
น่านอ่วม-น้ำป่าทะลักจม4ตำบล
ฝนถล่มเมืองน่าน น้ำไหลทะลักท่วม 4 ตำบลเสียหายกว่า 100 หลังคาเรือน ขณะที่ปภ.เฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง
ฝนถล่มเมืองน่าน น้ำไหลทะลักท่วม 4 ตำบลเสียหายกว่า 100 หลังคาเรือน ขณะที่ปภ.เฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง
หลังจากที่ฝนตกหนักลงมาตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา(14 ก.ค.) ส่งผลให้ระดับน้ำแม่น้ำย่างและน้ำยาว ซึ่งเป็นแม่น้ำสาขาของแม่น้ำน่าน มีระดับเพิ่มขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว และไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนราษฏร ที่อำเภอท่าวังผา 8 หมู่บ้าน ในพื้นที่ ตำบลตาลชุม ที่บ้านห้วยแขม ,บ้านปง หมู่1,บ้านปง หมู่2 บ้านปงพัฒนา บ้านดอนแก่ง บ้านห้วยโป่ง ม.8 และบ้านป่าเมี่ยง และที่ตำบลยม บ้านพร้าว , บ้านน้ำไคร้ โดยระดับน้ำได้ขึ้นสูงถึงระดับเอว และรวดเร็ว ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถเก็บข้าวของได้ทัน ได้รับความเสียหาย 100 กว่าหลังคาเรือน โดยเฉพาะที่บ้านห้วยโป่ง ม.8 น้ำได้เข้าท่วมถนนและสะพานทางเข้าหมู่บ้านสูงระดับ 2เมตร รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรได้
นอกจากนี้ยังตำบลจอมพระ และตำบลป่าคา น้ำป่ายังได้ไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรจำนวนมาก นางเยาว์ ยอดหล้า อายุ56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25 ม.3 บ้านตาลชุม ต.ตาลชุม อ.ท่าวังผา เล่าว่า เหตุการณ์น้ำป่าหลากครั้งนี้น่ากลัว เพราะน้ำมาเร็วและแรงมาก ไม่สามารถเก็บข้าวของในบ้านได้ทัน ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านได้รับความเสียหาย
ด้านนาย อเนก มังคละ นายก.อบต.ตาลชุม พร้อมเจ้าหน้าที่ เตรียมเรือท้องแบนเพื่อเข้าตรวจสภาพอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กท้ายหมู่บ้านห้วยโป่ง ซึ่งรองรับปริมาณน้ำจนล้นสันฝาย เกรงว่าดินหน้าอ่าง จะทรุดตัว ได้สั่งการเร่งอพยพชาวบ้านกว่า 69 หลังคาเรือน ในหมู่บ้าน โดยเฉพาะที่อยู่ใกล้อ่างเก็บน้ำ ไปอยู่ที่วัดห้วยโป่ง และที่สูงเพื่อความปลอดภัยแล้ว พร้อมสั่งการนำรถไถ เข้าเปิดเส้นทางจราจรที่มีดินสไลด์ปิดขวางทางจราจรกว่า 4 แห่ง
ขณะที่นายมานัส ขันใส นายอำเภอท่าวังผา กล่าวว่า ขณะนี้ได้เร่งสั่งการให้ทุก อบต.ที่ประสบภัย สำรวจความเสียหายเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซี่งเกรงว่า การสำรวจอาจไม่ทันวันที่ 15 ส.ค. ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเร่งด่วน และอาจส่งผลให้เงินงบประมาณช่วยเหลือล่าช้า
อย่างไรก็ตามสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน ได้เฝ้าสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากจนถึงขณะนี้ยังคงมีฝนตกหนักลงมาอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะอำเภอทุ่งช้าง,บ่อเกลือ,ปัว และท่าวังผา ซึ่งมีปริมาณน้ำฝนสะสมรวม 80 กว่ามิลลิเมตรแล้ว ซึ่งลักษณะเช่นนี้อาจเกิด น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัย โดยเฉพาะหมู่บ้านที่อยู่ริมลำห้วย หมั่นสังเกตสัญญาณผิดปกติทางธรรมชาติ เช่น น้ำในลำธารเปลี่ยนเป็นสีเดียวกับดินภูเขา ฝนตกหนักเกินกว่า 6 ชั่วโมง ปริมาณน้ำฝนมากกว่า 100 มิลลิเมตร ระดับน้ำในแม่น้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว มีต้นไม้ขนาดเล็กไหลมากับน้ำ ให้สันนิษฐานว่าอาจเกิดน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มขึ้น ควรรีบขนย้ายข้าวของขึ้นไว้ที่สูงหรือที่ปลอดภัยทันที







