posttoday
พริษฐ์บี้รัฐบาลปมพ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้าน "ปกรณ์"แจงเร่งด่วนมั่นใจทำตามกฎหมาย

พริษฐ์บี้รัฐบาลปมพ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้าน "ปกรณ์"แจงเร่งด่วนมั่นใจทำตามกฎหมาย

13 พฤษภาคม 2569

พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.ประชาชน ค้านรัฐบาลออก พรก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ชี้มัดรวมงบเยียวยาคู่พลังงานเพื่อเลี่ยงตรวจสอบ ด้านปกรณ์ นิลประพันธ์ ยันจำเป็นเร่งด่วนพร้อมลาออกหากไม่ผ่าน

KEY

POINTS

  • นายพริษฐ์ วัชรสินธุ จากพรรคประชาชน วิจารณ์รัฐบาลที่ออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่าเป็นการ "หนีสภา" เพื่อเลี่ยงการตรวจสอบ โดยมัดรวมงบเยียวยาประชาชนกับงบเปลี่ยนผ่านพลังงานเข้าด้วยกัน
  • พรรคประชาชนได้ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความชอบด้วยกฎหมายของเงินกู้ 2 แสนล้านบาทในส่วนของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน โดยชี้ว่าไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนตามรัฐธรรมนูญ
  • นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ ชี้แจงว่าการกู้เงินมีความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และมั่นใจว่าการออก พ.ร.ก. เป็นไปตามกรอบของกฎหมาย โดย ครม. พร้อมรับผิดชอบหากไม่ผ่านความเห็นชอบ

พรรคประชาชนจับพฤติกรรมหนีสภา Plus

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แสดงความกังวลต่อกรณีที่รัฐบาลออกพระราชกำหนด (พรก.) กู้เงินจำนวน 400,000 ล้านบาท โดยระบุว่าเป็นพฤติกรรม "หนีสภา Plus" ซึ่งเป็นการดำเนินงานที่ขาดความตรงไปตรงมาเพื่อหลีกเลี่ยงกระบวนการตรวจสอบของฝ่ายนิติบัญญัติ โดยแบ่งเป็นการมัดรวมงบประมาณที่มีวัตถุประสงค์ต่างกัน และการเลือกใช้ พรก. แทนการออกพระราชบัญญัติ (พรร.) ตามช่องทางปกติเพื่อเลี่ยงการพิจารณาอย่างละเอียด

ข้อกังขาการมัดรวมงบประมาณ 2 ก้อน

ประเด็น "หนีที่ 1" ที่นายพริษฐ์ตั้งข้อสังเกต คือการนำเงิน 2 ก้อน ได้แก่ งบเยียวยาประชาชน 200,000 ล้านบาท และงบเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน 200,000 ล้านบาท มารวมไว้ในกฎหมายฉบับเดียวกัน การกระทำดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการบีบบังคับฝ่ายค้านให้ต้องยอมรับงบทั้งฉบับ เนื่องจากหากคัดค้านงบพลังงานที่ไม่เร่งด่วน อาจถูกบิดเบือนว่าไม่ต้องการให้มีการเยียวยาประชาชน

ยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยงบพลังงาน

พรรคประชาชนพุ่งเป้าไปที่เงินกู้ก้อนหลังจำนวน 200,000 ล้านบาท สำหรับการเปลี่ยนผ่านพลังงานฟอสซิลเป็นพลังงานหมุนเวียน โดยมองว่าไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 จึงได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยเฉพาะส่วนนี้ เพื่อไม่ให้กระทบต่อเงินกู้ก้อนแรกที่ใช้เยียวยาประชาชน พร้อมเรียกร้องให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบ และเตือนรัฐบาลอย่าใช้เสียงข้างมากปิดกั้นกลไกดังกล่าว

รัฐบาลชี้แจงความจำเป็นเร่งด่วนทางเศรษฐกิจ

ด้านนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ชี้แจงว่าเงินกู้ทั้ง 2 ส่วนมีความเชื่อมโยงกันและสามารถโยกสลับกันได้ในทางปฏิบัติ โดยรัฐบาลมองว่าการเยียวยาและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานต้องทำควบคู่กันเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พร้อมเปรียบเทียบกระทรวงการคลังเป็น "แม่บ้าน" ที่รู้ดีที่สุดว่าเงินขาดมือหรือไม่ และมีความจำเป็นต้องกู้ในช่วงเวลาใดเพื่อให้การบริหารราชการดำเนินต่อไปได้

มั่นใจข้อกฎหมายและขอบเขตอำนาจศาล

นายปกรณ์มีความเห็นว่าศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาตามกรอบมาตรา 172 และ 173 ว่า พ.ร.ก. นี้เป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์เรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศหรือไม่ แต่อาจไม่ได้วินิจฉัยเรื่องความจำเป็นเร่งด่วนโดยตรงเนื่องจากไม่มีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้โครงการต่างๆ ยังคงเดินหน้าต่อไปได้ เว้นแต่จะมีคำสั่งจากศาล โดยย้ำว่าหาก พรก. ไม่ผ่านความเห็นชอบ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้งคณะพร้อมรับผิดชอบด้วยการลาออก

ข้อสังเกตความโปร่งใสและคณะกรรมการตรวจสอบ

มีการตั้งข้อสังเกตถึงความโปร่งใสในโครงการนี้ 2 ประเด็น คือโครงสร้างคณะกรรมการตรวจสอบที่ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการและผู้ทรงคุณวุฒิจากการแต่งตั้ง ซึ่งอาจขาดความอิสระและเป็นลักษณะ "กรรมการเกาหลัง" นอกจากนี้ยังมีข้อเปรียบเทียบถึงจุดยืนของนายปกรณ์ในอดีตที่เคยไม่เห็นด้วยกับการออก พรก. กู้เงิน 500,000 ล้านบาท เพื่อทำดิจิทัลวอลเล็ต แต่ในครั้งนี้กลับเป็นผู้ชี้แจงความจำเป็นในการออก พรก. 400,000 ล้านบาทแทน

ข่าวล่าสุด

"นิพนธ์" นำทีมบุกขยายตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงต่างประเทศ! หลังไทยก้าวเป็นผู้ส่งออกอันดับ 2 ของโลก

"นิพนธ์" นำทีมบุกขยายตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงต่างประเทศ! หลังไทยก้าวเป็นผู้ส่งออกอันดับ 2 ของโลก