
นายกฯอิ๊งค์ จี้อุตฯกวดขันลดเผาไร่อ้อยเพิ่ม เป็นสาเหตุหลักPM2.5
เปิดข้อสั่งการนายกฯแพทองธาร ชินวัตร ยกระดับแก้ไข PM2.5 กำชับกระทรวงอุตสาหกรรม หาทางกวดขันลดการเผาไร้อ้อย พร้อมกางแผนแต่ละกระทรวงหาทางลดมลพิษฝุ่นควัน
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการประชุม คณะรัฐมนตรีครั้งที่ 4 ประจำปี 2568 นายกรัฐมนตรี มีข้อสั่งการในการประชุมเรื่อง ปัญหา PM 2.5 ขอให้แต่ละกระทรวง นำเสนอว่ามีมาตรการอะไรบ้าง และขอย้ำกับทาง กระทรวงอุตสาหกรรม ในเรื่องอ้อย ซึ่งยังเห็นการเผาไร่อ้อยในบางพื้นที่ ขอให้ทาง กระทรวงอุตสาหกรรมกวดขันเรื่องนี้ และหามาตรการเพิ่มเติมเพื่อลดการเผา ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของ PM 2.5
ก่อนหน้านี้ นายจิรายุ เปิดเผยว่า นางสาวแพทองธาร จะมีข้อสั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เรื่องการแก้ไขปัญหา ฝุ่น หมอกควัน และPM2.5 เพิ่มเติมในแต่ละกระทรวงและจะมีการหารือกับรัฐมนตรีเพื่อรับทราบรายงาน และข้อสรุป รวมทั้งแนวทางปฏิบัติของทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง
วันที่ 29 มกราคม 2568 เวลา 10:00 น. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายอนุทิน ชาญวีรกูล ผู้บัญชาการกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ บก.ปภ.ช. ได้เชิญคณะกรรมการชุดใหญ่โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่ปรึกษา เข้าร่วมประชุม เพื่อกำหนดแนวทาง เพิ่มเติมในการดำเนินการเพื่อลดความเสี่ยงจากฝุ่นควันและรับฟังการเตรียมความพร้อมรับมือในสถานการณ์อื่นๆที่อาจจะเกิดขึ้น รวมทั้งข้อเสนอแนะในการปฏิบัติงานที่ผ่านมา
การดำเนินงานของกระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการปัญหาฝุ่นควันและ PM 2.5 มีดังนี้:
กระทรวงอุตสาหกรรม เน้นมาตรการเข้มงวดในการห้ามรับซื้ออ้อยไฟไหม้ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและปราบปรามได้ดำเนินการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บังคับใช้กฎหมายรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมต่อผู้ที่เผาป่า เผาตอซังข้าวและพืชต่าง ๆ ในทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ พร้อมตั้งศูนย์ปฏิบัติการในพื้นที่ 14 กลุ่มป่า และจุดเฝ้าระวังไฟ 1,585 จุด โดยบังคับใช้กฎหมายป่าไม้และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ
กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำหนดมาตรการห้ามนำเข้าอ้อยไฟไหม้และพืชที่ผ่านการเผาอย่างเด็ดขาด พร้อมตรวจสอบที่ด่านพรมแดนอย่างเข้มงวด
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการให้หน่วยงานความมั่นคงและกรมศุลกากรตรวจสอบการลักลอบนำเข้าพืชที่ผ่านการเผาทุกชนิดตามแนวชายแดน
กระทรวงคมนาคม ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตรวจจับยานพาหนะที่ปล่อยควันดำเกินมาตรฐาน โดยเฉพาะรถพิกอัป รถบรรทุกขนาดใหญ่ และรถโดยสารของ ขสมก. โดยในกรุงเทพมหานคร มีการตั้งด่านตรวจควันดำใน 4 จุดหลัก
กระทรวงมหาดไทย กำชับ กทม. และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ควบคุมการก่อสร้างในเขตพื้นที่รับผิดชอบ พร้อมกำหนดมาตรการป้องกันการปล่อย PM 2.5 จากไซต์งานก่อสร้าง และบังคับใช้กฎหมายกับผู้ฝ่าฝืน
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ดำเนินการเจาะชั้นบรรยากาศเพื่อช่วยลดการสะสมของฝุ่น PM 2.5 และให้ความรู้แก่เกษตรกรเกี่ยวกับการทำเกษตรกรรมปลอดการเผา
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกับกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พัฒนาแพลตฟอร์มฐานข้อมูลกลางเกี่ยวกับ hotspot และ ventilation โดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียมหรือเซนเซอร์ราคาต่ำ
กระทรวงการต่างประเทศ ประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อร่วมมือในการลดปัญหาฝุ่นควันข้ามพรมแดน
กระทรวงสาธารณสุข ให้ความสำคัญกับ 5 มาตรการหลัก ได้แก่ การเตรียมความพร้อมในกรณีฉุกเฉิน, การประชาสัมพันธ์ภัยสุขภาพ, การจัดทีมปฏิบัติการลงพื้นที่ดูแลกลุ่มเสี่ยง, การขยายบริการทางการแพทย์, และการสนับสนุนอุปกรณ์เวชภัณฑ์ต่าง ๆ อย่างเร่งด่วน







