posttoday
4 แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. ตอบ4โจทย์ใหญ่สถาบันพระปกเกล้า ชูแก้ฝุ่น-ฝน-จน-เจ็บ

4 แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. ตอบ4โจทย์ใหญ่สถาบันพระปกเกล้า ชูแก้ฝุ่น-ฝน-จน-เจ็บ

22 มิถุนายน 2569

เวทีเนชั่นทีวีร่วมสถาบันพระปกเกล้า เปิด 4 โจทย์ใหญ่คนกรุง “ฝุ่น ฝน จน เจ็บ” ให้ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ชูนโยบายแก้ปัญหาเมืองก่อนเลือกตั้ง 28 มิ.ย.อย่างเข้มข้น

KEY

POINTS

  • ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. 4 คน ร่วมเวทีประชันวิสัยทัศน์ที่จัดโดยสถาบันพระปกเกล้าและเนชั่นทีวี
  • ผู้สมัครแต่ละคนนำเสนอนโยบายเพื่อแก้ 4 โจทย์ปัญหาหลักของคนกรุงเทพฯ ได้แก่ "ฝุ่น" (PM 2.5), "ฝน" (น้ำท่วม), "จน" (ปัญหาปากท้อง) และ "เจ็บ" (ความปลอดภัย)
  • แนวทางแก้ไขที่ถูกนำเสนอ เช่น การใช้แอปพยากรณ์ฝุ่น, เรดาร์ AI จัดการน้ำ, จัดระเบียบหาบเร่แผงลอย และออกข้อบัญญัติตรวจสอบอาคารเก่า

เวทีเนชั่นทีวีร่วมสถาบันพระปกเกล้า เปิด 4 โจทย์ใหญ่คนกรุง “ฝุ่น ฝน จน เจ็บ” ให้ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. โชว์แนวทางแก้ปัญหาเมืองประชันวิสัยทัศน์ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 4 คน จัดโดยเนชั่นทีวีร่วมกับสถาบันพระปกเกล้า เปิดโจทย์ปัญหาเมืองหลวงภายใต้หัวข้อ “ฝุ่น ฝน จน เจ็บ” เพื่อให้ผู้สมัครนำเสนอนโยบายตอบปัญหาหลักของคนกรุงเทพฯ ทั้งฝุ่น PM 2.5 น้ำท่วม ปากท้อง คนไร้บ้าน ความปลอดภัย และการจราจร

4 แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. ตอบ4โจทย์ใหญ่สถาบันพระปกเกล้า ชูแก้ฝุ่น-ฝน-จน-เจ็บ

สถาบันพระปกเกล้ารวบรวมข้อมูลจากประชาชน พบปัญหาที่คนกรุงเทพฯ ต้องการให้แก้ไขมากที่สุด ได้แก่ การจราจร ฝุ่น PM 2.5 ความปลอดภัย คนไร้บ้านและที่อยู่อาศัย รวมถึงน้ำท่วม ก่อนสรุปเป็นคำถามให้ผู้สมัครแต่ละคนตอบบนเวที

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ตอบโจทย์เรื่อง “ฝุ่น” โดยเสนอจัดการต้นเหตุ 3 ส่วน คือ สภาพอากาศ รถยนต์ดีเซล และการเผาชีวมวล พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมควบคุมมลพิษ กรมโรงงานอุตสาหกรรม และจังหวัดใกล้เคียง เพื่อลดปัญหาฝุ่นข้ามพื้นที่

นายชัชชาติ ยังเสนอใช้แอปพลิเคชันพยากรณ์ฝุ่นล่วงหน้า จัดทำห้องปลอดฝุ่นในศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียน รวมถึงสอนเด็กให้เข้าใจสัญลักษณ์ธงสีฝุ่น เพื่อดูแลตัวเองและครอบครัว โดยตั้งเป้าลดวันฝุ่นแย่ให้เหลือไม่เกิน 20 วัน ภายใน 1 ปี

4 แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. ตอบ4โจทย์ใหญ่สถาบันพระปกเกล้า ชูแก้ฝุ่น-ฝน-จน-เจ็บ

 

ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ตอบโจทย์เรื่อง “ฝน” หรือปัญหาน้ำท่วม โดยเสนอใช้ AI Radar X-Band วิเคราะห์กลุ่มเมฆ เพื่อวางแผนระบายน้ำและอพยพอย่างเป็นระบบ พร้อมย้ำว่าผู้ว่าฯ ต้องทำหน้าที่แบบ CEO บูรณาการทุกหน่วยงาน โดยไม่รอการแก้กฎหมาย

ดร.มัลลิกา ยังเสนอขุดลอกคูคลองตั้งแต่ต้นปี ใช้เทคโนโลยีรับน้ำซึมลงใต้ดินแบบญี่ปุ่น และเช่าพื้นที่ว่างของราชพัสดุ ทหาร หรือการรถไฟ ทำเป็นแก้มลิงเพื่อพักน้ำในพื้นที่ฝั่งตะวันออก ตะวันตก และใจกลางเมือง โดยระบุว่าสามารถติดตั้งเทคโนโลยีเรดาร์ AI ได้ใน 3 เดือน

นายอนุชา บูรพชัยศรี ตอบโจทย์เรื่อง “จน” โดยเสนอจัดระเบียบหาบเร่แผงลอยและ Street Food ด้วยการลงทะเบียนและกำหนดพื้นที่ฟุตบาทให้ชัดเจน ระหว่างทางเดินกับพื้นที่ค้าขาย รวมถึงจัดระเบียบวินมอเตอร์ไซค์และพัฒนาศูนย์ฝึกอาชีพให้ทันสมัย

นายอนุชา ยังเสนอขจัดระบบใต้โต๊ะในการขอใบอนุญาต จ้างงานผู้สูงอายุที่มีประสบการณ์มาช่วยงาน กทม. พร้อมเบี้ยเลี้ยง ผลักดันตั๋วร่วมเพื่อลดภาระค่าแรกเข้า และเสนอเก็บภาษีโรงแรมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อนำรายได้มาพัฒนาเมือง

ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ตอบโจทย์เรื่อง “เจ็บ” ครอบคลุมความปลอดภัยและการจราจร โดยเสนอออกข้อบัญญัติให้ กทม. ตรวจสอบอาคารเก่าอายุ 50 ปีขึ้นไป ทุก 5 ปี เพื่อประเมินความเสี่ยงด้านโครงสร้าง

ดร.โจ ชัยวัฒน์ ยังเสนอแก้ปัญหาจุดตัดทางรถไฟ ระยะสั้นด้วยระบบอาณัติสัญญาณอัตโนมัติ เพื่อลดความผิดพลาดจากมนุษย์ และระยะยาวผลักดันโครงการ Missing Link เพื่อยกระดับทางรถไฟให้พ้นจากพื้นราบ โดยระบุว่าออกข้อบัญญัติตรวจตึกเก่าได้ใน 3 เดือน และทำระบบอาณัติสัญญาณร่วมกับรถไฟภายใน 1 ปี

ข่าวล่าสุด

ดีเบต 4ผู้ว่าฯ กทม. ชูนโยบายแก้ พ.ร.บ.ปี 28 ปลดล็อกอำนาจเมือง

ดีเบต 4ผู้ว่าฯ กทม. ชูนโยบายแก้ พ.ร.บ.ปี 28 ปลดล็อกอำนาจเมือง