posttoday
4 แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม.ประชันวิสัยทัศน์ “โอกาสของคนเมือง”

4 แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม.ประชันวิสัยทัศน์ “โอกาสของคนเมือง”

22 มิถุนายน 2569

เนชั่นทีวีจับมือสถาบันพระปกเกล้าจัดเวทีดีเบตผู้ว่าฯ กทม. 4 แคนดิเดต ชูแนวทางแก้ขยะ รถไฟฟ้า เด็กเล็ก ความปลอดภัย ทุจริต และทุนต่างชาติ

KEY

POINTS

  • ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. 4 คน ได้แก่ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์, อนุชา บูรพชัยศรี, ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร และมัลลิการ์ บุญมีตระกูล มหาสุข ร่วมเวทีประชันวิสัยทัศน์ในหัวข้อ “โอกาสของคนเมือง”
  • การนำเสนอนโยบายครอบคลุม 6 ประเด็นสำคัญของกรุงเทพฯ อาทิ ปัญหาขยะ, ค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียว, สวัสดิการศูนย์เด็กเล็ก, ความปลอดภัยสาธารณะ และการป้องกันการทุจริต
  • ผู้สมัครแต่ละคนเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาที่หลากหลาย ตั้งแต่การใช้เทคโนโลยี AI และเซนเซอร์, การปฏิรูปสัญญา, การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงการเพิ่มความโปร่งใสในการบริหารจัดการ

สถานีโทรทัศน์เนชั่นทีวี ช่อง 22 ร่วมกับสถาบันพระปกเกล้า จัดเวทีประชันวิสัยทัศน์ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ภายใต้หัวข้อ “โอกาสของคนเมือง” เปิดพื้นที่ให้ผู้สมัครนำเสนอนโยบายและตอบคำถามจากภาคประชาชนและองค์กรต่าง ๆ ครอบคลุม 6 ประเด็นสำคัญของเมืองหลวง

เวทีดังกล่าวมีแคนดิเดตสำคัญเข้าร่วม 4 คน ได้แก่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ หมายเลข 9, นายอนุชา บูรพชัยศรี หมายเลข 5, นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หรือคุณโจ หมายเลข 10 และ ดร.มัลลิการ์ บุญมีตระกูล มหาสุข หมายเลข 14 โดยแต่ละคนมีเวลาตอบคำถามรวม 5 นาที

ประเด็นแรก คือการจัดการปัญหาขยะและกลิ่นเหม็นบริเวณโรงขยะอ่อนนุช นายชัชชาติระบุว่า มีการติดตั้งเซนเซอร์วัดกลิ่นเพิ่มเป็น 8 จุด และตั้งเป้าให้โรงขยะอ่อนนุชเป็นระบบปิดทั้งหมดในปีหน้า ขณะที่นายอนุชาเสนอแก้ปัญหาโครงสร้างอาคาร ม่านชัตเตอร์ กระจกชำรุด และการล้างรถขยะให้สะอาดเพื่อลดน้ำเสียสะสม

นายชัยวัฒน์เสนอให้เปิดเผยค่าเซนเซอร์ทั่วกรุงเทพฯ พร้อมประกาศยกเลิกสัญญากับโรงขยะที่ส่งกลิ่นเหม็น 2 แห่ง เพื่อแก้ปัญหาผลกระทบต่อประชาชนกว่า 4 แสนคน ส่วนดร.มัลลิการ์เสนอปฏิรูปสัญญาขยะใหม่ ไม่ให้เอื้อประโยชน์เอกชน และเปลี่ยนจากการฝังกลบเป็นโรงไฟฟ้าขยะ

ด้านค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียว ดร.มัลลิการ์ย้ำว่าจะเข้าเจรจาตั้งแต่วันแรกเพื่อลดราคาให้เป็นธรรม นายชัยวัฒน์เสนอค่าโดยสารร่วมระยะยาว 8-45 บาท และตั๋วเช้าตรู่ลด 50% สำหรับผู้เดินทางก่อน 06.30 น. ขณะที่นายอนุชาผลักดันระบบตั๋วร่วม คุมค่าโดยสาร 40 บาทต่อเที่ยว ส่วนนายชัชชาติมุ่งเจรจาสัญญาใหม่ช่วงปี 2572-2585 พร้อมผลักดันตั๋วเดือนสำหรับนักเรียนและผู้สูงอายุ

ในประเด็นสวัสดิการและศูนย์เด็กเล็ก นายอนุชาเสนอเพิ่มบุคลากร ขยายเวลาเปิด-ปิดเป็น 06.00-20.00 น. ติดตั้ง CCTV และร่วมมือเอกชนเปิดศูนย์เพิ่ม นายชัยวัฒน์เสนอรับเด็กตั้งแต่อายุ 6 เดือน พร้อมลงทุน 600 ล้านบาทปรับปรุง 200 ศูนย์

นายชัชาติเสนอเพิ่มงบอาหารเช้าและค่าล่วงเวลาให้ผู้ดูแล พร้อมเปิดทางให้เอกชนและชุมชนร่วมขยายศูนย์ตามความต้องการพื้นที่ ส่วนดร.มัลลิการ์เสนอเพิ่มศูนย์เด็กเล็กให้เท่ากับจำนวนโรงเรียน กทม. 437 แห่ง และให้สิทธิ์คนกรุงเทพฯ เป็นลำดับแรก

ประเด็นมาตรฐานความปลอดภัยจากป้ายล้ม ตกท่อ และถนนยุบ ดร.มัลลิการ์เสนอใช้ KPI ประเมินผู้อำนวยการเขต นายชัชชาติเน้นจัดทำฐานข้อมูลอาคาร 3 ประเภท และทำ MOU กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดความรับผิดชอบกรณีขุดถนน

นายอนุชาเสนอให้โยธาเขตตรวจเชิงรุกโดยไม่รอรับแจ้งเหตุ พร้อมขจัดทุจริตในสเปกก่อสร้างให้ได้มาตรฐานสากล ส่วนนายชัยวัฒน์เสนอให้ติด CCTV ในจุดก่อสร้าง ตรวจสอบออนไลน์ และเปิดเผยสัญญาประกันภัยเพื่อเยียวยาประชาชนทันทีเมื่อเกิดเหตุ

ด้านการป้องกันทุจริต นายชัยวัฒน์เสนอระบบ “กรุงเทพโปร่งใส AI” ตรวจสอบตั้งแต่ต้นทางและลดการใช้ดุลพินิจเจ้าหน้าที่ นายชัชชาติชูหลักเปิดเผยข้อมูล ระบบออนไลน์ AI ตรวจจับโกง และปรับปรุงกฎระเบียบให้กระชับ

ดร.มัลลิการ์ประกาศทำสงครามกับการทุจริต ใช้ Blockchain และ AI เพิ่มความรวดเร็วและโปร่งใส ขณะที่นายอนุชาเสนอใช้แพลตฟอร์ม “2 รัฐ” ตรวจสอบย้อนหลัง โดยระบุว่าพบความผิดปกติในการจัดซื้อจัดจ้างแบบเฉพาะเจาะจงในโรงพยาบาล กทม.

ส่วนประเด็นทุนต่างชาติสวมสิทธิ์ในย่านห้วยขวาง ดร.มัลลิการ์เสนอใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ความมั่นคง ในฐานะ ผอ.รมน.กทม. เป็นหัวโต๊ะบูรณาการทุกฝ่าย นายอนุชาจะประสานสรรพากร ปปง. และกระทรวงพาณิชย์ ตรวจสอบนอมินี

นายชัชชาติระบุว่า กทม.ต้องเป็นเจ้าภาพประสาน 6 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงแรงงาน ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง กรมสรรพากร อย. และหน่วยงานสาธารณสุข เพื่อตรวจใบอนุญาต ภาษี และมาตรฐานสินค้า ขณะที่นายชัยวัฒน์เสนอเข้มงวดตรวจนอมินีตั้งแต่ขั้นตอนขอใบอนุญาต โดยใช้ข้อมูลจากเขตและ สก. ร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย

ข่าวล่าสุด

ดีเบต 4ผู้ว่าฯ กทม. ชูนโยบายแก้ พ.ร.บ.ปี 28 ปลดล็อกอำนาจเมือง

ดีเบต 4ผู้ว่าฯ กทม. ชูนโยบายแก้ พ.ร.บ.ปี 28 ปลดล็อกอำนาจเมือง