posttoday
พท.น่วม!ถูกย้อนเกล็ดดีแต่พูดเก้าอี้ยิ่งลักษณ์ยังอึมครึม

พท.น่วม!ถูกย้อนเกล็ดดีแต่พูดเก้าอี้ยิ่งลักษณ์ยังอึมครึม

17 กรกฎาคม 2554

การเมืองรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ทุกฝ่ายต่างจับจ้องไปที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

การเมืองรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ทุกฝ่ายต่างจับจ้องไปที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

เมื่อได้ประกาศรับรองสส.ล็อตแรกออกมาทั้งสิ้น 358 คน แบ่งเป็น สส.ระบบบัญชีรายชื่อ 109 คน สส. เขต 249 คน โดยว่าที่ สส.ที่ กกต.ยังไม่รับรอง ประกอบด้วย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย 11 คน อาทิ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และกลุ่มคนเสื้อแดง เช่น นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย นพ.เหวง โตจิราการ นายวิภูแถลงพัฒนภูมิไท นายพายัพ ปั้นเกตุ นายพิชิต ชื่นบาน นายก่อแก้ว พิกุลทอง

การแขวน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่าที่นายกฯ หญิง ทำให้บรรยากาศกลับมาตึงเครียดเป็นครั้งแรกหลังการเลือกตั้ง โดยประเด็นที่ กกต.ได้รับการร้องเรียน คือ กรณีสมาชิกบ้านเลขที่ 111 เช่น นายสมชาย และ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ มาช่วย น.ส.ยิ่งลักษณ์ หาเสียง และกรณี “ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ” ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ปฏิเสธว่าทั้งสองคนไม่ได้ไปช่วยหาเสียง แต่ผลสุดท้ายจะออกมาอย่างไร อยู่กับคำวินิจฉัยของ กกต.

สำหรับกลุ่มคนเสื้อแดงว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ ถูกร้องเรียนถึงปัญหาคุณสมบัติที่อาจขัดต่อข้อบังคับพรรคเพื่อไทย ที่ระบุว่า ห้ามถูกคุมขัง แต่ต่อมาได้มีการแก้ข้อบังคับซึ่งอยู่ในช่วงคาบเกี่ยวกับการที่แกนนำเสื้อแดงยังถูกคุมขัง เบื้องต้น กกต.บางส่วนเห็นว่า ว่าที่ สส.เสื้อแดง อาจขาดคุณสมบัติของพรรคซึ่งต้องจับตาว่าที่สุดจะออกหัวหรือก้อย

 

พท.น่วม!ถูกย้อนเกล็ดดีแต่พูดเก้าอี้ยิ่งลักษณ์ยังอึมครึม

ขณะที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย แกนนำคนเสื้อแดง ออกมาส่งสัญญาณถึงคนเสื้อแดงให้เตรียมพร้อม ถ้า กกต.ยังแขวน น.ส.ยิ่งลักษณ์ สกัดไม่ให้เป็นนายกฯ และเรี่องนี้จะเป็นเรื่องใหญ่แน่ เพราะทั่วโลกและคนไทยเองจะหันมาจับตาดูสถานการณ์การเมืองไทยอย่างใกล้ชิด พร้อมเรียกร้องให้ กกต.ชี้แจงมาตรฐานการประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง เพราะกรณีที่กล่าวอ้างว่าแกนนำเสื้อแดงที่ถูกจำคุกตามคำสั่งของศาลขาดจากการเป็นสมาชิกพรรค แต่ทำไมผู้ที่ร่วมเคลื่อนไหวกับคนเสื้อแดงแต่ไม่เคยถูกจำคุกอย่าง พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย และนายการุณ โหสกุล ก็ไม่ผ่านการรับรองจาก กกต.

นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นอีกคนหนึ่งที่ประสานเสียงข่ม กกต. ถึงความชอบธรรมในการจัดตั้งรัฐบาล เพราะมีประชาชนถึง 15.7 ล้านคนเลือกพรรคเพื่อไทย และเมื่อรวมเสียงของประชาชนที่เลือกพรรคร่วมรัฐบาลด้วยแล้วรวมเป็น 20 ล้านคน ฉะนั้นไม่มีอำนาจใดเหนือเสียงของประชาชนได้ ทั้งนี้ยังคงยืนยันสนับสนุนให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมปฏิเสธว่าพรรคได้เตรียมแผนให้นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเป็นนายกฯ สำรอง

แม้ยังมี ว่าที่ สส.ที่ยังถูกแขวนอยู่อีก 142 คน จะไม่ส่งผลกระทบต่อการผนึกขั้วรัฐบาลใหม่ที่นำโดยพรรคเพื่อไทย แต่กรณีนี้ก็ส่งผลสะเทือนถึงพรรคร่วมรัฐบาลในการจัดสรรโควตารัฐมนตรีตามจำนวนสส.เนื่องจากพรรคร่วมต่างถูกแขวนกันถ้วนหน้า เช่น พรรคพลังชล 4 คน จากทั้งหมด 7 คน พรรคชาติไทยพัฒนา 6 คน จาก 19 คน

ไม่แต่พรรคร่วมรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ในฐานะฝ่ายค้านก็ถูกแขวนอย่างพร้อมเพรียง โดยเฉพาะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถูกร้องเรียนว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติจัดมหกรรมสินค้าราคาถูกหรือโครงการธงฟ้าในช่วงหาเสียง ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อาจเข้าข่ายผิดมาตรา 53 ของกฎหมายเลือกตั้งที่โจมตีใส่ร้าย จูงใจให้เข้าใจผิด

ส่วนนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ เจอปัญหาหนักกับข้อร้องเรียนในการใช้อำนาจหน้าที่กำกับดูแล อสมท อย่างไรก็ตาม กกต.จะรับรอง สส.เพิ่มอีกในการประชุมวันที่ 19 ก.ค.นี้ แม้ขณะนี้จำนวน สส.จะยังไม่ถึง 475 คน หรือ 95% ซึ่งพอต่อการเปิดประชุมรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ แต่ กกต.คาดว่าจะสามารถพิจารณาให้เสร็จทันเวลา เนื่องจากยังอยู่ในกรอบระยะเวลา 30 วัน

ขณะเดียวกัน ใบเหลืองแรกถูกแจกออกมาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยนายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ด้านสืบสวนสอบสวน เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติ 3 ต่อ 2 เสียง ให้ใบเหลืองนายสมคิด บาลไธสง ว่าที่ สส.เขต 2 จ.หนองคาย พรรคเพื่อไทย เนื่องจากมีหลักฐานเชื่อได้ว่ามีการจ่ายเงินให้กับหัวคะแนนเพื่อให้ผู้ขับขี่รถสามล้อไปรับส่งขนคนมาร่วมฟังการปราศรัย ที่ตลาดนัดคลองถมใหม่ และยังแจกจ่ายเงินเพื่อจูงใจให้มีการลงคะแนน โดยจะจัดเลือกตั้งใหม่อีกครั้งที่ จ.หนองคาย ในวันที่ 31 ก.ค.นี้

หันมาที่การจัดโผ ครม.ที่มีความเคลื่อนไหวคึกคักจากลูกพรรคเพื่อไทยที่เดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่เว้นแม้แต่นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ก็ออกมายอมรับว่า ได้เดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ประเทศบรูไนจริง แต่เป็นการเยี่ยมเยียนว่าอยู่สุขสบายดีหรือไม่ ไม่ได้คุยกันเรื่องการเมือง เพราะใช้เวลาพบปะเพียงครึ่งชั่วโมง ส่วนที่มีข่าวว่าจะต่อรองขอตำแหน่งเก้าอี้รัฐมนตรีถึง 5 เก้าอี้นั้น เป็นไปไม่ได้ เพราะแค่ 3 เก้าอี้ก็เหนื่อยแล้ว

ตำแหน่งที่น่าจะลงตัวชัดเจน คือ เก้าอี้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่น่าจะเป็นนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ว่าที่ สส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย อดีตรองประธานสภา โดยนายสมศักดิ์ ได้เดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อวันที่ 11 ก.ค.ที่ผ่านมา ต่อมา พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ยอมรับว่าเก้าอี้นี้น่าจะเป็นของนายสมศักดิ์

เก้าอี้ที่มีความสำคัญต่อการปรองดองกับกองทัพ คือ รมว.กลาโหม ล่าสุดทางแกนนำพรรคเพื่อไทย และ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ทาบทาม พล.อ.สำเภา ชูศรี อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด มารับตำแหน่งนี้ เพราะเห็นว่าทุกฝ่ายให้การยอมรับและยังเป็นนายทหารรุ่นเตรียมทหาร 10 ทั้งนี้ยังมี พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ว่าที่ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคเพื่อไทย ก็ถูกวางตัวสำรองไว้หาก พล.อ.สำเภา ปฏิเสธไม่รับตำแหน่ง

อีกเรื่องที่ร้อนตลอดสัปดาห์ คือ ความขัดแย้งภายในกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่มีแกนนำ นปช.ปีกหนึ่งนำโดย นายชินวัฒน์ หาบุญพาด ออกมาขับไล่ นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ พ้นจากเก้าอี้รักษาการประธาน นปช. โดยอ้างว่า นางธิดา เป็นเผด็จการทุบโต๊ะ ใช้อารมณ์ ไม่มีใครอยากจะร่วมงานด้วย แต่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ได้มาเบรกไว้ โดยขอให้พรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลเสร็จก่อน

มาต่อกันที่นโยบายประชานิยมที่พรรคเพื่อไทยโหมโฆษณาตลอดช่วงการหาเสียงที่ผ่านมา ดูจะสั่นคลอนและถูกตรวจสอบอย่างหนัก โดยเฉพาะนโยบายเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน การปรับเงินเดือนปริญญาตรีขั้นต่ำ 1.5 หมื่นบาท ยกเลิกกองทุนน้ำมันฯ โครงการถมทะเล จ.สมุทรปราการ

แม้ว่า ผลสำรวจนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ 20 แห่ง จะพบว่า นักวิเคราะห์มีความมั่นใจในเสถียรภาพของรัฐบาลใหม่ถึง 90% แต่ขอให้เลือกรัฐมนตรีที่มีคุณสมบัติเหมาะสม มีความรู้ ประสบการณ์ และมีประวัติที่เหมาะสมกับกระทรวงนั้นๆ เป็นหลัก มากกว่าการจัดสรรตามโควตา แต่สิ่งที่นักวิเคราะห์ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง คือ นโยบายยกเลิกกองทุนน้ำมันฯ อาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น จะทำให้รัฐบาลต้องรับภาระหนักในส่วนนี้ด้วย และนโยบายปรับเงินเดือนขั้นต่ำผู้จบปริญญาตรีขึ้นไปอยู่ที่ 1.5 หมื่นบาทนั้น ควรอยู่ที่ความรู้ความสามารถและกลไกตลาด

ขณะที่นโยบายขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท ควรทยอยปรับขึ้นค่าจ้างให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่านโยบายส่วนใหญ่ของภาครัฐเน้นการใช้จ่าย จึงเสนอให้รัฐบาลควรหารายได้เพิ่มจากการเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน มากกว่าการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม

ขณะที่เสียงต้านจากบรรดาผู้ประกอบการ นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ ที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายพรรคเพื่อไทยให้เพิ่มค่าจ้าง 300 บาท นายปลอดประสพ สุรัสวดี สส.บัญชีรายชื่อ และทีมยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย ก็ออกมาแก้ต่างว่านโยบายขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาททันที ที่เคยกล่าวไว้ช่วงหาเสียง คำว่า “ทันที” หมายถึง 7 วัน 1 เดือน หรือ 6 เดือน เพราะเวลาหาเสียงก็ต้องเข้าใจคำว่า ทันที ในทางปฏิบัติทำไม่ได้อยู่แล้ว แต่ พรรคกำลังศึกษาค่าจ้างทุกจังหวัดว่ามีผู้ประกอบการเท่าไร เงินเฟ้อในพื้นที่นั้นเป็นอย่างไร โดยหลักการการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำจะเน้นเมืองหลวงของภูมิภาคนั้นๆ ก่อนเพื่อป้องกันแรงงานหลั่งไหลมากรุงเทพฯ

คำสารภาพของนายปลอดประสพ ที่ว่า พรรคแค่หาเสียง ไม่สามารถผลักดันนโยบายขึ้นค่าจ้างได้ตามที่พูด หรือ โครงการถมทะเลที่ไม่ได้บอกว่าจะทำจริง แต่ต้องศึกษาก่อน จึงเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างเผ็ดร้อน กระทั่งพรรคประชาธิปัตย์เตรียมยื่น กกต.เอาผิดพรรคเพื่อไทย 

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน