
เลือกตั้งนายกเล็กคำประกาศ"คนคอน"ไม่เอา"แดง"
ปรากฏการณ์แลนสไลด์ของการเมืองในเมืองนครครั้งนี้ สะท้อนชัดว่าคนจำนวนไม่น้อยที่อยากแสดงตัวชัดเจนว่า ไม่เอาเสื้อแดง
ปรากฏการณ์แลนสไลด์ของการเมืองในเมืองนครครั้งนี้ สะท้อนชัดว่าคนจำนวนไม่น้อยที่อยากแสดงตัวชัดเจนว่า ไม่เอาเสื้อแดง
โดย...ธเนศน์ นุ่นมัน
19 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตั้งแต่ช่วงเช้า วันนี้เป็นวันอาทิตย์ ที่ คนเมืองคอนหรือชาว จ.นครศรีธรรมราช สะกิดลูกหลาน จูงผู้สูงอายุ เข้าคูหาไปใช้สิทธิของตัวเอง แม้แต่ละคนจะไม่ได้หมายมั่นไว้อย่างเป็นทางการ แต่นี้จะถือเป็นซ้อมใหญ่การเลือกตั้งใหญ่กว่าหรือการเลือก สส.จะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า คนคอนสมัครใจกันออกไปใช้สิทธิ เลือกตั้งนายกเทศมนตรี และสมาชิกสภาเทศบาลนครกันอย่างหนาตา ชนิดที่ผู้สังเกตการณ์ได้รับคำยืนยันว่า“มากกว่าทุกครั้ง”
การเลือกตั้งครั้งนี้ ข้อมูลของเทศบาลเมืองนครศรีธรรมราชระบุว่า จากจำนวนผู้มีสิทธิเลือก 71,164 คน มีผู้มาใช้สิทธิทั้งสิ้นจำนวน 43,461 คน คิดเป็น 61.07% จำนวนบัตรดี 40,489 หรือ 93.16% บัตรเสีย 1,860 หรือเพียง 4.28% มีจำนวนผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนนหรือโหวตโนเพียง 1,112 คน คิดเป็น 2.56%
สำหรับคนคอนที่ออกมาเลือกตั้งครั้งนี้ หลายคนพูดว่า ระหว่าง ผู้สมัครหมายเลข 3 นายเชาวน์วัศ เสนพงศ์ และ หมายเลข 1 นายกณพ เกตุชาติ บางคนถึงกับระบุว่า ใครแพ้สนามนี้ จะถึงกับเสียคน เปรียบได้ว่า เป็นผลชี้วัดที่จะยืนระยะยาวไปถึงสนามอื่นๆ
ดีกรีของ นายเชาวน์วัศ เสนพงศ์ คือพี่ชายนายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ แม้ครั้งนี้ จะไม่ได้ลงสมัครในนามของพรรค แต่ก็กวาดคะแนนไปถึง 24,838 คะแนน จากครั้งก่อน นายเชาวน์วัศ ต้องกลับไปเลียแผล รับความพ่ายแพ้ให้กับ นายสมนึก เกตุชาติ อดีตนายกเทศมนตรี ที่ครองตำแหน่งบริหารเทศบาลยาวนานเกือบ 31 ปี ไม่มีใครโค่นได้ ฐานเสียงแน่นปึ๊ก
ขณะที่ บารมีของผู้เป็นพ่อและการโหมหาเสียงสู้กันจนถึงวันชี้ขาด ก็ปรากฏว่า กณพ กวาดเสียงคนคอนไปได้เพียง15,098 คะแนน โดยนอกจากนี้ ผู้เป็นพ่อที่ หลีกทางให้ลูก ลดบทบาทตัวเองมาสมาชิกสภาเทศบาล(สท.) เพื่อรั้งตำแหน่งประธานไว้ ก็ต้องพ่ายแพ้อย่างหมดรูป เมื่อผลปรากฏว่า สท.4 เขต 24 ที่นั่ง ทีมของนาย เชาวน์วัศ กวาดไปได้ถึง 23 ที่ ขณะที่อีก 1 เสียง เป็นของ นายพิชัย ลี้วรกุล ผู้สมัครอิสระ
ศึกที่เปรียบได้กับศึกช้างชนช้าง ทั้งคู่มีฐานเสียงที่แข็งพอๆ กัน จบลงที่คนคอน ซึ่งนอกจากจะอยากเห็น ความเปลี่ยนแปลง ผู้ที่มาลงคะแนนบางราย ถึงกับระบุชัดว่า เป็นการแสดงพลังว่า “คนคอนจำนวนหนึ่ง ไม่เอาเสื้อแดง”
แหล่งข่าวรายหนึ่งระบุว่า กณพ เคย สมัคร สส.ในนามพรรคพลังประชาชน และพ่ายประชาธิปัตย์อย่างหมดรูปมาก่อน และถูกตีตราว่าเป็น เสื้อแดง ขณะที่ผู้เป็นพ่อ แม้จะในอดีตจะไม่เคยออกตัว แต่ตั้งแต่เริ่มมีกระแสเสื้อแดง สมนึกก็แสดงตัวชัดว่าสวมเสื้อสีไหน และตั้งแต่การแสดงตัวชัด คนคอนก็มองว่าถึงเวลาที่ต้องชี้ชัดแล้วเช่นกัน
“ปรากฏการณ์แลนสไลด์ของการเมืองในเมืองนครครั้งนี้ ระบุชัดว่า ไม่เพียงต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงเท่านั้น แต่คนจำนวนไม่น้อยที่อยากแสดงตัวชัดเจนว่า ไม่เอาเสื้อแดง อย่างไรก็ตาม ที่นี่ ไม่มีเรื่องของการใช้ความรุนแรง กับผู้ที่คิดต่างหรือคิดไม่เหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่ที่รู้จักก็บอกชัดว่ายอมไม่ได้ที่จะปล่อยให้มีอำนาจบริหารท้องถิ่นนี้ ไปด้วย” แหล่งข่าวระบุ
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวซึ่งประกอบธุรกิจ อยู่ในเมืองนคร ระบุว่า แม้ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ แม้จะสร้างความประหลาดใจ ให้กับชาวเมืองนครอย่างยิ่ง แต่ปรากฏการณ์ ดังกล่าวอาจจะมาจากหลายเหตุผลประกอบกัน ไม่ใช้มาจากปัจจัยเดียว กล่าวคือ ชาวนครจำนวนหนึ่ง เริ่มเบื่อหน่ายการทำงานของ นายกฯและคณะบริหารชุดเดิม ซึ่งแม้ตัวอดีตนายกฯ จะเคยประกาศชัดว่าสวมเสื้อสีไหน แต่ในการเลือกตั้งสมัยที่แล้ว คนนครก็ยังยินดีเลือกเข้ามาทำงานด้วนความไว้วางใจ
“เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นปรากฏการณ์พิเศษ เดิมที การเมืองระดับประเทศหรือ สส. คนนคร ไว้วางใจประชาธิปัตย์ แม้จะมีเสียงบ่นเรื่องการทำงานอยู่บ้าง ก็ยังลงคะแนนให้ แต่การเมืองท้องถิ่น คนนคร สงวนไว้ให้ นายสมนึก เห็นอยู่ว่าหลายปีที่ผ่านมา ประชาธิปัตย์เองก็โค่นไม่ลง วันนี้ คนนครจำนวนหนึ่งเบื่อสมนึก และคาดว่า อีกประมาณ 30% ไม่พอใจเสื้อแดง จึงพากันออกมาแสดงพลังให้เห็น ตามผลการเลือกตั้งที่ออกมา ซึ่งไม่มีใครคาดคิดมาก่อน” แหล่งข่าวกล่าว







