posttoday

เพื่อไทยต่ำ80ที่นั่ง ชั่งใจร่วมรัฐบาลหรือถอย รีเซ็ตเกม

12 กุมภาพันธ์ 2569

ผลเลือกตั้งทำเพื่อไทยเหลือไม่ถึง 80 ที่นั่ง จากแกนนำสู่พรรคร่วมทางเลือกใหญ่จะร่วมรัฐบาลรักษาอำนาจ หรือถอยเป็นฝ่ายค้านเพื่อฟื้นศรัทธา

KEY

POINTS

  • พรรคเพื่อไทยได้จำนวน ส.ส. ต่ำกว่า 80 ที่นั่ง ทำให้สูญเสียสถานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาลและอำนาจต่อรองทางการเมืองลดลง
  • พรรคกำลังเผชิญทางเลือกสำคัญระหว่างการเข้าร่วมรัฐบาลเพื่อรักษาบทบาทในเกมอำนาจ หรือการถอยมาเป็นฝ่ายค้านเพื่อทบทวนยุทธศาสตร์และฟื้นฟูความเชื่อมั่น
  • การตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่จะกำหนดทิศทางและอนาคตของพรรค ว่าจะเลือกแก้เกมระยะสั้น หรือวางรากฐานใหม่เพื่อโอกาสในระยะยาว

"พรรคเพื่อไทยกำลังเผชิญ “จุดตัดสำคัญ” หลังจำนวน ส.ส. ลดต่ำกว่า 80 ที่นั่ง หลุดจากสถานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล กลายเป็นพรรคที่ต้องรอท่าทีจากขั้วการเมืองใหม่

คำถามจึงไม่ใช่เพียงจะได้กระทรวงใด แต่คือจะวางยุทธศาสตร์ระยะยาวอย่างไร ระหว่างการรักษาอำนาจวันนี้ หรือฟื้นฟูความเชื่อมั่นเพื่อวันหน้า"

อำนาจวันนี้ หรืออนาคตวันหน้า

แหล่งข่าวในพรรคประเมินตรงกันว่า การตัดสินใจเข้าร่วมหรือไม่เข้าร่วมรัฐบาล คือโจทย์เร่งด่วนที่สุดของคณะกรรมการบริหารพรรค

สองทางเลือกถูกวางบนโต๊ะชัดเจน

  • เข้าร่วมรัฐบาล เพื่อรักษาพื้นที่ในฝ่ายบริหาร เดินหน้านโยบายบางส่วน และคงบทบาทในเกมอำนาจ
  • ไม่เข้าร่วมรัฐบาล เพื่อถอยตั้งหลัก ทบทวนยุทธศาสตร์ ฟื้นภาพลักษณ์ และกอบกู้ศรัทธาฐานเสียงระยะยาว

นี่จึงไม่ใช่การเลือก “ข้าง” แต่คือการเลือก “ทิศทาง”

จากผู้กำหนดเกม สู่ผู้รอคำเชิญ

จำนวน ส.ส. ที่ลดลงทำให้เพื่อไทยหลุดจากบทบาท “ผู้จัดตั้ง” กลายเป็น “ผู้ถูกเลือก”

อำนาจต่อรองที่เคยกำหนดกระทรวงหลัก วันนี้อาจเหลือเพียงการพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับเงื่อนไขที่เสนอมา หากเข้าร่วมโดยไร้อำนาจผลักดันนโยบายหลัก ก็อาจกระทบภาพลักษณ์ในสายตาฐานเสียงเดิม

สถานะใหม่นี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านเชิงอำนาจอย่างมีนัยสำคัญ

เดิมพันความอยู่รอด

จากพรรคที่เคยมี สส. หลักร้อย การลดลงต่ำกว่า 80 ที่นั่ง คือสัญญาณเตือนเชิงโครงสร้าง

หากไม่เร่งปรับยุทธศาสตร์ ความเสี่ยงในการเลือกตั้งครั้งหน้าอาจสูงขึ้น แหล่งข่าวบางรายยอมรับตรงกันว่า “ถ้าไม่ขยับ อาจต่ำกว่านี้ได้”

คำถามจึงไม่ใช่แค่ “จะได้ร่วมรัฐบาลหรือไม่” แต่คือ “จะรักษาฐานเสียงอย่างไร”

ทางเลือกฝ่ายค้าน กับโอกาสรีแบรนด์
การไม่เข้าร่วมรัฐบาล อาจเปิดพื้นที่ให้พรรค

  • ทบทวนจุดยืนทางการเมือง
  • ปรับภาพลักษณ์แบรนด์
  • สร้างความชัดเจนกับฐานเสียงรุ่นใหม่

บทบาทฝ่ายค้าน แม้ห่างไกลอำนาจบริหาร แต่ก็อาจเป็นจังหวะ “รีเซ็ต” โครงสร้างพรรคทั้งระบบ

อย่างไรก็ตาม หากไม่ได้รับเชิญ หรือเงื่อนไขไม่ลงตัว การเป็นฝ่ายค้านอาจไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นสถานการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ภาพสะท้อนความพ่ายแพ้: เชียงใหม่–อีสาน

เชียงใหม่: เมืองหลวงเสื้อแดงที่สั่นคลอน

เชียงใหม่ เคยเป็นฐานสำคัญของสายพรรคไทยรักไทย–พลังประชาชน–เพื่อไทย แต่ครั้งนี้ไม่สามารถคว้าที่นั่งได้เลยแม้แต่เขตเดียว

หลายพื้นที่แพ้คะแนนหลักหมื่น ขณะที่พรรคอื่นแทรกชนะในรอบนอก ภาพ “แดงถอย–สีอื่นรุก” ปรากฏชัด

ภาคอีสาน: ฐานใหญ่ที่ลดแรงเหนียวแน่น

ภาคอีสาน 133 ที่นั่ง เคยเป็นหัวใจหลักของพรรค แต่การสูญเสียพื้นที่หลายจังหวัด บางแห่งเหลือเพียง 1–2 เขต สะท้อนว่าฐานมวลชนเดิมเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรม

นี่ไม่ใช่เพียงการแพ้เชิงตัวเลข แต่คือการเปลี่ยนสมดุลทางการเมืองระดับภูมิภาค

เกมระยะสั้น vs ระยะยาว

ในเชิงยุทธศาสตร์ การเข้าร่วมรัฐบาลช่วยรักษาบทบาทในโครงสร้างอำนาจทันที แต่ความเสี่ยงคือการถูกกลืนในสมการใหม่

ขณะที่การถอยเป็นฝ่ายค้าน อาจเสียโอกาสเชิงบริหารระยะสั้น แต่เปิดพื้นที่ให้ฟื้นแบรนด์และสร้างอัตลักษณ์ใหม่

ทุกทางเลือกมีต้นทุน และต้นทุนนั้นอาจกำหนดทิศทางพรรคในอีกหลายปีข้างหน้า

การตัดสินใจเรื่องเข้าร่วมรัฐบาล คือ “สเต็ปแรก” ก่อนเดินเกมระยะยาว ไม่ว่าคำตอบจะเป็นอย่างไร พรรคเพื่อไทยต้องชัดเจนในจุดยืน และเร่งวางยุทธศาสตร์ฟื้นความเชื่อมั่น

เพราะในสมการการเมืองที่อำนาจต่อรองลดลง การเลือกผิดเพียงครั้งเดียว อาจไม่ใช่แค่เสียตำแหน่ง แต่หมายถึงอนาคตทางการเมืองทั้งพรรค.

เรียบเรียง : อมรเดช ชูสุวรรณ บรรณาธิการข่าวการเมือง
แหล่งที่มา : เนชั่นอินไซต์ (คลิก)

ข่าวล่าสุด

ททท. กางตัวเลขไตรมาสแรก นทท. ทะลุ 9 ล้านคน ยกระดับสู่การท่องเที่ยวคุณภาพ