
นายกฯรับสายลับเขมรหนี
มาร์ค พลิ้ว ได้ สส.ไม่ถึง 170 เสียง แต่ได้ อันดับ 1 ไม่ลาออก แต่พร้อมรับผิดชอบหากได้แพ้เลือกตั้ง
มาร์ค พลิ้ว ได้ สส.ไม่ถึง 170 เสียง แต่ได้ อันดับ 1 ไม่ลาออก แต่พร้อมรับผิดชอบหากได้แพ้เลือกตั้ง
เมื่อเวลา 08.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายจุติ ไกรฤกษ์ ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางถึงท่าอากาศยาน จ.พิษณุโลก และได้นั่งรถต่อไปยังจังหวัดกำแพงเพชร เพื่อช่วยลูกพรรคหาเสียง โดยจะเดินทางกลับกทม.ด้วยเครื่องบินในเย็นวันเดียวกันนี้
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หากพรรคประชาธิปัตย์ได้จำนวน ส.ส.ไม่ถึง170 เสียง แต่ได้อันดับที่ 1 ก็จะไม่ลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรค แต่หากแพ้การเลือกตั้งและได้จำนวน ส.ส.น้อยลง ก็พร้อมรับผิดชอบ โดยมั่นใจว่าหากชนะการเลือกตั้งและได้เป็นรัฐบาลอีกครั้งจะสามารถหยุดความเคลื่อนไหวที่ใช้ความรุนแรงและความไม่ชอบธรรมได้ ทั้งนี้ ไม่ได้เสียใจกับการยุบสภา และไม่เสียใจที่พรรคประชาธิปัตย์มีผลสำรวจคะแนนความนิยมน้อยกว่าพรรคเพื่อไทย เนื่องจากไม่ได้ยุบสภาเพื่อผลแพ้หรือชนะการเลือกตั้ง แต่เพื่อให้ประเทศได้คลี่คลายบรรยากาศที่เป็นอยู่และเจริญก้าวหน้าต่อไป
ทั้งนี้ยืนยันว่าหากพรรคประชาธิปัตย์ได้มีโอกาสเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจะทำประโยชน์เพื่อประชาชน โดยไม่ได้เข้าไปแก้ปัญหาให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
"พรรคประชาธิปัตย์ได้แสดงจุดยืนชัดเจน ไม่มีเหตุผลอะไรที่รัฐบาลชุดใหญ่ต้องแก้ปัญหาให้กับคุณทักษิณ แทนที่จะแก้ปัญหาให้กับประชาชน การแก้ปัญหาให้กับคุณทักษิณด้วยการล้างความผิดนี้คือสองมาตรฐานอย่างแท้จริง เพราะว่าพี่น้องประชาชนที่ทำผิด มีกี่คนครับที่ได้รับโอกาสล้างความผิด" นายกรัฐมนตรี กล่าว
นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน และขอแรงประชาชนช่วยเลือกพรรคประชาธิปัตย์ในวันที่ 3 ก.ค.นี้ ซึ่งจะสามารถหยุดยั้งการข่มขู่และพฤติกรรมความรุนแรงได้ และจะเป็นการส่งสัญญาณถึงชาวโลกให้รู้ว่าประชาชนไม่ต้องการความรุนแรง
ส่วนการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ประกาศจะชนะการเลือกตั้ง และกลับประเทศไทยในเดือนพ.ย.นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นการโหนกระแสที่อ้างว่าได้ ส.ส. 200 ที่นั่งขึ้นไป และสร้างความฮึกเหิมให้กับสมาชิกพรรคมากกว่า
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ได้รับรายงานว่าสายลับของกัมพูชาและพยายามเข้ามาโจรกรรมข้อมูลของไทย ได้หลบหนีไป ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวน คนที่จับกุมตัวได้ อย่างไรก็ดีถือเป็นการยืนยันได้ว่า ไทยไม่ได้กุเรื่องนี้ขึ้นมา และจะต้องตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ต่อไป







