posttoday
พรรคร่วมแก้เผ็ดปชป. จับมือพท. ต่อรองแก้รธน.

พรรคร่วมแก้เผ็ดปชป. จับมือพท. ต่อรองแก้รธน.

11 กุมภาพันธ์ 2553

8...ทีมข่าวการเมือง

ตะลึงพรึงเพริดกันไม่น้อยเมื่อ “ชัย ชิดชอบ” ประธานรัฐสภา สั่งนัดประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันที่ 11 ก.พ.

ไม่เฉพาะประชาธิปัตย์ที่งงกันทั้งบางว่าประธานชัยและพรรคร่วมรัฐบาลจะมาไม้ไหน แม้แต่เพื่อไทยเองก็มึนตึ้บเพราะก่อนหน้านี้ไม่มีเค้าลางว่า พรรคร่วมที่เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 ประเด็นเข้าสู่วาระการพิจารณาของรัฐสภาต้องการผลักดันให้เป็นเรื่องด่วนแบบทันทีทันควัน

ซึ่งตามข้อบังคับการประชุมสภาก็ไม่ได้กำหนดว่าจะต้องเร่งพิจารณาญัตติภายในกี่วัน เหมือนที่ประธานชัยอ้างเหตุผลว่า ต้องพิจารณาญัตติภายใน 7 วัน นับแต่ที่รับญัตติ เพียงแต่ระบุกว้างๆ ไว้ว่าให้บรรจุญัตติเข้าสู่วาระการประชุมภายใน 7 วัน

ก่อนหน้านี้หลายฝ่ายวิเคราะห์ว่าการผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 ประเด็นของพรรคร่วมรัฐบาล เรียบร้อยโรงเรียนศิลปอาชาไปแล้ว ทันทีที่ประชาธิปัตย์หักดิบไม่เอากับพรรคร่วมรัฐบาล

เพราะถ้าไม่ได้เสียงจากพรรคอันดับ 1 และ 2 ประชาธิปัตย์กับเพื่อไทย การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็จบเห่ จำนวนเสียงจะไม่พอต่อมติ “รับหลักการ” ที่ต้องมีคะแนนเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสองสภา หรือเกิน 313 จาก 625 เสียง

อย่าลืมว่าไม่เฉพาะประชาธิปัตย์เท่านั้นที่สวมคอนเวิร์สไปคนละทางกับพรรคร่วม เพื่อไทยเองก็ไม่เอาด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 ประเด็น

และเหตุใดที่พรรคร่วมรัฐบาลถึงดุนหลังให้ประธานชัย บิดาเนวิน ชิดชอบ รีบพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างจริงจังวันนี้

ถ้าประชุมแล้ว “แพ้โหวต” ตอกฝาโลงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขายขี้หน้าตัวเอง ย่อมไม่ใช่วิสัยแน่

นั่นแสดงว่าต้องมีแผนลึกๆ ที่จะสามารถผลักดันให้ที่ประชุมรัฐสภารับหลักการเปิดประตูไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญสำเร็จ

ประการแรก ไม่ให้ม็อบเสื้อเหลืองตั้งตัวชุมนุมคัดค้านทัน จนอาจเกิดเหตุปิดล้อมสภารอบสอง

ประการที่สอง ที่พรรคร่วมมั่นใจว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญยังไม่ตายและกำลังฟื้นจากหลุม ก็เนื่องจากในวาระการประชุมของรัฐสภามีญัตติการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ (คปพร.) ของ นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำนปช. จ่ออยู่ในวาระมาปีกว่า

ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับคปพร. หรือ “ฉบับสีแดง” มีมวลชนกลุ่มเสื้อแดงนับแสนที่ร่วมเสนอเข้าสภาในยุคที่สมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี โดยเป็นร่างแก้ไขที่ยึดโครงรัฐธรรมนูญ 2540 เป็นหลัก

นี่จึงเป็น “ปม” ที่ทำให้เนวินและพรรคร่วมจะใช้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของเสื้อแดงมาเป็นตัวประกันเพื่อแก้เผ็ดประชาธิปัตย์

“วัดใจ” กันอีกรอบว่าประชาธิปัตย์จะเปลี่ยนใจหรือไม่ เพราะถ้าร่างคปพร.ผ่านความเห็นชอบ และรัฐสภาตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาพิจารณารื้อรัฐธรรมนูญ 2550 กลับไปใช้รัฐธรรมนูญ 2540 งานนี้ก็อาจจุดชนวนล้มรัฐบาลได้

ม็อบเหลืองพันธมิตรฯ จะปลุกประชาชนคัดค้านทุกวัน เหมือนเมื่อครั้งที่อดีตนายกฯ สมัครพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญจนรัฐบาลต้องพังครืน

กลับมาที่การพิจารณาญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประธานชัย ระบุว่า จะนำทั้งสองร่างมาพิจารณารวมกัน ตามรูปการณ์แล้ว “สี่ก๊กรัฐสภา” ประชาธิปัตย์ พรรคร่วม ฝ่ายค้าน สว. จะถกเถียงกันเผ็ดร้อนทั้งวัน จนมาถึงช่วงลงมติรับหลักการว่าจะยึดร่างใดเป็นหลักในการพิจารณา

ระหว่างร่างของคปพร. กับร่างของพรรคร่วมรัฐบาล ตรงนี้แหละระทึก...

หากการเจรจาต่อรองขั้นสุดท้ายระหว่างบิ๊กพรรคร่วมรัฐบาลโดยเนวิน และสองพี่น้องศิลปอาชา “บรรหารชุมพล” กับบิ๊กประชาธิปัตย์ ที่พรรคร่วมหมายมั่นจะแก้ระบบเลือกตั้งเป็นเขตเล็กไม่สำเร็จ พรรคร่วมจะลงมติรับหลักการร่างรัฐธรรมนูญฉบับคปพร.แน่นอน

อย่าลืมว่า 2 ประเด็นที่พรรคร่วมเสนอคือ มาตรา 190 เรื่องการลงนามในสนธิสัญญากับต่างประเทศมาที่รัฐบาลต้องขอความเห็นชอบจากรัฐสภา และการเปลี่ยนระบบเลือกตั้งเป็นเขตเล็ก ซึ่งเป็นหัวใจที่พรรคร่วมต้องการมากที่สุด อยู่ใต้ร่มธงของร่างรัฐธรรมนูญฉบับคปพร. ที่เสนอให้ยึดรัฐธรรมนูญ 2540 เป็นหลัก

และว่าตามจริงแล้ว พรรคร่วมทุกพรรคต่างก็อยากกลับไปใช้รัฐธรรมนูญ 2540 ใจจะขาด เพราะปรับตัวไม่ได้กับระบบตรวจสอบที่เป็นยาแรงในรัฐธรรมนูญ 2550

เพียงแต่เงื่อนไขเดียวที่พรรคร่วมไม่ต้องการจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับเสื้อแดงคือ ถ้ากลับไปใช้รัฐธรรมนูญ 2540 เมื่อไร ก็จะเปิดช่องให้มีการนิรโทษกรรมคดีทุจริตของทักษิณโดยอัตโนมัติ

แต่ภูมิใจไทยที่เป็นโต้โผ เตรียมหาช่องอธิบายกับสังคมแล้วว่า แม้พรรคร่วมจะเอารัฐธรรมนูญ 2540 แต่จะไม่มีการนิรโทษกรรมทักษิณแน่

สัญญาณจาก “บุญจง วงศ์ไตรรัตน์” รมช.มหาดไทย จากภูมิใจไทย ก็ชี้ว่า พรรคร่วมเตรียมหนุนร่างคปพร. เพราะมีประเด็นที่ 5 พรรคร่วมต้องการแก้ไขอยู่

ข้อต่อรองของพรรคร่วมคือ ประชาธิปัตย์ควรรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 ประเด็นไปก่อน ซึ่งก็ไม่ทำให้จุดยืนของประชาธิปัตย์เสีย เป็นแค่รับหลักการให้มีการ “ตั้งไข่” กว่าจะถึงขั้นตอนสุดท้ายคือวาระ 3 “ให้ความเห็นชอบ” ก็จะใช้เวลาอีก 68 เดือน ถึงตอนนั้นประชาธิปัตย์จะไม่เอาก็ไม่ว่าอะไร

เกมแรงที่ “เนวินบรรหาร” ใช้ตอบโต้ ใช่ว่าเกิดขึ้นไม่ได้ เพื่อไทยเองก็เปิดประตูรับพรรคร่วมอยู่แล้ว หากเกมพลิก พรรคร่วมมาหนุนร่างคปพร. ก็จะมีเสียงสนับสนุนเกิน 312 ล้นหลาม เพราะจะได้เสียงสว. อีกเกือบร้อยที่พร้อมเทใจแก้ไขรัฐธรรมนูญ

อย่างไรเสีย 5 พรรคร่วมรัฐบาลต้องแก้รัฐธรรมนูญเปลี่ยนระบบเลือกตั้งเป็นเขตเล็กให้ได้ มิฉะนั้นจะสู้พรรคใหญ่ในการเลือกตั้งไม่ได้

แต่เกมต่อรองวัดใจประชาธิปัตย์จะถึงฝั่งหรือไม่ ยังต้องพบกับอุปสรรคขวากหนามอีกมาก เพราะกลุ่ม 40 สว. เตรียมตัดไฟแต่ต้นลม โดยอ้างว่าร่างฉบับคปพร.นี้เสนอไม่ถูกต้องตามช่องทางรัฐธรรมนูญ เพราะต้องมีกฎหมายการเข้าชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญของประชาชนออกมารองรับก่อน ซึ่งร่างกฎหมายฉบับนี้ยังพิจารณาอยู่ในชั้นสภาผู้แทนอยู่

หากพรรคร่วมรับหลักการ ร่างฉบับคปพร.ก็อาจถูกยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความจนแท้ง

การประชุมวันที่ 11 ก.พ. ประชาธิปัตย์กับพรรคร่วมต้องประลองกำลังกันหลายยก เบื้องต้นประชาธิปัตย์จะสกัดด้วยการไม่ยอมให้นำญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญขึ้นมาพิจารณาก่อน แต่ต้องการให้นำกรอบการเจรจากับต่างประเทศตามมาตรา 190 จำนวน 6 เรื่องมาถกเถียงก่อน

ต้องจับตา เกมนี้จะถึงขั้นลงมติรับหลักการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ ถ้าได้ งานนี้กระเทือนถึงเสถียรภาพรัฐบาลที่เดินมาดีๆ อาจต้องสะดุดตกม้าตายไปกับปมแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน