
หวั่นจ่ายค่าจ้างช่างเย็บตามฝีมือทำต้นทุนพุ่ง
สมาคมเครื่องนุ่งห่มนัดถกปลัดกระทรวงแรงงาน ขอเลื่อนใช้ค่าจ้างตามฝีมือสาขาช่างเย็บ หวั่นทำต้นทุนพุ่ง
สมาคมเครื่องนุ่งห่มนัดถกปลัดกระทรวงแรงงาน ขอเลื่อนใช้ค่าจ้างตามฝีมือสาขาช่างเย็บ หวั่นทำต้นทุนพุ่ง
ตัวแทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและสมาคมเครื่ืองนุ่งห่ม เตรียมเข้าพบ นพ.สมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงานในวันที่ 1 ก.ค. เพื่อหารือถึงการประกาศใช้อัตราค่าจ้างตามมาตราฐานฝีมือแรงงานซึ่งมี 11 สาขาอาชีพที่เตรียมประกาศลงราชกิจจานุเบกษาในสัปดาห์หน้า โดยหนึ่งในนั้นมีอาชีพช่างเย็บด้วย ทำให้ผู้ผลิตกังวลใจเกี่ยวกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและขอให้กระทรวงแรงงานเลื่อนการบังคับใช้ค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือในสาขาช่างเย็บออกไปก่อน
นางเพชรรัตน์ สินอวย ผู้อำนวยการกลุ่มงานวิจัยและวางแผนกำลังแรงงาน กล่าวว่า อัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือถูกกำหนดโดยการเทียบเคียงกับอัตราค่าจ้างที่จ่ายจริงในตลาด อย่างไรก็ตามในส่วนของอุตสาหกรรมผลิตเครื่องนุ่งห่มยังจ่ายค่าแรงในอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ซึ่งหากประกาศค่าจ้างตามฝีมือ รายได้ของแรงงานที่ได้ใบรับรองจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงานจะเพิ่มขึ้นเป็น 250-340 บาท/วัน
"บางโรงงานตั้งอยู่ต่างจังหวัด ทำให้มีค่าจ้างขั้นต่ำราคาถูก เช่นที่ จ.ตาก ค่าจ้างขั้นต่ำอยู่ที่ 159 บาท หากค่าจ้างขยับเป็น 250 บาททันทีเขาก็อยู่ไม่ได้ แต่หากมองอีกมุมหนึ่งแรงงานที่อยู่ในต่างจังหวัดจะได้ประโยชน์ เพราะมีโอกาสได้ค่าแรงเท่าคนที่ทำงานในเมือง จะได้ไม่ต้องดิ้นรนย้ายไปทำงานไกลบ้าน"นางเพชรรัตน์ กล่าว
ทั้งนี้ ปัจจุบันมี 11 สาขาอาชีพที่ระกาศลงราชกิจจานุเบกษาแล้ว และจะเริ่มมีผลบังคับใช้วันที่ 26 ก.ค. โดยมีผู้ได้รับการรับรองฝีมือจากกระทรวงแรงงานแล้ว 5.5 หมื่นคนและมีอีก 11 สาขาที่ผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีแล้วและรอประกาศลงราชกิจจานุเบกษาในสัปดาห์หน้าจากนั้นรออีก 90 วันถึงจะมีผลบังคับใช้ราวเดือน ต.ค.
ขณะที่ก่อนหน้านี้ นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ระบุว่าอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มหลายรายเตรียมแผนขยายฐานการผลิต หรือย้ายโรงงานไปประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น โดยเฉพาะเวียดนาม กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาวและบังกลาเทศ เพื่อเลี่ยงนโยบายของพรรคการเมืองและรัฐบาลชุดใหม่ที่เน้นการปรับเพิ่มค่าจ้างแบบก้าวกระโดด โดยมีกลุ่มผู้ประกอบการเครื่องนุ่งห่ม 5 ราย อยู่ระหว่างการเจรจาการลงทุนในเวียดนามเพราะค่าจ้างในเวียดนามเฉลี่ยวันละ 100 กว่าบาท ยังต่ำกว่าไทย 2-3 เท่า







