
ฟันธงนโยบายประชานิยมผู้ใช้แรงงานเกิดยาก
นักวิชาการทีดีอาร์ไอชะแหละนโยบายพรรคการเมืองประชานิยมเพื่อผู้ใช้แรงงานยังทำได้ยาก
นักวิชาการทีดีอาร์ไอชะแหละนโยบายพรรคการเมืองประชานิยมเพื่อผู้ใช้แรงงานยังทำได้ยาก
นายสราวุธ ไพฑูรย์พงษ์ นักวิชาการอาวุโส ฝ่ายการวิจัยทรัพยากรมนุษย์และพัฒนาสังคม สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยถึงนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองเกี่ยวเรื่องการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำว่า รัฐไม่มีหน้าที่โดยตรง แต่มีกฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการค่าจ้างซึ่งเป็นคณะกรรมการไตรภาคี คือประกอบด้วย นายจ้าง ลูกจ้าง และตัวแทนฝ่ายรัฐ
ทั้งนี้ในทางปฏิบัติแม้จะมีคนของรัฐคือปลัดกระทรวงแรงงานเป็นประธานคณะกรรมการค่าจ้าง กระบวนการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำโดยพื้นฐานแล้วเป็นเรื่องของการเจรจาระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างโดยมีตัวแทนฝ่ายรัฐทำหน้าที่คนกลางเท่านั้น ตัวอย่างที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม 2553 ที่นายอภิสิทธิ์เคยตั้งเป้าให้อัตราค่าแรงขั้นต่ำ 250 บาท แต่คณะกรรมการค่าจ้างกลางไม่เห็นด้วยและในที่สุดค่าจ้างที่ประกาศออกมาเมื่อเดือนมกราคม 2554 สูงสุดคือ 221 บาทสำหรับจังหวัดภูเก็ตในขณะที่รองลงมา คือ 215 บาทสำหรับกรุงเทพฯและปริมณฑล
การกำหนดเป้าหมายเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ 25% ในเวลา 2 ปี พอจะมีความเป็นไปได้ เพราะเพิ่มจาก 221 บาท เป็น 276 บาท แต่ที่ยากกว่าคือ การจะเพิ่มจาก 221 บาทเป็น 300 บาท เท่ากับเพิ่มขึ้นถึง 35.7 % แต่ไม่ได้บอกว่าจะได้เมื่อไร
เมื่อพิจารณาการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่ผ่านมา ระหว่างพ.ศ. 2541-2554 อัตราค่าจ้างขั้นต่ำในประเทศไทยไม่เคยเพิ่มถึง 10 % โดยมีอัตราการเพิ่มเฉลี่ยเพียง 2.4 % ที่เคยเพิ่มสูงสุดคือ 9.1 % ในปี 2550-2551 และรองลงมาคือ 7 % ในปี 2553-2554
สำหรับประเด็นเงินเดือนปริญญาตรี 1.5 หมื่นบาท อาจพอเป็นไปได้ในภาคเอกชน สำหรับผู้จบการศึกษาสายวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ สำหรับภาคราชการยังต่ำกว่าอยู่มาก ปัญหาของเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเงินเดือนปริญญาตรี แต่เป็นความแตกต่างระหว่างเงินเดือนปริญญาตรีกับผู้จบระดับมัธยมปลาย ปวช. และปวส. ซึ่งดูเหมือนคนคิดนโยบายนี้จะไม่ได้ศึกษาตลาดแรงงานเลยว่าในปัจจุบันมีความขาดแคลนแรงงานระดับล่างและระดับกลางมาก
ในขณะที่แรงงานระดับปริญญามีมากเกินไปจนว่างงานจำนวนมาก ที่เป็นเช่นนี้เพราะช่องว่างของค่าจ้างเงินเดือนสำหรับผู้จบมัธยมหรือ ปวช.ต่ำกว่าระดับปริญญามาก (ข้าราชการบัญชีเก่า ปวช. 5,760 บาท ปวส. 7,100 บาท และ ปริญญาตรี 7,940 บาท ปรับใหม่ปี 2554 ปวช. 6,100 บาท ปวส. 7,300 บาท และ ปริญญาตรี 8,700 บาท)จึงทำให้ใช้แรงงานระดับล่างและระดับกลางพยายามไขว่คว้าหาปริญญา และเกิดปัญหาความไม่สอดคล้องของโครงสร้างแรงงาน นโยบายที่น่าจะเหมาะกับสถานการณ์แรงงานของประเทศไทยจึงน่าจะเป็นการยกระดับเงินเดือนแรงงานระดับกลางให้สูงขึ้นและไม่ต่างจากแรงงานระดับปริญญาจนเกินไป
นายสราวุธ กล่าวอีกว่า สำหรับนโยบายประเทศไทยไร้คนว่างงานด้วยกองทุนจ้างงาน 1 ล้านตำแหน่ง นักเศรษฐศาสตร์แรงงานคงบอกได้ทันทีว่าไม่มีประเทศไหนในโลกที่ไม่มีการว่างงาน ในสหรัฐอเมริกาถือว่าอัตราการว่างงานธรรมชาติ คือ 3 % แต่ประเทศไทยมีอัตราการว่างงานอยู่ที่ประมาณ 1 % กว่าๆ ถือว่าต่ำมาก เนื่องจากเหตุผลสำคัญ 2 ประการคือ
ประการแรก ประเทศไทยมีภาคเกษตรและเศรษฐกิจนอกระบบอยู่มหาศาล ลักษณะของการว่างงานในภาคดังกล่าวเห็นไม่ชัดเนื่องจากทุกคนมีงานทำแม้จะไม่ได้ทำเต็มที่ทุกคน ประการที่สอง คือระบบประกันการว่างงานของประเทศไทยเพิ่งเริ่มได้ไม่นานนัก จึงไม่ค่อยมีผู้สนใจแจ้งว่าตนเป็นผู้ว่างงานเนื่องจากมองไม่เห็นประโยชน์และยังรู้สึกเป็นการเสียหน้าด้วย
อีกทั้งนโยบายเรื่องกองทุนการจ้างงาน 1 ล้านตำแหน่งก็ไม่มีความชัดเจนว่าจะจ้างงานเป็นเวลากี่วัน กี่เดือนหรือนานเท่าใด ทันทีที่ครบกำหนดจ้างก็จะมีการว่างงานเกิดขึ้น เพราะเป็นไปไม่ได้ที่กองทุนจะสามารถจ้างงานได้ตลอดไป (เหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับกองทุนมิยาซาว่า ช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ) กองทุนจ้างงานที่พูดถึงยังเป็นการซ้ำซ้อนกับการประกันสังคมกรณีการว่างงานซึ่งมีกฎ กติกา มารยาทที่เริ่มเข้าที่เข้าทางดีอยู่แล้ว







