
เติ้งเล็งประสานเนวินร่วมรัฐบาล
"บรรหาร"ตอบรับร่วมรัฐบาล ไเพื่อไทย"รับสภาพคงไม่ได้คุมกระทรวงเศรษฐกิจเสนอเป็นคนกลางประสาน"เนวิน"ร่วม
"บรรหาร"ตอบรับร่วมรัฐบาล ไเพื่อไทย"รับสภาพคงไม่ได้คุมกระทรวงเศรษฐกิจเสนอเป็นคนกลางประสาน"เนวิน"ร่วม
เมื่อเวลา 10.30 น. ที่พรรคชาติไทยพัฒนา นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงความชัดเจนที่พรรคชาติไทยพัฒนาได้เข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยแล้วว่า พรรคเพื่อไทยได้มาประสานมาที่นายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา
"เท่าที่ดูจากข่าว จะตั้ง 4 พรรค คือ พรรคภูมิใจไทย เอ้ยไม่ใช่ พรรคภูมิใจไทยเอาไว้ทีหลัง นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ไปออกว่าจับมือกับพรรคชาติไทยพัฒนา ผมก็ตกใจ อะไรกันนี่ แต่หัวหน้าพรรคไปต่างประเทศ ผมก็ตามตัวยุ่งทั้งคืนเมื่อคืนทั้งคืน มีการเจรจากันบ้างหรือเปล่า ไม่มี เพียงแต่ผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทยโทรมาหาว่าเมื่อได้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง ก็คงไม่ขัดข้อง แต่ต้องมาขอมติพรรคอีกครั้งหนึ่ง"นายบรรหารกล่าว
เมื่อถามว่า พรรคชาติไทยพัฒนากับพรรคภูมิใจไทยยังเป็นพันธมิตรกันอยู่หรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า ยังเป็นอยู่แต่ได้บอกกับนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคว่าต้องได้ 70 ที่นั่งไม่งั้นจะมีปัญหาแน่ในการจัดตั้งรัฐบาล เพราะถ้า 70 บวกกับ ประชาธิปัตย์ 160 ที่นั่งและชาติไทยพัฒนาอีกประมาณ 20 ที่นั่ง ทุกอย่างก็จบจัดตั้งรัฐบาลได้ ท่านเนวินก็ยืนยันมาแต่ทีนี้เป็นอย่างไรก็เหลือแค่ 34 คน เพราะฝ่ายโน้นก็เกิน 250 เสียงไปแล้ว เพราะเข้าเหลืออีกแค่ 10 กว่าเสียงก็ตั้งรัฐบาลได้แล้ว
"ทำไมพระเจ้าให้การเมืองเป็นอย่างนี้เหมือนครั้งที่แล้วไม่มีผิดตำราเดียวกันเลยไม่รู้ใครเขียนมา ผมสังหรณ์ใจว่าขออย่าให้เป็นอย่างนี้ ขาดก็ขาดไปเลยแต่ในเมื่อเหตุการณ์เป็นอย่างนี้ก็ต้องไปว่ากัน แต่ผมไม่ได้เกี่ยวใดๆทั้งสิ้น"นายบรรหาร กล่าว
เมื่อถามว่า แสดงว่าไม่ได้เป็นไปตามสัญญาที่ให้ไว้กับพรรคภูมิใจไทยใช่หรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า ไม่ใช่อย่างนั้น แต่ต้องดูช่วงจังหวะเวลาแต่นี่ก็ยังไม่ทิ้งนะพยายามจะดึงพรรคภูมิใจไทยไปอยู่ว่าเขาจะร่วมรัฐบาลหรือไม่ ก็พูดคุยกันอยู่ตลอดเวลาไม่ได้ทิ้ง
เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยได้ออกแถลงการณ์ย้ำหลายครั้งก่อนหน้านี้ว่าไม่เอาพรรคภูมิใจไทยร่วมรัฐบาล นายบรรหาร กล่าวว่า เอาน่าอะไรก็แล้วแต่ บทเรียนก็มีมาแล้วมีปัญหาก็สามารถพูดคุยเจรจากันได้ ที่ปรองดองกันไม่ได้ก็เพราะปัญหาอย่างนี้ คนที่โกรธกันทะเลาะกันถ้าหันหน้าเข้าหากันก็ไม่มีปัญหาเกิดขึ้น แตขึ้นอยู่กับพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลว่าตอบรับได้แค่ไหน เราสามารถเสนอได้แต่อยู่ที่พรรคแกนนำว่าจะตอบรับได้แค่ไหนเราก็ยังตอบไม่ได้แล้วต้องดูว่าทางโน้นจะโอเคไหมเราก็พูดคุยกันอยู่ ยิ่งตอนนี้เสียงมันไป 290 กว่ามันก็นิ่งอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า โฉมหน้าคณะรัฐมนตรีภายใต้การควบคุมของนายกรัฐมนตรีหญิงจะเป็นอย่างไร นายบรรหาร กล่าวว่า ภาพลักษณ์คงไม่ได้อยู่ที่พรรคร่วมรัฐบาลเพราะพรรคร่วมรัฐบาลถือเป็นเพียงซีกหนึ่งเท่านั้น แต่เสี้ยวใหญ่อยู่ที่พรรคเพื่อไทยว่าเขาจะจัดกันอย่างไรอยู่ในตำแหน่งเหมาะสมหรือไม่ตรงนี้สำคัญกว่า เพราะอย่างน้อยเขาต้องเข้าไปควบคุมกระทรวงเศรษฐกิจไม่ปล่อยให้พรรคร่วมรัฐบาลเอาเศรษฐกิจไป อย่างไรก็ตาม ถ้าเขามาปรึกษาตนเป็นการส่วนตัวก็พร้อมให้ข้อแนะนำได้แต่ถ้าไม่ปรึกษาก็จบ แต่ตนคงไม่ต้องให้คำแนะนำอะไรมากเพราะเขามีซือแป๋เก่งจะตายอยู่ที่โน่น
"ต้องเอาเรื่องความปรองดองเป็นหลัก ถ้าไม่มีตรงนี้เศรษฐกิจก็ไปไม่รอดเดี๋ยวก็เดินขบวนกันออกมา เดี๋ยวเสื้อสีโน่นสีนี่ก็ออกมา ตนขอให้ทำเรื่องปรองดองก่อนและต้องเดินหน้าอย่าชักช้ามีความจริงใจ"นายบรรหารกล่าว
สำหรับเรื่องความสัมพันธ์กับพรรคประชาธิปัตย์ นายบรรหาร กล่าวว่า จะนัดทานข้าวกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ในอีก 1-2 วันนี้ เพราะบังเอิญในวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา ร้อยวันพันปีไม่เคยคุยโทรศัพท์กัน แต่ในวันดังกล่าวนายอภิสิทธิ์ โทรมาหาทำเอาตนตกใจหวิดตกจากเก้าอี้ คุยกันถึงประมาณห้าทุ่ม กำลังนอนหลับนายสุเทพก็โทรมาอีกทำเอาตื่นจากที่นอน จนนอนไม่หลับทั้งคืน
"ที่ผ่านมาได้ให้กำลังใจทุกคนไม่ว่าใครโทรมาก็ให้กำลังใจทั้งนั้นขอให้อดทน ได้รับชัยชนะ ส่วนจะได้ชัยชนะแค่ไหนก็ตอบไม่ได้ และยังได้ถามนายอภิสิทธิ์ด้วยว่า แล้วท่านนายกฯยุบสภาทำไม พวกผมลำบาก ถ้าอยู่จนครบเทอม งบประมาณผ่านสภาก็จะค่อยยังชั่ว แต่นี้ต้องมาแก้ไขมาจัดทำงบประมาณกันใหม่ ซึ่งนายอภิสิทธิ์ก็บอกว่า ขอให้เห็นใจเพราะเขาไม่ไหวแล้ว ส่วนเรื่องการลาออกจากหัวหน้าพรรคของท่านอภิสิทธิ์คิดว่าพรรคคงมีมติเลือกเข้าไปใหม่ เพราะคงจะหาคนมาแทนได้ลำบาก"นายบรรหาร กล่าว







