
แรงกระเพื่อม14พรรคเล็กผนึกกำลังทวงคืนความสำคัญเขย่ารัฐบาลอนุทิน2
กลุ่มพรรคเล็กและพรรคจิ๋วแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง หลังถูกละเลยบทบาทพรรคร่วมรัฐบาล เตรียมรวมตัว 14 พรรคเพื่อต่อรองอำนาจ ขณะที่ภูมิใจไทยเผชิญปัญหาภายในระลอกใหม่
KEY
POINTS
- กลุ่มพรรคเล็ก 14 พรรค รวม 26 ส.ส. นัดรวมตัวเพื่อแสดงพลังต่อรองอำนาจ หลังรู้สึกว่าไม่ได้รับความสำคัญจากรัฐบาล
- ชนวนเหตุความไม่พอใจมาจากการจัดสรรเวลาอภิปรายนโยบายที่ไม่เป็นธรรม และคำกล่าวของนายกรัฐมนตรีที่ระบุว่ากลุ่มพรรคเล็กไม่ใช่พรรคร่วมรัฐบาล
- การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนที่อาจบั่นทอนเสถียรภาพของรัฐบาล หากไม่สามารถบริหารจัดการความสัมพันธ์ได้ดี
พรรคเล็กผนึกกำลัง 14 พรรค ทวงคืนศักดิ์ศรีพรรคร่วมรัฐบาล
สถานการณ์ทางการเมืองเริ่มส่อเค้าความวุ่นวาย เมื่อกลุ่มพรรคเล็กและพรรคจิ๋วรวม 14 พรรค จำนวน 26 ส.ส. ประกอบด้วย พรรคไทรวมพลัง 6 เสียง, พรรคพลังประชารัฐ (บางส่วน) 5 เสียง, พรรคประชาชาติ (บางส่วน) 5 เสียง, พรรคเศรษฐกิจ 3 เสียง, พรรคไทยสร้างไทย 2 เสียง และพรรค 1 เสียงอีก 7 พรรค ได้แก่ พรรคประชาธิปไตยใหม่, พรรคใหม่, พรรครวมใจไทย, พรรคไทยทรัพย์ทวี, พรรครวมพลังประชาชน, พรรคมิติใหม่ และพรรคโอกาสใหม่ ได้นัดรวมตัวกันเพื่อแสดงพลังต่อรองอำนาจ หลังรู้สึกว่าไม่ได้รับความสำคัญในการบริหารราชการแผ่นดิน
ปมความน้อยใจในพรรคภูมิใจไทย: กรณี "ณัฏฐ์ชนน" ออกกลุ่มไลน์
ภายในพรรคภูมิใจไทยเกิดกระแสความขัดแย้งที่น่าจับตา เมื่อนายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส. สงขลา 3 สมัย ได้กดออกจากกลุ่มไลน์ของพรรค แม้เจ้าตัวจะระบุว่าเป็นการ "มือลั่น" แต่ในเชิงการเมืองถูกวิเคราะห์ว่าเป็นการแสดงออกถึงความน้อยใจอย่างรุนแรง เนื่องจากนายณัฏฐ์ชนนเป็น สส. รุ่นบุกเบิกที่สร้างฐานเสียงในภาคใต้มาอย่างยาวนาน แต่กลับไม่ได้รับการจัดสรรตำแหน่งทางการเมืองที่เหมาะสม
การเปรียบเทียบ ส.ส. เก่า-ใหม่ และการจัดสรรตำแหน่งที่ไม่ลงตัว
ปัญหาสำคัญเกิดจากการเปรียบเทียบระหว่าง ส.ส. รุ่นเก่ากับกลุ่มที่ย้ายเข้ามาใหม่ ซึ่งบางรายได้รับตำแหน่งระดับรัฐมนตรี ขณะที่นายณัฏฐ์ชนนแม้จะมีข้อจำกัดทางกฎหมายด้านคดีความใน ป.ป.ช. ทำให้เป็นรัฐมนตรีไม่ได้ แต่กลับไม่ได้รับพิจารณาให้นั่งตำแหน่งประธานกรรมาธิการแม้แต่คณะเดียวจากทั้งหมด 14 คณะที่พรรคได้รับโควตา สร้างความไม่พอใจลามไปถึงกลุ่มผู้สนับสนุนในพื้นที่
ชนวนเหตุพรรคจิ๋ว: เวลาอภิปรายและวาทะ "ไม่ใช่พรรคร่วม"
สำหรับกลุ่มพรรคเล็ก ชนวนเหตุความไม่พอใจสะสมมาตั้งแต่การแถลงนโยบายรัฐบาลที่ได้รับจัดสรรเวลาเพียง 5 นาทีสำหรับ 12 พรรค (เฉลี่ยคนละ 1.5 นาที) ซึ่งไม่เพียงพอต่อการปฏิบัติหน้าที่ ซ้ำร้ายยังถูกตอกย้ำด้วยวาทะจากนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ระบุว่าพรรคกลุ่มนี้ "ไม่ใช่พรรคร่วมรัฐบาล" แต่เป็นเพียงกลุ่มที่มาโหวตสนับสนุนเท่านั้น ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกและเสถียรภาพในการทำงานร่วมกันอย่างยิ่ง
แนวทางการเยียวยาและจัดการปัญหาของรัฐบาล
ล่าสุด ผู้นำพรรคภูมิใจไทยได้เร่งเข้าปรับความเข้าใจกับนายณัฏฐ์ชนน โดยย้ำสถานะการเป็น สส. "น้ำเงินแท้" พร้อมเตรียมพิจารณาตำแหน่งชดเชย เช่น กรรมาธิการงบประมาณ หรือประธานกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อลดอุณหภูมิความร้อนแรงภายในพรรค ขณะที่ภาพรวมของรัฐบาลยังคงเน้นการเจรจาส่วนตัวเพื่อรักษาเอกภาพของเสียงสนับสนุน
บทสรุปและสัญญาณเตือนเสถียรภาพรัฐบาลในอนาคต
กรณีความไม่พอใจทั้งจากพรรคขนาดกลางและกลุ่มพรรคเล็ก สะท้อนให้เห็นถึงจุดอ่อนในการบริหารจัดการผลประโยชน์และบทบาทหน้าที่ที่ไม่ลงตัว การรวมตัวของ 14 พรรคในวันที่ 6 พฤษภาคมนี้ จึงเป็นดัชนีชี้วัดสำคัญว่ารัฐบาลจะสามารถประคับประคองเสียงสนับสนุนให้เป็นปึกแผ่นได้หรือไม่ หากไม่สามารถบริหารความสัมพันธ์ให้ดี อาจกลายเป็นชนวนเหตุที่บั่นทอนเสถียรภาพของรัฐบาลในระยะยาว







