posttoday
  “ดร.ณัฏฐ์” มือกฎหมายมหาชน ชี้ “นิด้าโพล”  ไม่สะท้อนความเป็นจริง

  “ดร.ณัฏฐ์” มือกฎหมายมหาชน ชี้ “นิด้าโพล” ไม่สะท้อนความเป็นจริง

30 ธันวาคม 2567

  “ดร.ณัฏฐ์” มือกฎหมายมหาชน ชี้ การเมืองไทยระบบอุปถัมภ์ การจัดทำ “นิด้าโพล” ความนิยมผู้นำทางการเมืองชี้นำประชาชน ไม่สะท้อนความเป็นจริง

 วันที่ 30 ธันวาคม 2567  สืบเนื่อง ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจของประชาชน เรื่อง “การสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 4/2567” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 19-24 ธันวาคม 2567 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 2,000 หน่วยตัวอย่าง

 

 

เกี่ยวกับคะแนนนิยมทางการเมือง เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ พบว่า บุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้

 

อันดับ 1 ร้อยละ 29.85 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน) เพราะ มีความมุ่งมั่นในการสานต่ออุดมการณ์ของพรรคและมีบทบาทที่เข้ากับคนรุ่นใหม่,

 

อันดับ 2 ร้อยละ 28.80 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร (พรรคเพื่อไทย) เพราะมีประสบการณ์ด้านการบริหารธุรกิจ เป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่มีพลังและมุมมองทันสมัย 

 

อันดับ 3 ร้อยละ 14.40 ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้, อันดับ 4 ร้อยละ 10.25 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ) เพราะเป็นบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย และมีภาพลักษณ์ ของผู้นำที่เข้าถึงง่าย,อันดับ 5 ร้อยละ 6.45 นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) เพราะ มีความสามารถในการบริหารงาน และมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาประเทศ 

 

ส่วนพรรคการเมือง ที่ประชาชนจะสนับสนุนในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 37.30 พรรคประชาชน อันดับ 2 ร้อยละ 27.70 พรรคเพื่อไทย อันดับ 3 ร้อยละ 10.60 พรรครวมไทยสร้างชาติ อันดับ 4 ร้อยละ 8.20 ระบุว่า ยังหาพรรคการเมืองที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 5 ร้อยละ 5.15 พรรคภูมิใจไทย อันดับ 6 ร้อยละ 3.40 พรรคประชาธิปัตย์ อับดับ 7 ร้อยละ 3.05 พรรคพลังประชารัฐ อับดับ 8 ร้อยละ 2.50 พรรคไทยสร้างไทย อับดับ 9 ร้อยละ 1.00 พรรคประชาชาติ

ล่าสุด ดร.ณัฎฐ์ ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม มือกฎหมายมหาชนคนดัง เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า  การจัดทำผลโพลไม่ว่าจะสำนักโพลใด โดยเฉพาะผลโพลนิด้าล่าสุด ไม่สะท้อนในความเป็นจริง โดยเฉพาะบริบทความนิยมทางการเมืองไม่ว่าจะเป็นผู้นำทางการเมือง และพรรคการเมือง ย่อมแปรเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ตามบริบทของสังคม ไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงได้

 

เพราะการเมืองไทยนั้นแตกต่าง จากการเมืองในต่างประเทศเพราะการเมืองไทยเป็นระบบการเมืองอุปถัมภ์ เป็นความสัมพันธ์เชิงอำนาจ ระหว่างนักการเมืองกับประชาชนเจ้าของอำนาจ ลักษณะใกล้ชิดเหมือนกับบุคคลในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นการเมืองท้องถิ่นหรือการเมืองระดับชาติ ดังนั้น เมื่อเวลาเปลี่ยน กาลเวลาเปลี่ยน บริบททางสังคมเปลี่ยน ความนิยมทางการเมืองต่อผู้นำทางการเมือง(หัวหน้าพรรค)หรือพรรคการเมืองต่างๆ ย่อมเกิดขี้นได้โดยฉับพลัน 

 

 แม้วิธีการจัดทำโพล เป็นการวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์อย่างหนึ่ง แต่ปัญหาวิธีการสุ่มตัวอย่างและจัดเก็บ ประมวลผลในยุคปัจจุบันแตกต่างจากในอดีต เพราะวิธีการจัดเก็บตัวอย่างในยุคดิจิทัล ปัจจุบันจัดเก็บตัวอย่างผ่านระบบออนไลน์ ลักษณะเป็นการชี้นำ ตั้งธงล่วงหน้า โดยจะเห็นข้อพิรุธของ นิด้าโพล ใช้วิธีสุ่มตัวอย่างโดยใช้วิธีสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์

 

แสดงว่า ผู้จัดเก็บตัวอย่างและบุคคลผู้ให้สัมภาษณ์ต้องเป็นบุคคลที่รู้จักกันมาก่อน ขาดความเป็นกลาง เพราะมิฉะนั้น ผู้จัดเก็บตัวอย่างไม่อาจเข้าถึงข้อมูลทางโทรศัพท์ของผู้สัมภาษณ์ได้ แม้ระบุขอบเขตทุกภาคของประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่างก็ตาม ผลโพลจึงมีความน่าเชื่อถือในระดับน้อย  เพราะไม่ได้เกิดจากได้ข้อมูลที่แท้จริงและไม่เป็นไปตามธรรมชาติ 

 

 

 

ส่งผลให้ผลโพลของนิด้าโพล มีระดับความน่าเชื่อถือน้อย ไม่สามารถอ้างอิงผลโพลได้  ดังจะเห็น ภาพรวมการสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 4/2567” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 19-24 ธันวาคม 2567 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป เมื่อเปิดเผยผลโพลสู่สาธารณะ มีลักษณะเป็นการชี้นำประชาชน ทำให้ประชาชนหลงเชื่อ

 

ไม่สะท้อนความเป็นจริงในสังคมไทย เพราะคะแนนนิยมไม่ว่าจะเป็นผู้นำทางการเมือง หรือพรรคการเมือง อยู่ที่ปัจเจกชนเหล่านั้น จะชื่นชอบในตัวบุคคลหรือพรรคการเมืองใด มีตัวแปรอื่นๆ ประกอบกระบวนการตัดสินใจของบุคคล  หากพิจารณาในแง่ สำนักโพล ต้องพึ่งพิงแหล่งทุนในการจัดทำวิจัย ย่อมต้องเอาใจนายทุน  แม้สำนักโพลเหล่านั้น จะระบุชื่อสำนักโพลต่อด้วยชื่อสถาบันการศึกษาให้เกิดความน่าเชื่อถือก็ตาม 

 

ที่ผ่านมา ตนเห็นหลายสำนักโพล ทำนายทายทักผิดพลาด และไม่ตรงต่อความเป็นจริง หน้าแหกไปตามๆกัน โดยเฉพาะความนิยมทางการเมือง จะพบปรากฎการณ์ เห็นได้จาก กลุ่มแอพพลิเคชั่นไลน์ต่างๆ มีการนำข้อความสุ่มตัวอย่างมาลง แล้วชี้นำเพื่อให้สมาชิกในกลุ่ม กรอกข้อความและกดความนิยมของนักการเมืองและพรรคการเมืองที่กำหนดธงไว้ล่วงหน้า  แล้วจะสะท้อนความนิยมทางการเมืองต่อผู้นำทางการเมืองและพรรคการเมืองตามความเป็นจริงได้อย่างไร

 

ดังนั้น ผลโพลที่ปรากฏของนิด้าโพล ยังไม่สะท้อนถึงความนิยมของผู้นำทางการเมืองและพรรคการเมืองอย่างแท้จริง เพราะขาดตรรกะและวิธีวิจัยที่ถูกต้อง ยังไม่สะท้อนภาพรวมความเห็นของประชาชนส่วนใหญ่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะวิธีการสุ่มตัวอย่างและกลุ่มบุคคล การสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์เฉพาะบุคคล เป็นลักษณะการนั่งเทียน แตกต่างจากอดีตที่วิธีการจัดเก็บตัวอย่างจากประชาชนภาคลงสนามด้วยการสอบถามพี่น้องประชาชนที่เกิดขึ้นได้จริง ตนให้ความรู้แก่ประชาชนอีกแง่มุมหนึ่ง อันเป็นประโยชน์แก่สาธารณะ  ดังนั้น ผลโพลของนิด้าโพล ล่าสุด ยังไม่สามารถสะท้อนถึงความนิยมบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี และไม่สะท้อนความนิยมในพรรคการเมืองนั้นได้ เป็นเพียงวิธีการชี้นำประชาชนในทางการเมืองเท่านั้น  ทั้งนี้ ผลนิด้าโพลยังไม่มีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในทางการเมืองต่อรัฐบาลปัจจุบัน 

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน