
เอไอเอสฟ้องศาลยกเลิกคืนเงินพรีเพดโดนตัดวัน
กสทช. มึน เอไอเอสฟ้องศาล เพิกถอนคำสั่งคืนเงินพรีเพดที่โดนตัดวันปีละพันล้าน
กสทช. มึน เอไอเอสฟ้องศาล เพิกถอนคำสั่งคืนเงินพรีเพดที่โดนตัดวันปีละพันล้าน
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ปฏิบัติหน้าที่แทนคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เปิดเผยว่า หลังเครือข่ายผู้บริโภคเข้าให้กำลังใจเมื่อวันที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทำให้เพิ่งทราบว่าทางบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส ได้ยื่นฟ้องศาลปกครองเพื่อเพิกถอนมติการบังคับใช้ประกาศเรื่องมาตรฐานสัญญาให้บริการโทรคมนาคมข้อ 11 ห้ามกำหนดวันหมดอายุระบบเติมเงิน หรือพรีเพด
ทั้งนี้ การที่เอกชนยื่นฟ้องศาลนั้น เพราะไม่ต้องการปฏิบัติตามที่จะคืนเงินให้ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือที่เงินยังเหลือแต่วันหมดอายุแล้ว ซึ่งรักษาการ กสทช. เห็นว่าผู้ใช้โทรศัพท์มีสิทธิในเงินจำนวนดังกล่าว และผู้ให้บริการต้องคืนกลับมา เพราะการที่ผู้ให้บริการไม่ยอมคืนเงิน ส่งผลให้มีเงินค้างอยู่ในระบบกว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี
พ.อ.นที กล่าวว่า เคยหารือกับผู้ให้บริการถึงรูปแบบการกำหนดระยะเวลาที่เหมาะสมว่าควรจะเป็นเท่าไรต่อการเติมเงิน 1 ครั้ง ซึ่งควรจะมากกว่า 30 วันที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และรูปแบบการคืนเงินจะคืนแบบใด แต่ยังหาทางออกไม่ได้ เนื่องจากผู้ให้บริการบอกว่ากระทบต้นทุนระบุว่า การไม่กำหนดวันหมดอายุนั้นจะกระทบกับต้นทุนในการดำเนินธุรกิจนอกจากนี้ ผู้ให้บริการยังอ้างว่า เคยเสนอทางออกเกี่ยวกับเรื่องนี้ มายัง ปฏิบัติหน้าที่แทนกสทช. แล้วว่า ได้กำหนดให้ผู้ใช้ระบบเติมเงินเบอร์ใหม่ โดยผู้ใช้เบอร์ใหม่เติมเงิน 200 บาท ใช้ได้ 90 วัน หลังจากนั้นให้เป็นไปตามโปรโมชั่น
พ.อ.นที กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในฐานะปฏิบัติหน้าที่แทน กสทช. ทำให้ไม่มีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการใดๆไม่ว่าจะเป็นการให้ใบอนุญาต หรือ ไลเซ่นส์ 3 จี การให้ไลเซ่นส์ ผู้ประกอบการดาวเทียมรายใหม่ เพราะทั้งหมดต้องรอให้ กสทช.ตัวจริงมาทำหน้าที่ ส่งผลให้การปฏิบัติหน้าที่แทนแทบไม่มีความหมายใดๆ “เหมือนตอนนี้รักษาการทำอะไรไม่ได้เลย เพราะเรื่องสำคัญอย่าง 3 จีก็ไม่สามารถทำได้ ทั้งที่หน้าที่ของ กทช. เดิมคือการผลักดันให้อุตสาหกรรมนี้ไปข้างหน้าได้มากที่สุด แต่ตอนนี้เหมือนทุกอย่างหยุดนิ่งทั้งรอ กสทช. และรอรัฐบาลใหม่” พ.อ.นทีกล่าว
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่รักษาการกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ คือ การพิจารณาเรื่องการให้บริการเอชเอสพีเอระหว่าง กสท โทรคมนาคม และ กลุ่มทรู คอร์ปอเรชั่น ว่าขัดกับมาตรา 46 ตาม พ.ร.บ.พ.ร.บ.องค์การจัดสรรคลื่นความถี่ และกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 หรือไม่ ไม่เกี่ยวกับการเข้าไปตรวจสอบในประเด็นอื่นๆ เพราะไม่ใช่หน้าที่ของรักษาการ กสทช.







