
แนะปรับค่าแรง300แค่กทม.-ภูเก็ต
บอร์ดค่าจ้างแนะขึ้นค่าจ้าง 300 บาทเฉพาะกทม.และภูเก็ต ส่วนจังหวัดอื่นปรับเพิ่มอีก 40%
บอร์ดค่าจ้างแนะขึ้นค่าจ้าง 300 บาทเฉพาะกทม.และภูเก็ต ส่วนจังหวัดอื่นปรับเพิ่มอีก 40%
นพ.สมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการค่าจ้างกลาง วันที่ 11 ก.ค. มีการหารือถึงนโยบายขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท โดยที่ประชุมมีข้อเสนอแนะว่าแนวทางที่เป็นไปได้ในช่วงแรก คือเพิ่มค่าจ้างในจังหวัดที่จ่ายสูงอยู่แล้ว เช่น กทม.และภูเก็ต ขึ้นไปให้ถึง 300 บาท ซึ่งจะมีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นอีก 40% ของค่าจ้างปัจจุบัน จากนั้นจึงปรับเพิ่มค่าจ้างในจังหวัดอื่นๆในอัตรา 40% เท่าๆกันทุกจังหวัด
นอกจากนี้ยังต้องทำควบคู่กับมาตรการทางภาษี ซึ่งตัวแทนฝ่ายนายจ้างเห็นว่ามาตรการลดภาษีเงินได้นิติบุคคลอีก 10% ของพรรคเพื่อไทยยังไม่เป็นประโยชน์ต่อสถานประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลาง จำเป็นต้องมีมาตรการภาษีเพิ่มเติม เช่น สามารถนำค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการพัฒนาฝีมือแรงงานไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า รวมทั้งนำค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการขึ้นค่าจ้าง (ส่วนต่างระหว่างอัตราค่าจ้างเดิมกับอัตราใหม่) ไปลดหย่อนภาษีได้ด้วย
"ต้นทุนค่าแรงของธุรกิจที่ใช้กำลังแรงงานสูงอยู่ที่ 10% ของต้นทุนทั้งหมด หากต้นทุนนี้เพิ่มอีก 40% ก็จะเท่ากับว่าค่าแรงจะเพิ่มเป็น 14% ของต้นทุนรวม ซึ่งหากรัฐมีมาตรการภาษีช่วยในการหักลดหย่อนก็จะทำให้ผู้ประกอบการมีความสามารถในการจ่ายได้"นพ.สมเกียรติ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอดังกล่าวเป็นเพียงการหารือในที่ประชุม ยังไม่ใช่ข้อเสนออย่างเป็นทางการของคณะกรรมการค่าจ้าง โดย นพ.สมเกียรติ กล่าวว่ายังต้องรอแนวงที่ชัดเจนจากรัฐมนตรีแรงงานคนใหม่อีกครั้ง
นายอรรถยุทธ ลียะวณิช กรรมการค่าจ้างฝ่ายนายจ้าง กล่าวว่า นายต้างไม่ได้คัดค้านการปรับขึ้นค่าจ้าง แต่ต้องปรับขึ้นให้ถูกต้องตามจังหวะการเติบโตของเศรษฐกิจ เงินเฟ้อและดัชนีทางเศรษฐกิจอื่นๆ แต่หากปรับขึ้นทันทีิอีก 40% นายจ้างจะได้รับผลกระทบมาก
นายอรรถยุทธ กล่าวว่า นโยบายลดภาษีเงินได้นิติบุคคลก็จูงใจเพราะธุรกิจเอสเอ็มอีไม่ได้ประโยชน์จากมาตรการนี้
"ธุรกิจกว่า 80% เป็นเอสเอ็มอี ซึ่งปกติก็จ่ายภาษีได้น้อยอยู่แล้ว มีเพียงบริษัทขนาดใหญ่เพียง 20% ที่จ่ายภาษีและได้รับประโยชน์เต็มที่จากนโยบายนี้"นายอรรถยุทธ กล่าว







