
เบื้องหลังคำว่าพวกกันพจน์เคลียร์ชัดสัมพันธ์สุชาติยันไร้ดีลลับการเมือง
เจาะลึกนิยามพันธมิตรรัฐ-เอกชน 40 ปี ชี้โทรสายตรงถามปมสินบนเพื่อโปร่งใส ไร้ผลประโยชน์ทับซ้อนบอร์ดประกันสังคม
KEY
POINTS
- นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ชี้แจงว่าคำว่า "พวกกัน" กับนายสุชาติ ชมกลิ่น หมายถึงความสัมพันธ์ในฐานะตัวแทนภาคเอกชนที่ทำงานร่วมกับภาครัฐ ไม่ใช่ความสัมพันธ์พิเศษหรือมีดีลลับทางการเมือง
- ความร่วมมือระหว่างทั้งสองเกิดขึ้นในฐานะการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะช่วงที่นายสุชาติเป็นรัฐมนตรีแรงงาน เพื่อแก้ไขวิกฤตของประเทศ เช่น ปัญหาแรงงานและสถานการณ์โควิด-19
- นายพจน์ยืนยันจุดยืนของหอการค้าไทยว่าไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง และปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน โดยชี้แจงว่าการดำรงตำแหน่งในบอร์ดประกันสังคมมีมาก่อนที่นายสุชาติจะเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี
เมื่อคำว่าพวกกันถูกตีความในมิติอำนาจพจน์อร่ามวัฒนานนท์จึงต้องเปิดใจเคลียร์ทุกปมร้อนย้ำหอการค้าไร้การเมืองมุ่งงานรัฐเอกชนเพื่อผลประโยชน์ชาติเป็นที่ตั้ง
ท่ามกลางกระแสลมทางการเมืองที่มักพัดพาสายสัมพันธ์ระหว่างบิ๊กธุรกิจและผู้กุมอำนาจรัฐไปสู่ความคลางแคลงใจของสังคม กรณีความสนิทสนมระหว่าง นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานสภาหอการค้าไทย และ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน) ได้กลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่ต้องนำมาฉายภาพสะท้อนให้เห็นถึง "เส้นแบ่ง" อันชัดเจนระหว่างความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนประเทศ กับเงาผลประโยชน์ทางการเมืองที่สังคมกำลังจับตามองในปัจจุบัน
นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ได้เปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาถึงนิยามคำว่า "พวกกัน" โดยอธิบายด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า หมายถึงการเป็นคนรู้จักในฐานะผู้แทนภาคเอกชนที่ทำงานสนิทชิดเชื้อกับหน่วยงานภาครัฐมาอย่างยาวนานเกือบ 40 ปี ผ่านร้อนผ่านหนาวและร่วมงานกับรัฐมนตรีมาแล้วทุกยุคทุกสมัย โดยยืนยันว่าไม่ได้มีความสนิทสนมกับนายสุชาติเป็นพิเศษเกินกว่ารัฐมนตรีท่านอื่น ๆ แต่อย่างใด
หากย้อนมองเส้นทางความสัมพันธ์ในการทำงาน ยอดขุนพลล้อเลื่อนแห่งสภาหอการค้าไทยและนายสุชาติ มีความเกี่ยวเนื่องและใกล้ชิดกันอย่างมากตั้งแต่วันที่นายสุชาติก้าวเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โดยเฉพาะการประสานงานแก้วิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ของประเทศ ได้แก่:
- การบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว และการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคอุตสาหกรรม
- การร่วมมือฝ่าวิกฤตการณ์โควิด-19 ซึ่งนายพจน์ได้กล่าวชื่นชมสไตล์การทำงานที่รวดเร็วและเด็ดขาดของนายสุชาติในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานนั้นว่าเป็นการทำงานเพื่อประโยชน์ของภาคเศรษฐกิจอย่างแท้จริง
"หอการค้าไทยไม่มีเรื่องการเมือง และเราไม่สนใจการเมือง" นายพจน์ กล่าวสำทับเพื่อตัดวงจรข้อครหา
นอกจากนี้ นายพจน์ยังได้ชี้แจงถึงกรณีที่นายสุชาติได้โทรศัพท์สายตรงมาหาตนตั้งแต่วันแรก ๆ ที่มีกระแสข่าวเรื่องผลสำรวจความเห็นเกี่ยวกับการเรียกรับสินบนของหน่วยงานรัฐ (ผลสำรวจของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร.) โดยระบุว่า นายสุชาติโทรมาด้วยความห่วงใยและต้องการขอข้อมูลรายละเอียดว่าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีจุดบกพร่องหรือปัญหารั่วไหลตรงจุดใด ซึ่งตนเองยินดีที่จะเปิดเผยข้อมูลเหล่านั้นเพื่อนำไปสู่การปรับปรุงและแก้ไขให้เกิดความโปร่งใสต่อไป
สำหรับประเด็นร้อนที่มีการพยายามเชื่อมโยงบทบาทในอดีตของนายพจน์ ในฐานะกรรมการ (บอร์ด) ประกันสังคม กับการตัดสินใจลงทุนบางประการที่ถูกตั้งคำถามจากสังคม
นายพจน์ได้กางไทม์ไลน์ข้อเท็จจริงเพื่อความบริสุทธิ์ใจว่า เข้าดำรงตำแหน่งบอร์ดประกันสังคมมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 ซึ่งเป็นเวลาล่วงหน้าก่อนที่นายสุชาติจะเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเป็นเวลานานมาก การเข้ามาทำงานในจุดนี้จึงเป็นไปตามกลไกและโควตาของภาคเอกชน ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับสายสัมพันธ์ส่วนตัวหรือการเอื้อประโยชน์ทางการเมืองใด ๆ ทั้งสิ้น
บทสรุปแห่งสายสัมพันธ์ระหว่างประธานสภาหอการค้าไทยและรัฐมนตรีสุชาติ จึงไม่ใช่เรื่องของ "ดีลลับ" หรือการเคลียร์ปัญหาหลังม่านการเมือง หากแต่คือภาพสะท้อนของฟันเฟืองสองตัวจากภาคเอกชนและภาครัฐที่โคจรมาพบกันตามหน้าที่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
บทเรียนจากกรณีนี้ทิ้งโจทย์ข้อใหญ่ให้สังคมไทยได้ขบคิดต่อว่า ในยุคสมัยที่ความโปร่งใสถูกตั้งคำถาม เราจะสร้างมาตรฐานความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชนอย่างไร ให้มีระยะห่างที่สง่างาม ตรวจสอบได้ และบริสุทธิ์ใจ โดยไม่ต้องถูกเคลือบแคลงด้วยคำว่าผลประโยชน์ทับซ้อนอีกต่อไป.







