บสย.อัด 2,900 ล้าน ค้ำประกันให้ SMEs ซื้อกระบะทำกินในมอเตอร์โชว์
บสย.เผยมาตรการ “กระบะพี่ มีคลังค้ำ” ยังเหลือวงเงินกว่า 2,900 ล้านบาท จากกรอบ 3,500 ล้านบาท หนุน SMEs ขนส่ง เกษตรกร และอาชีพอิสระ ขอสินเชื่อช่วงมอเตอร์โชว์ 25 มี.ค.-5 เม.ย. 69
KEY
POINTS
- บสย. เตรียมวงเงินค้ำประกันสินเชื่อคงเหลือกว่า 2,900 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ให้เข้าถึงสินเชื่อเช่าซื้อรถกระบะเพื่อใช้ประกอบอาชีพ
- มาตรการนี้มุ่งรองรับความต้องการของผู้ประกอบการในช่วงงานมอเตอร์โชว์ 2026 โดยได้ขยายระยะเวลารับคำขอค้ำประกันไปจนถึงสิ้นปี 2569
- ผู้ประกอบการจะได้รับสิทธิประโยชน์ เช่น ยกเว้นค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 3 ปีแรก วงเงินค้ำประกันสูงสุด 1.5 ล้านบาทต่อราย และค้ำประกันนานสูงสุด 7 ปี
ผู้ประกอบการรายย่อยและ SMEs กลุ่มขนส่ง เกษตรกร และอาชีพอิสระ เตรียมรับโอกาสเข้าถึงสินเชื่อเช่าซื้อรถกระบะ หลัง บสย.ต่ออายุมาตรการค้ำประกัน พร้อมรองรับความต้องการช่วงงานมอเตอร์โชว์ 2026
ดร.สิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า บสย.เดินหน้าช่วยผู้ประกอบการ SMEs ฝ่าวิกฤตจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน ทำให้ต้นทุนการผลิต การขนส่ง และระบบโลจิสติกส์ปรับตัวสูงอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุดในงาน Bangkok International Motor Show 2026 บสย.ร่วมกับบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด และบริษัท ตรีเพชรอีซูซุลิสซิ่ง จำกัด สนับสนุนให้ผู้ประกอบการรายย่อย อาชีพอิสระ เกษตรกร และธุรกิจขนส่งขนาดเล็ก เข้าถึงสินเชื่อเช่าซื้อรถกระบะเชิงพาณิชย์ได้ง่ายขึ้น เพื่อนำไปใช้เป็นเครื่องมือประกอบอาชีพ ซึ่งช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ซบเซาให้กลับมาคึกคัก ซึ่งจะส่งผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในภาพรวม
ทั้งนี้ มาตรการค้ำประกันสินเชื่อเช่าซื้อรถกระบะ “กระบะพี่ มีคลังค้ำ” ได้ขยายระยะเวลารับคำขอถึงสิ้นปี 2569 พร้อมผ่อนปรนเงื่อนไขเพิ่มเติม เพื่อรองรับความต้องการของผู้ประกอบการในช่วงงานมอเตอร์โชว์ 2026 ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม -5 เมษายน 2569 โดยปีนี้ บสย.จัดเตรียมวงเงินค้ำประกันรวม 3,500 ล้านบาท และ ณ วันที่ 23 มีนาคม 2569 ยังมีวงเงินคงเหลือกว่า 2,900 ล้านบาท ตั้งเป้าช่วยให้ SMEs เข้าถึงสินเชื่อซื้อรถกระบะเชิงพาณิชย์มากกว่า 6,000 คัน
สำหรับสิทธิประโยชน์ของมาตรการดังกล่าว ได้แก่ ยกเว้นค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 3 ปีแรก ส่วนปีที่ 4-7 คิดค่าธรรมเนียม 1.5% ต่อปีของภาระหนี้ค้ำประกันในแต่ละปี ระยะเวลาค้ำประกันสูงสุด 7 ปี หรือ 84 งวด และวงเงินค้ำประกันสูงสุด 1.5 ล้านบาทต่อราย เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนทางการเงิน และเพิ่มโอกาสการอนุมัติสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการที่จำเป็นต้องใช้รถกระบะในการประกอบอาชีพ
“จากวงเงินค้ำประกันสูงสุด 1.5 ล้านบาทต่อราย จะทำให้การช่วยเหลือ SMEs ที่ต้องการซื้อรถกระบะสำหรับทำมาค้าขาย ประกอบอาชีพ ครอบคลุมในทุกเซ็กเมนต์ ทั้งรถกระบะสันดาป และรถกระบะไฟฟ้า (EV) ด้วยยอดจัดเต็ม 100% ช่วยลดภาระทางการเงิน ช่วย SMEs ฝ่าวิกฤตในช่วงเวลานี้ โดยเฉพาะรถกระบะไฟฟ้า ที่คาดว่าจะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น จากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นในปัจจุบัน” ดร.สิทธิกร กล่าว
นายวิชัย สินอนันต์พัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า ตลาดรถกระบะในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาอยู่ในภาวะชะลอตัว จากปัญหาหนี้ครัวเรือนและหนี้เสีย (NPL) ที่อยู่ในระดับสูง ทำให้สถาบันการเงินเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น แม้คาดว่าสถานการณ์จะทยอยฟื้นตัวตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป
ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปี 2568 บริษัทได้ร่วมสนับสนุนมาตรการ “กระบะพี่ มีคลังค้ำ” กับ บสย. เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยและประชาชนที่มีศักยภาพเข้าถึงสินเชื่อเช่าซื้อรถกระบะได้ง่ายขึ้น เสริมความมั่นใจให้สถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อ โดยปัจจุบันช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงสินเชื่อได้แล้วหลายพันราย และกว่าครึ่งเป็นลูกค้าของอีซูซุ
“เราเชื่อมั่นว่ามาตรการฯ นี้ จะช่วยให้ผู้ประกอบการ SMEs สามารถเข้าถึงสินเชื่อรถกระบะซึ่งถือเป็นเครื่องมือทำมาหากิน ที่สำคัญของผู้ประกอบการได้ง่ายยิ่งขึ้น ช่วยให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่น เป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจรากหญ้าที่สำคัญของไทย”


