
จรรยาบรรณสื่อ
การปิดลงตัวแบบสายฟ้าแลบของนิวส์ออฟเดอะเวิลด์
การปิดลงตัวแบบสายฟ้าแลบของนิวส์ออฟเดอะเวิลด์
แทบลอยด์ชื่อดังแดนผู้ดีของเจ้าพ่อสื่อ รูเพิร์ต เมอร์ด็อก ภายหลังที่โดนกระแสโจมตีอย่างหนักเรื่องการดักฟังโทรศัพท์ของบุคคลสำคัญ ทำให้หลายคนเริ่มตั้งคำถามถึงขอบเขตจรรยาบรรณการทำงานของสื่อมวลชนในการรายงานข่าว
ดังที่เห็นได้จากหน้าบรรณาธิการของเว็บไซต์ไชนา เดลี เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ให้ความเห็นในประเด็นนี้ว่า ถึงแม้ว่าเมอร์ด็อกตัดสินใจปิดตัวนิวส์ออฟเดอะเวิลด์ แทบลอยด์อายุเก่าแก่ว่า 168 ปีไปเรียบร้อยแล้ว แต่เรื่องอื้อฉาวไม่ได้จบอยู่แค่นั้น
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา สำนักพิมพ์เดอะซันเดย์ ไทมส์ และเดอะ ซัน ของเมอร์ด็อก ถูกโยงว่ามีการดักฟังโทรศัพท์และละเมิดความเป็นส่วนตัวของคนดังเช่นกัน ตามรายงานระบุว่า หนึ่งในเหยื่อที่โดนดักฟังมีรายชื่อคนดังตั้งแต่ควีนอลิซาเบธที่ 2 และ กอร์ดอน บราวน์ อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ รวมอยู่ด้วย
การดักฟังโทรศัพท์ของนิวส์ออฟเดอะเวิลด์ สร้างความโกรธเคืองให้กับประชาชนแดนผู้ดี และถือว่าเป็นความอับอายต่อรัฐบาลอังกฤษเป็นอย่างมาก เพราะหนึ่งในอดีตบรรณาธิการของนิวส์ออฟเดอะเวิลด์เคยทำงานให้กับนายกรัฐมนตรี เดวิด คาเมรอน
บทบรรณาธิการ ชี้ว่า หลายปีที่ผ่านมาสื่อตะวันตกบางสำนักปฏิเสธที่จะยึดหลักจริยธรรมสื่อ เพราะธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์มีการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น จึงอ้างความจำเป็นที่จะต้องเลือกหาข่าวที่มีความหวือหวาเพื่อดึงความสนใจจากผู้อ่านเพื่อเรียกยอดขาย
สื่อบางสำนักนำเสรีภาพทางการพูดและสิทธิในการรับรู้ข่าวสารไปใช้ในทางที่ผิด
เรื่องอื้อฉาวของสื่ออังกฤษควรเป็นบทเรียนสำคัญที่สื่อมวลชนควรตระหนัก และกลับมาย้อนดูตัวว่าได้ทำหน้าที่สื่ออย่างเต็มความสามารถและซื่อสัตย์ต่ออาชีพมากแค่ไหน







