อคืนอำนาจการตัดสินใจและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารเมืองหลวงให้ตอบโจทย์คนกรุงเทพฯ มากขึ้น

ข่าวล่าสุด

ดูบอลสด ถ่ายทอดสด ฝรั่งเศส VS อิรัก ฟุตบอลโลก 2026 วันนี้ 22 มิ.ย.69

ดูบอลสด ถ่ายทอดสด ฝรั่งเศส VS อิรัก ฟุตบอลโลก 2026 วันนี้ 22 มิ.ย.69