
‘พณ.’แนะลดสินค้าดูต้นทุนก่อน
พาณิชย์แนะรัฐบาลใหม่ ดูแลราคาสินค้าต้องให้สอดคล้องกับต้นทุน
พาณิชย์แนะรัฐบาลใหม่ ดูแลราคาสินค้าต้องให้สอดคล้องกับต้นทุน
นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า เตรียมจัดทำนโยบายของกระทรวงพาณิชย์เพื่อรองรับรัฐบาลชุดใหม่ รวมถึงข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย โดยนโยบายการดูแลราคาสินค้ารัฐบาลใหม่ควรจะเน้นดูแล 2 ส่วน คือ 1.ราคาสินค้าที่จำเป็นต่อประชาชนโดยตรง 2.สินค้าที่เป็นปัจจัยการผลิต โดยเป้าหมายหลักต้องกำกับดูแลราคาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับต้นทุน
ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าหมายเงินเฟ้อในปี 2554 ที่ 3.2-3.7% ภายใต้สมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 78-88 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล อัตราแลกเปลี่ยน 28-33 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยค่าเงินบาทจะต้องไม่แข็งค่าไปถึง 26-27 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และไม่ต่ำลงมาถึง 35-36 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
นายคณวัฒน์ วศินสังวร สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ทีมยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย (พท.) เปิดเผยว่า นส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกฯ ได้สั่งการให้นายโอฬาร ไชยประวัติ หัวหน้าทีมยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย ไปดูโครงสร้างราคาสินค้าสำคัญ 10 รายการ จาก 40 รายการ เช่น ไข่ น้ำตาล น้ำมันปาล์ม ผัก และหมู
ทั้งนี้ เพื่อดูว่าถ้ามีการลดต้นทุนการผลิตแล้ว เช่น การลดราคาน้ำมัน ราคาสินค้าก็จะต้องลดลงด้วย โดยการปรับโครงสร้างราคาสินค้า กระทรวงพาณิชย์ต้องใช้หลักวิทยาศาสตร์ และต้องมีสูตรที่เป็นต้นทุนมาตรฐานด้วย
“ทีมเศรษฐกิจของพรรคเป็นห่วงเรื่องเงินเฟ้อ ซึ่งยอมรับว่าในช่วงปรับตัวแรกจะสั้นมาก อาจมีแรงกดดันจากภาวะเงินเฟ้อเล็กน้อยซึ่งมาจากต้นทุนที่สูงขึ้นด้านพลังงาน ไม่ใช่เงินจากการบริโภคเกินตัว แต่จากนั้นก็เชื่อว่า ภาวะต่างๆ จะเข้าสู่ภาวะสมดุล” นายคณวัฒน์ กล่าว
นายคณวัฒน์ กล่าวว่า สำหรับโครงการต่างๆ ที่พรรคหาเสียงไว้ ไม่ว่า เมกะโปรเจกต์หรือ โครงสร้างเพิ่มรายได้ต่างๆ จะมีแหล่งที่มาจาก 3 ส่วน คือ งบประมาณแผ่นดิน การออกพันธบัตร และเงินลงทุนต่างประเทศ
นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า นโยบายการดูแลราคาสินค้า รัฐบาลใหม่ควรจะเน้นดูแล 2 ส่วนคือ 1.ราคาสินค้าที่จำเป็นต่อประชาชนโดยตรง 2.สินค้าที่เป็นปัจจัยการผลิต โดยเป้าหมายหลักต้องกำกับดูแลราคาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับต้นทุน
ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า รัฐบาลตั้งเป้าหมายเงินเฟ้อในปี 2554 ที่ 3.23.7% ภายใต้สมมุติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 7888 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล อัตราแลกเปลี่ยน 2833 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยค่าเงินบาทจะต้องไม่แข็งค่าไปถึง 2627 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และไม่ต่ำลงมาถึง 3536 บาทต่อเหรียญสหรัฐ







