
ปล่อยตัวแก็งขนอาวุธส่งกลับประเทศ
ปล่อย5อดีตผู้ต้องหาขนอาวุธพ้นเรือนจำส่งตม.รอประสานทูตพากลับประเทศเดิมหลังอัยการสั่งไม่ฟ้อง
ปล่อย5อดีตผู้ต้องหาขนอาวุธพ้นเรือนจำส่งตม.รอประสานทูตพากลับประเทศเดิมหลังอัยการสั่งไม่ฟ้อง
เจ้าหน้าที่ล่อยตัวอดีต 5 ผู้ต้องหาคดีลอบขนอาวุธเข้าประเทศ และถูกจับได้ที่สนามบินดอนเมือง เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2552 ออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครแล้ว และเดินทางด้วยรถตู้ไปที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อรอประสานกับทางสถานทูตนำตัวกลับไปดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป
วันเดียวกันนี้ สำนักงานอัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่ฟ้อง 5 ผู้ต้องหาลักลอบขนอาวุธ และให้ส่งตัวผุ้ต้องหาทั้งหมดกลับไปดำเนินคดียังประเทศคาซัคสถานและเบลารุส โดยนายกายสิทธิ์ พิศวงปราการ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีอาญา และนายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ เป็นผู้แถลงผลของคำสั่งคดีที่ไม่ฟ้องผู้ต้องหาดังกล่าว ซึ่งพิจารณาสำนวนแล้วเห็นว่า พฤติการณ์ของผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ที่ขนอาวุธสงครามผ่านดินแดนของไทยไม่ได้ความว่าจะนำมาใช้ในประเทศ แต่ผู้ต้องหาทั้ง 5 คน เพียงแค่จอดเครื่องบินเพื่อแวะเติมน้ำมันเท่านั้น ซึ่งตามมติของสหประชาชาติ ไม่ได้ระบุให้รัฐดำเนินการใดๆ ต่อลูกเรือ อีกทั้งประเทศคาซัคสถาน และเบลารุส ทำหนังสือขอตัวผู้ต้องหากลับไปสอบสวนเอง
ดังนั้น เห็นว่าการสั่งฟ้องผู้ต้องหา อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ อีกทั้งประเทศไทยก็ไม่ได้ประโยชน์อันใด จากการฟ้องร้องดำเนินคดี ดังนั้นจึงมีคำสั่งไม่ฟ้องทุกข้อกล่าวหา ส่วนการส่งมอบตัวผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ขณะนี้อัยการได้ยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อขอทำหมายปล่อยตัวแล้ว สำหรับอาวุธสงครามที่ตรวจยึดได้ ขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป.







