พิชัยจี้รัฐเร่งสกัดกักตุนน้ำมันดีเซลแฉพิรุธใช้พุ่งร้อยล้านลิตร
นายพิชัยอดีตรมว.พลังงานจี้รัฐตรวจสอบการกักตุนน้ำมันดีเซลหลังพบพิรุธยอดใช้พุ่งวันละร้อยล้านลิตรแต่หน้าปั๊มขาดแคลนหวั่นกระทบราคาสินค้าและค่าครองชีพประชาชน
KEY
POINTS
- นายพิชัยอดีตรมว.พลังงาน จี้รัฐบาลสกัดขบวนการกักตุนน้ำมันหลังพบตัวเลขการใช้ดีเซลพุ่งผิดปกติวันละ 100 ล้านลิตรแต่หน้าปั๊มกลับแห้ง
- เสนอตรวจสอบเส้นทางน้ำมัน จากโรงกลั่นหลักเพื่อหาจุดที่น้ำมันหายไปจากระบบและปราบปรามการเก็งกำไรจากส่วนต่างราคาที่ซ้ำเติมประชาชน
- แนะรัฐบริหารราคาสินค้า แบบทยอยปรับเพื่อลดผลกระทบค่าครองชีพ พร้อมเตือนปัจจัยเสี่ยงจากสงครามในตะวันออกกลางและภาษีการค้ากับสหรัฐฯ
แฉพิรุธยอดใช้ดีเซลพุ่งสวนทางน้ำมันขาดแคลนหน้าสถานีบริการ
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ออกโรงแสดงความกังวลต่อวิกฤตพลังงานในปัจจุบัน โดยเฉพาะปัญหาการขาดแคลนน้ำมันตามสถานีบริการน้ำมันต่าง ๆ ทั่วประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนที่ต้องเผชิญกับความยากลำบากในการเข้าถึงเชื้อเพลิงพื้นฐาน
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นรุนแรงถึงขั้นที่ประชาชนต้องเข้าแถวรอคิวเติมน้ำมันยาวนานถึง 4-5 ชั่วโมง และในบางพื้นที่พบว่ามีประชาชนต้องนอนค้างคืนเพื่อรอคิวเติมน้ำมัน ซึ่งนายพิชัยระบุว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ควรเกิดขึ้นในประเทศไทย เนื่องจากข้อมูลพื้นฐานยืนยันว่าไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอสำหรับใช้งานได้มากกว่า 100 วัน
นอกจากนี้ โรงกลั่นน้ำมันภายในประเทศยังคงเดินเครื่องผลิตเต็มกำลังอย่างต่อเนื่อง แต่กลับเกิดปรากฏการณ์น้ำมันขาดแคลนที่ปลายทางอย่างผิดปกติ นายพิชัยจึงตั้งข้อสังเกตถึงความไม่สอดคล้องกันระหว่างศักยภาพการผลิตกับการกระจายสินค้าสู่มือผู้บริโภคที่ดูเหมือนจะมีช่องโหว่สำคัญเกิดขึ้นในระบบบริหารจัดการ
ประเด็นที่น่าสงสัยที่สุดคือตัวเลขการใช้น้ำมันดีเซลที่พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากวันละ 70 ล้านลิตร เพิ่มขึ้นเป็น 100 ล้านลิตร ทว่าในทางปฏิบัติกลับไม่มีน้ำมันเพียงพอที่หน้าปั๊ม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความผิดปกติอย่างชัดเจนว่าอาจมีการกักตุนน้ำมันเพื่อหวังผลกำไรจากส่วนต่างราคาในอนาคต
อดีตรมว.พลังงานยังได้ยกตัวอย่างกรณีการจับกุมการกักตุนน้ำมันจำนวนกว่า 330,000 ลิตร ที่จังหวัดอ่างทอง โดยเชื่อว่าเป็นเพียงส่วนน้อยของขบวนการทั้งหมด พร้อมชี้ให้เห็นปัญหา "ตลาดสองราคา" ที่จูงใจให้เกิดการลักลอบนำน้ำมันราคาอุดหนุน เช่น น้ำมันเขียวสำหรับประมง ไปขายต่อในตลาดที่มีราคาสูงกว่า
จี้ตรวจเช็กเส้นทางเดินน้ำมันจากโรงกลั่นสกัดขบวนการเก็งกำไร
นายพิชัยเสนอให้รัฐบาลเร่งตรวจสอบเส้นทางน้ำมันอย่างละเอียดตั้งแต่ออกจากโรงกลั่นหลัก โดยเฉพาะโรงกลั่นในกลุ่ม ปตท. เพื่อพิสูจน์ทราบว่าน้ำมันหายไปจากระบบในจุดใด ใครเป็นผู้ถือครอง และมีการส่งมอบสินค้าไปยังสถานีบริการน้ำมันตามโควตาที่ควรจะเป็นหรือไม่ เพื่อตัดวงจรการเก็งกำไรที่ซ้ำเติมประชาชน
หากรัฐบาลไม่รีบดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ปัญหาน้ำมันขาดแคลนจะลุกลามกลายเป็นวิกฤตการณ์ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค เนื่องจากน้ำมันดีเซลเป็นต้นทุนหลักในภาคการขนส่ง ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะสินค้าขาดตลาดในอนาคตหากผู้ผลิตไม่สามารถแบกรับภาระต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นหรือไม่มีเชื้อเพลิงในการขนส่งสินค้า
ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายพิชัยเสนอแนะให้รัฐบาลใช้วิธีบริหารจัดการราคาสินค้าแบบ "ค่อยเป็นค่อยไป" หรือการทยอยปรับขึ้นราคา เพื่อให้ประชาชนสามารถปรับตัวได้ทันต่อสถานการณ์เศรษฐกิจ และไม่เกิดภาวะช็อกจากการปรับราคาสินค้าแบบกะทันหันซึ่งจะกระทบต่อกำลังซื้ออย่างรุนแรง
ขณะเดียวกัน การใช้นโยบายควบคุมราคาที่เข้มงวดจนเกินไปอาจส่งผลเสียในระยะยาว โดยจะกดดันให้ผู้ผลิตต้องแบกรับภาระขาดทุนจนไม่สามารถดำเนินการผลิตต่อได้ ซึ่งจะนำไปสู่ปัญหาการขาดแคลนสินค้าในที่สุด รัฐบาลจึงควรประสานงานกับผู้ผลิตรายใหญ่อย่างใกล้ชิดเพื่อขอความร่วมมือในการชะลอการปรับราคา
แนวทางที่ยั่งยืนคือการเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนควบคู่ไปกับการคุมเข้มต้นทุนพลังงาน นอกจากนี้ยังต้องเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงจากต่างประเทศ โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจยืดเยื้อและส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานโลก หากมีการโจมตีแหล่งผลิตแก๊สหรือน้ำมันที่เป็นหัวใจสำคัญของตลาดโลก
เตือนปัจจัยเสี่ยงต่างประเทศและเร่งเจรจาการค้าปกป้องเศรษฐกิจ
นอกเหนือจากวิกฤตภายในประเทศ นายพิชัยยังฝากถึงรัฐบาลให้เร่งเจรจาประเด็นมาตรา 301 กับสหรัฐอเมริกา เพื่อป้องกันไม่ให้ไทยถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติม ซึ่งจะเป็นภาระหนักหน่วงที่ซ้ำเติมเศรษฐกิจไทยในระยะถัดไป ท่ามกลางสถานการณ์ที่เปราะบางทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกที่รุมเร้าอยู่ในขณะนี้
การบริหารจัดการเชิงรุกจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ทั้งการปราบปรามการกักตุนน้ำมัน การตรวจสอบความโปร่งใสในระบบโรงกลั่น และการสร้างสมดุลระหว่างราคาสินค้ากับค่าครองชีพ เพื่อประคับประคองเศรษฐกิจให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤตนี้ไปได้โดยมีผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
แหล่งที่มา : เนชั่นวิเคราะห์ข่าว (คลิก)


