
แพทยสภาเล็งฟ้องศาลปค.ระงับสิทธิการตาย
เลขาแพทยสภา นัดสมาชิกถก 14 ก.ค.หาข้อสรุป ยื่นฟ้องศาลปกครอง ปมระงับสิทธิการตาย
เลขาแพทยสภา นัดสมาชิกถก 14 ก.ค.หาข้อสรุป ยื่นฟ้องศาลปกครอง ปมระงับสิทธิการตาย
นพ.สัมพันธ์ คมฤทธิ์ เลขาธิการแพทยสภา เปิดเผยว่า ในวันที่ 14 ก.ค.นี้ จะมีการประชุมแพทยสภาเพื่อหามติว่า ควรยื่นฟ้องร้องต่อศาลปกครองให้คุ้มครองชั่วคราวการบังคับใช้กฎกระทรวงมาตรา 12 แห่งพ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติว่าด้วยสิทธิการตายหรือไม่ หรือควรให้ศาลพิจารณายกเลิกกฎหมายฉบับดังกล่าวหรือไม่
ทั้งนี้ แพทยสภาจะพิจารณาใน 2 กรณี คือ กฎกระทรวงออกเกินอำนาจของพ.ร.บ.หรือไม่ และจะต้องกำหนดแนวทางเพื่อให้แพทย์ปฏิบัติตามกฎหมายโดยไม่กระทบต่อจรรยาบรรณอย่างไร ส่วนตัวคาดว่าที่ประชุมจะมีมติอย่างหนึ่งอย่างใดแน่นอน
“ส่วนตัวผมคิดว่าถ้าแพทยสภาฟ้องเองคงไม่เหมาะสม กรณีนี้แพทย์คนใดก็สามารถฟ้องได้ทั้งนั้น แต่ก็ยังไม่แน่ขึ้นอยู่กับมติในวันที่ 14 ก.ค.นี้”นพ.สัมพันธ์ กล่าว
นพ.สัมพันธ์ กล่าวว่า แพทยสภาไม่ได้คัดค้านหลักการของกฎหมายแต่มีความกังวลใน 3 ประเด็น คือ 1.ยังไม่มีหลักประกันใดรับรองให้แพทย์ว่าเอกสารแสดงความประสงค์ยุติการรับการรักษาเป็นของจริงและเจ้าตัวเป็นผู้จัดทำเอง 2.คำจำกัดความของคำว่าทรมานและวาระสุดท้ายของชีวิตเป็นอย่างไร แพทย์ทั่วประเทศมีความเข้าใจตรงกันหรือไม่ 3.หากแพทย์และญาติของผู้ป่วยเห็นต่างกันกรณีวาระสุดท้ายของผู้ป่วยจะทำอย่างไร แพทยสภาจึงขอเสนอให้หาข้อยุติด้วยกระบวนการศาลยุติธรรมเช่นเดียวกับต่างประเทศ
ขณะที่ตัวแทนเครือข่ายประชาชนเพื่อสิทธิด้านสุขภาพ 4 ภาค เดินทางมายื่นหนังสือต่อแพทยสภาเพื่อเรียกร้องให้แพทยสภาสนับสนุนการใช้มาตรา 12 และไม่ควรมีมติยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง
แถลงการณ์ ตอนหนึ่งระบุว่า 1.ขอบคุณกระทรวงสาธารณสุขที่เห็นด้วยและเข้าใจ พร้อมทั้งเตรียมพัฒนาระบบเพื่อรองรับกฎหมายฉบับนี้ 2.ขอตั้งคำถามต่อกลุ่มแพทย์ที่เคลื่อนไหวคัดค้านว่ามีเบื้องหลังหรือไม่ 3.เรียกร้องให้กลุ่มแพทย์ที่กำลังขัดขวางคิดอย่างผู้มีวุฒิภาวะ และเคลือบแคลงว่ากลุ่มคนเหล่านี้ทำไปโดยมีผลประโยชน์จากธุรกิจแพทย์แอบแฝงหรือได้รับประโยชน์จากการยืดชีวิตการตายของผู้ป่วยหรือไม่
4.เครือข่ายฯ จะเฝ้าติดตามและทำงานเพื่อส่งเสริมสนับสนุนการใช้สิทธิตามมาตรา ๑๒ ด้วยการสร้างความรู้ความเข้าใจของประชาชนอย่างกว้างขวาง พร้อมทั้งขอเชิญชวนแพทย์ พยาบาล และองค์กรต่างๆที่มีความมุ่งมั่นและเต็มใจในการส่งเสริมสิทธิของประชาชนเข้าร่วมอย่างต่อเนื่องต่อไป







