
ดรีมทีมฝ่ายค้าน ฝันร้าย'ยิ่งลักษณ์'
ยังไม่อาจนิ่งนอนใจกับ “เสถียรภาพ” บนเก้าอี้นายกฯ หญิง ของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ยังไม่อาจนิ่งนอนใจกับ “เสถียรภาพ” บนเก้าอี้นายกฯ หญิง ของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
โดย...ทีมข่าวการเมือง
ยังไม่อาจนิ่งนอนใจกับ “เสถียรภาพ” บนเก้าอี้นายกฯ หญิง ของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ค้ำยันด้วยเสียงท่วมท้นถึง 299 เสียง จาก 5 พรรคร่วมรัฐบาล เพื่อไทย ชาติไทยพัฒนา ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน พลังชล มหาชน หนุนหลังจนทำอะไรได้ตามใจชอบ
เมื่อเที่ยวนี้ “ประชาธิปัตย์” หวนคืนสังเวียนด้วยบทบาทถนัด ประกาศตัวเป็นฝ่ายค้านสร้างสรรค์ ร่วมกับอีก 6 พรรคการเมือง เป็นฝ่ายค้าน 201 เสียง
ลำพังแค่ประชาธิปัตย์พรรคเดียว บรรดาขุนพลฝีปากกล้าที่คันไม้คันมือมานานกว่า 2 ปีก็เริ่มลงวอร์มข้างสนาม เกาะติดตรวจสอบนโยบายของเพื่อไทยว่าจะทำได้ตามที่หาเสียงหรือไม่
ก่อนประกาศ “จองกฐิน” ประเดิมงานแรก การแถลงนโยบายรัฐบาลยิ่งลักษณ์!!!
แน่นอนผลงานระดับประชาธิปัตย์ ในฐานะ “ฝ่ายค้าน” ที่เคยโชว์การขุดคุ้ย ตรวจสอบ ฝ่ายรัฐบาลมาตั้งแต่สมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร สมัคร สุนทรเวช สมชาย วงศ์สวัสดิ์ จนเป็นที่ประจักษ์
ในยุคนารีขี่ม้าขาว “ยิ่งลักษณ์” จึงกำลังจะเจอกับการตรวจสอบที่เข้มข้นที่สุดอีกครั้ง ที่ไม่อาจตอบโต้ด้วยแค่การอ่านเอกสารชี้แจง
ไม่ว่าจะเป็นชนักปักหลัง เรื่องคดีความสมัยให้การในคดีซื้อขายหุ้นชินคอร์ป ที่เครือข่ายพลเมืองคัดค้านนิรโทษคอรัปชั่นทักษิณ (คนท.) ยังเกาะติดในประเด็น เบิกความเท็จต่อศาลฎีกา แจ้งข้อมูลธุรกรรมหุ้นชินคอร์ป เป็นเท็จต่อตลาดหลักทรัพย์ ที่จะเป็นประเด็นร้อนต่อไป
มาจนถึงเรื่องบรรดาสารพัดนโยบายที่ออกมาในช่วงหาเสียงที่ถูกรุมโจมตีในรายละเอียดว่าเป็นไปได้ยาก หรือสร้างภาระงบประมาณให้กับประเทศ
ไปจนถึงเรื่องใหญ่อย่างการ “นิรโทษกรรม” หรือ “คืนเงิน 4.6 หมื่นล้าน ซึ่ง “สุเทพ เทือกสุบรรณ” รักษาการเลขาธิการพรรค ประกาศเริ่มทำการบ้านหาข้อมูลเรื่องนี้ตั้งแต่หลังเลือกตั้ง เกาะติดเรื่องนี้แบบไม่ปล่อย
ไล่ดู “ขุนพล” ประชาธิปัตย์เวลานี้ ทั้งกรณ์ จาติกวณิช เกียรติ สิทธีอมร จุติ ไกรฤกษ์ อลงกรณ์ พลบุตร จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เทพไท เสนพงศ์ ฯลฯ เตรียมเอกซเรย์การทำงานของรัฐบาลเพื่อไทย
นี้ยังไม่นับมวยรุ่นใหญ่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สุเทพ เทือกสุบรรณ ชวน หลีกภัย ไตรรงค์ สุวรรณคีรี และอีกหลายคน
เท่านั้นยังไม่พอ ยังมี “ภูมิใจไทย” มาช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้วยแล้ว ยิ่งทำให้การทำงานในฐานะฝ่ายค้านเข้มแข็งขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องตัวบุคคลที่มีขุนพลฝีปากกล้าอย่าง ศุภชัย ใจสมุทร บุญจง วงศ์ไตรรัตน์
ยิ่งได้ตัวช่วยอย่าง “เนวิน ชิดชอบ” จอมเทคนิคเรื่องอภิปรายที่ไม่เป็นสองรองใครในเรื่องนี้ด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ “ยิ่งลักษณ์” อันตรายอีกเท่าตัว
นอกจากนี้ ยังมี “ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์” หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ที่ประกาศชัดอาสาเป็นฝ่ายค้านตั้งแต่หาเสียง
ถึงข้อมูลจะไม่แน่น ไม่ลึกนัก แต่ด้วยลีลาอดีตดาวสภาที่สร้างสีสัน หาเรื่องราวมาเป็นข่าวคราวได้ตลอดการหาเสียงในช่วงที่ผ่านมา ก็พอจะทำให้รัฐบาลหน้าต้องหนักใจ
โดยเฉพาะงานนี้ “จอมแฉ” ประกาศเตรียมเดินหน้าชำแหละรัฐมนตรีรายตัว
ถัดมาที่คนดีไม่มีเสื่อม ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ หัวหน้าพรรครักษ์สันติ สส.คนเดียวของพรรค ที่สามารถฝ่ากระแสเข้ามาได้
การได้ “ไม้บรรทัด” มาตรวจสอบความคดงอของรัฐบาลใหม่นี้ น่าจะทำให้รัฐบาลไม่กล้าผลีผลามออกนอกลู่นอกทาง โดยเฉพาะกับ บุคลิกมุ่งมั่น น่าเชื่อถือของตัว ร.ต.อ.ปุระชัย ที่จะช่วยทำให้การทำงานของฝ่ายค้านมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น
ไล่เรียงดูฝ่ายค้านเวลานี้จึงพอจะถ่วงดุล รั้งไม่ให้รัฐบาลเพื่อไทยเร่งเดินหน้าทำอะไรโฉ่งฉ่างได้รวดเร็ว หรือหากการตรวจสอบขุดคุ้ยเข้าเป้า ก็อาจทำให้รัฐบาลช้ำเร็วกว่าที่คาดคิด ส่งผลต่อการเดินหน้านโยบายต่างๆ
หรือเป้าหมายลึกๆ อย่างการนิรโทษกรรม หรือคืนเงิน 4.6 หมื่นล้านบาท หรือแม้แต่การปูทางให้ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับบ้าน อาจจะต้องสะดุดหยุดลงไป
ต้องยอมรับว่าจุดแข็งของประชาธิปัตย์ที่ถนัดการใช้เวทีสภาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล ทั้งการตั้งกระทู้ถาม การอภิปรายฯ กับเสียง 201 ของฝ่ายค้านเวลานี้ ก็เพียงพอที่จะทั้งลงรายชื่อขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ที่ใช้เพียง 100 เสียง หรือ อภิปรายฯ รัฐมนตรี ที่ใช้ประมาณ 84 คน หรือแม้แต่การขอยื่นถอดถอน ที่จะต้องใช้เสียง 1 ใน 4 หรือ 125 คน
ยังไม่รวมกับเวทีฝ่ายค้านนอกสภา ทั้งพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ไปจนถึงเครือข่ายพลเมืองคัดค้านนิรโทษคอรัปชั่นทักษิณ (คนท.) ที่พร้อมจะออกมาผนึกกำลังเคลื่อนไหวคัดค้าน หากเพื่อไทยจะเดินหน้าทำเรื่องร้อนทั้งหลาย
เมื่อพิจารณาดูพลังฝ่ายค้านในสูตร ปชป.+เนวิน+ชูวิทย์+ปุระชัย+พล.อ.สนธิ งานนี้เห็นทีต้องเอามือปิดตา หวาดเสียวแทนนายกฯ ปู จริงๆ เพราะเวทีนี้ไม่มีพี่เลี้ยง
ยิ่งไม่ชำนาญการตอบโต้ ถนัดแต่อ่านตามบท เห็นทีคราวนี้ “ยิ่งลักษณ์” อาจต้องร้อง...พุทโธ่!







