posttoday
ความมั่นคงด้านพลังงาน ...นโยบายการหาเสียงที่ไม่เคยเก่า

ความมั่นคงด้านพลังงาน ...นโยบายการหาเสียงที่ไม่เคยเก่า

21 มิถุนายน 2554

เลยฉบับที่แล้วผมเขียนเรื่องการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน และเสนอให้รัฐบาลใหม่ใน 2 ด้าน

เลยฉบับที่แล้วผมเขียนเรื่องการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน และเสนอให้รัฐบาลใหม่ใน 2 ด้าน

โดย...โชติชัย สุวรรณาภรณ์

ด้านแรกคือ ให้มีการจัดสรรทรัพยากรด้านพลังงานที่มีประสิทธิภาพ เพื่อสนับสนุนให้กลไกราคาสามารถทำหน้าที่ได้อย่างแท้จริงและเที่ยงธรรม

ด้านที่สอง เสนอให้รัฐบาลนำนโยบายการเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานที่มีรัฐและประชาชนทุกภาคส่วนเป็นหุ้นส่วนกันและกัน จะไม่มาโทษกันว่าใครใช้เยอะ ใครใช้น้อย

สมมติว่านายแหลม ยโสธร บอกว่า บ้านฉันอยู่ยโสธร ฉันทำนาปลูกข้าว ปีหนึ่งฉันใช้ไฟแค่ 1,000 หน่วยเอง ตรงกันข้ามกับนายกรุง ศิวิไล บ้านอยู่กรุงเทพฯ ใช้ไฟปีละ 8,000 หน่วย มันจึงไม่ยุติธรรมในสายตานายแหลมที่รัฐจะมาตั้งโรงไฟฟ้าที่ยโสธร

แต่รัฐก็ควรจะอธิบายกับนายแหลมว่า แม้นายแหลมจะใช้ไฟน้อยกว่านายกรุง แต่ข้าวที่นายแหลมปลูก หากไม่ขายให้กับนายกรุงซึ่งทำการค้าเปิดร้านอาหาร จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าในการประกอบธุรกิจ ไหนเลยนายแหลมจะขายข้าวได้หมดยุ้งทุกปี

ที่ถูกควรมองว่าต่างก็สนับสนุนกันและกัน ในเมื่อนายกรุงใช้ไฟสูงกว่าระดับเฉลี่ยของคนทั้งประเทศอยู่ถึง 6,000 หน่วยต่อปี การใช้ไฟฟ้าจำนวนนี้ควรถูกเก็บด้วยอัตราพิเศษแพงกว่าที่คนทั่วไปจ่าย ในขณะที่นายแหลมช่วยประเทศประหยัดได้โดยใช้ต่ำกว่าระดับเฉลี่ย 1,000 หน่วย เขาก็ควรเป็นผู้มีส่วนแบ่งที่เก็บเพิ่มมาจากนายกรุง แล้วนำมาเฉลี่ยคืนให้นายแหลม จึงจะเรียกว่าเฉลี่ยภาระความรับผิดชอบโดยเท่าเทียมกัน

ส่วนโรงไฟฟ้าใหม่หากจะจัดสร้างขึ้นที่ยโสธรแล้ว ก็ควรให้คนยโสธรเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง โดยหุ้นครึ่งหนึ่งของโรงไฟฟ้าจะต้องกระจายให้คนในชุมชนแถบนั้น และได้รับเงินปันผลจากธุรกิจของโรงไฟฟ้าอย่างแท้จริง

ด้านที่สาม ผมอยากเห็นนโยบายพลังงานของประเทศมีความเชื่อมโยงกับต่างประเทศ จริงอยู่ว่าถ้าเราผลิตและใช้พลังงานได้ด้วยตัวเราเองทั้งหมด นั่นคือสุดยอดปรารถนา เพราะนั่นคือการก้าวไปสู่จุดที่เรียกว่า Energy Independence คือ เรานำเข้าพลังงาน 0% แต่ในความเป็นจริงไม่มีชาติใดเลยที่จะสามารถทำได้เช่นนั้นในโลกนี้ แม้แต่ประเทศผู้ผลิตน้ำมันดิบของโลกในตะวันออกกลางก็ยังต้องนำเข้าพลังงานในรูปแบบอื่น เช่น ถ่านหิน เพื่อใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า

เพราะมันคงเป็นเรื่องที่ไม่ฉลาดนักที่จะเอาของที่มูลค่าสูงไปเป็นเชื้อเพลิงเพื่อผลิตไฟฟ้า สู้นำน้ำมันไปขายแล้วจัดหาเชื้อเพลิงชนิดอื่นที่ถูกกว่า

ดังนั้น นโยบายพลังงานของไทยในยุคต่อไป เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานอย่างแท้จริงแล้ว ก็ควรจะเป็นการสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน หรือที่เราเรียกว่ามี Energy Interdependence

ในขณะนี้ประเทศในประชาคมอาเซียนเราก็มีความตื่นตัวในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะนโยบายการเชื่อมโยงท่อส่งก๊าซในอาเซียน ซึ่งหากสำเร็จแล้วก็จะทำให้ท่อส่งก๊าซในอาเซียนมีความเชื่อมโยงกันจากพม่าซึ่งอยู่ทางตะวันตกสุดของอาเซียนไปถึงฟิลิปปินส์ซึ่งอยู่ทางตะวันออกสุด กินระยะทางทั้งสิ้นถึง 2,800 กิโลเมตร

ความเชื่อมโยงดังกล่าวจะช่วยเป็นหลักประกันได้ในระดับหนึ่งของการแบ่งปันเชื้อเพลิงของอาเซียนในภาวะวิกฤต

นอกจากนี้ การเชื่อมโยงสายส่งไฟฟ้าอาเซียน เพื่อส่งเสริมการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างกันในอาเซียน ก็มีส่วนช่วยให้ประเทศที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงเช่นไทย แต่ไม่มีพื้นที่เอื้ออำนวยในการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่สามารถแก้ปัญหาดังกล่าวได้ด้วยการนำเข้าไฟฟ้าจากลาวหรือพม่า

ความร่วมมือดังกล่าวยังไม่ได้หยุดอยู่ที่เรื่องการซื้อขายไฟฟ้าเท่านั้น แม้กระทั่งการจัดเตรียมแผนการใช้เชื้อเพลิงเพื่อผลิตไฟฟ้าก็ได้ถูกหยิบยกขึ้นหารือระหว่างประเทศสมาชิกและเตรียมจัดทำแผนดังกล่าว เพื่อเป็นหลักประกันสำหรับความมั่นคงด้านพลังงานของภูมิภาคต่อไป

โดยสรุปนโยบายด้านพลังงานในยุคต่อไปจึงควรมุ่งเน้นไปที่การลดการแทรกแซงกลไกตลาดจากภาครัฐ ส่งเสริมการเป็นหุ้นส่วนระหว่างรัฐและทุกภาคส่วนในกิจกรรมการผลิตและจัดหาพลังงาน รวมทั้งการเน้นย้ำความร่วมมือกับต่างประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

เหล่านี้คือนโยบายพลังงานของพรรคการเมืองที่จะชนะใจผมครับ

 

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน