
ภท.โอ่กระแสดีกวาดสส.80เขต
ชวรัตน์ คุย กระแส ภท.พุ่ง คาดกวาด สส. 70-80 เขต ไม่รวมปาร์ตี้ลิสต์ ในอีสานได้ 40-50 ที่นั่ง
ชวรัตน์ คุย กระแส ภท.พุ่ง คาดกวาด สส. 70-80 เขต ไม่รวมปาร์ตี้ลิสต์ ในอีสานได้ 40-50 ที่นั่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.00 น. พรรคภูมิใจไทยได้มีการจัดเวทีปราศรัยใหญ่ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรก โดยจัดที่บริเวณลานสหกรณ์การเกษตร (ตลาดกลาง) อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ทั้งนี้ ได้มีแกนนำของพรรคเข้าร่วมการปราศรัย อย่างคับคั่ง อาทิ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค นายชัย ชิดชอบ อดีตประธานสภา นางพรทิวา นาคาศัย เลขาธิการพรรค นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รองหัวหน้าพรรค นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม ทั้งนี้ นางพรทิวาได้เปิดตัวผู้สมัครส.ส.ของพรรคทั้งในระบบเขตและปาร์ตีลิสต์บางส่วน โดยมีประชาชนร่วมฟังการปราศรัยประมาณ 10,000 คน ส่งผลให้การจราจรบริเวณ ถนนมิตรภาพติดขัดอย่างมาก ส่วนการรักษาความปลอดภัยได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจ อ.สี่คิ้ว อ.ปากช่อง และอ.หนองสาหร่าย กว่า 200 นาย คอยตรึงกำลังรอบบริเวณ
ทั้งนี้ ก่อนขึ้นเวทีปราศรัย นายชวรัตน์ ได้จุดธูป 9 ดอก โดยหันหน้าเข้าหาเวที จากนั้นได้ให้เจ้าหน้าที่พรรคนำธูปไปปักที่บริเวณทิศเหนือของเวที พร้อมกับกล่าวบนเวทีปราศรัยว่าตอนเด็กๆ ตนนอยู่ที่จ.นครราชสีมา เพราะพ่อเคยเปิดโรงสีอยู่ที่นี่ จึงมีความรู้สึกผูกพันกับชาวโคราชเป็นอย่างมาก จึงขอว่าเข้าคูหาอย่าลืมกาเบอร์ 16 ทั้งคนทั้งพรรค เพราะเป็นเบอร์ที่ทำให้มีความสุข หากพรรคได้เสียงเข้าสภา เราจะเข้าไปแสดงนโยบายแก้ปัญหาความยากจน โดยจะเข้าไปเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน สร้างอาชีพการงานให้ รวมถึงทำหน้าที่ออกกฎหมายเพื่อปลดหนี้ประชาชน และให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ถ้าไม่อยากเป็นหนี้ก็ต้องเลือกภูมิใจไทย เพราะนิสัยคนไทยไม่อยากเป็นหนี้ หากอยากให้รายได้มากกว่ารายจ่ายควรหาโอกาสทางเลือกใหม่ๆ ให้ภูมิใจไทยเข้าไปทำหน้าที่ในสภา
นายชวรัตน์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้กระแสตอบรับของพรรคภูมิใจไทย ถือว่าดีวันดีคืนขอให้ไปดูหลังการเลือกตั้งวันที่ 3 ก.ค. ขณะนี้ยอดส.ส.สูงขึ้นจากที่ตั้งเป้าไว้อยู่ระหว่าง 70-80 โดยไม่รวมส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ และภาคอีสานจะได้ประมาณ 40-50 ที่นั่ง
ส่วนที่ขณะนี้มีผู้สมัครพรรคการเมืองระบุว่าข้าราชการกระทรวงมหาดไทยไม่เป็นกลางในการเลือกตั้งโดยมีการไปช่วยผู้สมัครพรรคภูมิใจไทยนั้นก็ขึ้นอยู่กับมุมมองแต่ละคน แต่การเลือกตั้งข้าราชการต้องวางตัวเป็นกลางอยู่แล้ว และยืนยันว่าข่าวที่เกิดขึ้นไม่เป็นความจริง ไม่มี และพรรคไม่จำเป็นต้องให้ข้าราชการมาช่วย เพราะเราขายตัวเอง
เมื่อถามว่า กระแสพรรคภูมิใจไทยสู้พรรคเพื่อไทยได้หรือไม่ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า พรรคเราเกิดมาได้เพียง 2 ปี มีการทำงานให้ประชาชนมาแล้ว 2 ปี มีความสามารถในการบริหารงาน และสมาชิกพรรคก็มีวินัย ส่วนพรรคเพื่อไทยโดยเฉพาะน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย ที่สื่อว่ากระแสดี ตรงนี้ต้องยอมรับว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ไฟแรง และต้องย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ว่าพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลมากี่ปี มีนักการเมืองมากี่รุ่น โดยเฉพาะตัวของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถือว่ามีผลมาก
“ที่มีการนำผมไปเทียบกับเบอร์ 1 ของ 2 พรรคใหญ่ แล้วบอกว่าสู้เขาไม่ได้ ตรงนี้ผมไม่เคยน้อยใจ แต่ก็ไม่ได้บอกว่าผมแพ้ แต่ผมเจียมตัว วันนี้ผมสมัครเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อเบอร์ 1 ก็ถือว่าจะได้เป็นส.ส.อยู่แล้ว ถือว่าศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน ขอให้ไปดูที่ผลงานที่ทำมาจะดีกว่า”นายชวรัตน์ กล่าว
นายชวรัตน์ กล่าวว่าในอนาคตหากได้เป็นรัฐบาลอีก ถ้าให้เลือกก็อยากอยู่กระทรวงมหาดไทยเหมือนเดิม ซึ่งตนเคยรักษาการนายกรัฐมนตรีมาแล้ว แต่เข้าทำเนียบฯไม่ได้ เพราะเสื้อเหลืองล้อมอยู่ อย่างไรก็ตามเรื่องตำแหน่งคงไกลเกินไปที่จะพูดในเวลานี้ แต่สิ่งสำคัญที่อยากเห็นมากที่สุดคืออยากเห็นความปรองดองเพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้าได้
นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรค ในฐานะผู้สมัครส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อลำดับที่ 5 พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า การเปิดปราศรัยครั้งนี้จะเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ โดยเน้นย้ำถึงนโยบายของพรรคที่สามารถช่วยเหลือและแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างไรบ้าง ทั้งนี้ ยืนยันว่าจะไม่ปลุกระดมให้ประชาชนฮึกเหิมบุกไปเผาตามสถานที่ต่างๆ นอกจากนี้ ขอยืนยันว่าพรรคจะไม่ร่วมงานการเมืองกับพรรคเพื่อไทย และขอบอกไปถึงคนที่อยู่ดูไบ ว่า “พรรคไม่เอาคุณ และเราต้องมาต่อสู้กันทุกเวที” ส่วนนโยบายของพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทยก็มีความแตกต่างอย่างสุดขั้ว เพราะพรรคต้องการสางหนี้ให้หมดไป แต่พรรคเพื่อไทยกลับสร้างหนี้ เช่น บัตรเครดิตเกษตรกร และการจำนำข้าว
ด้านนายบุญจง กล่าวว่า ตลอดเวลาที่เรารวมตัวในนามพรรคภูมิใจไทย เรากล้าพูดกล้าทำ ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา การตัดสินใจร่วมรัฐบาลนี้ เกิดขึ้นในภาวะวิกฤตทางการเมือง โดยเฉพาะความแตกแยก ประชาชนล้วนมีความทุกข์ ชาวไร่ชาวนาก็ได้รับผลกระทบ เราส.ส.ที่สำนึกในหน้าที่คนไทย ที่ต้องการให้บ้านเมืองเดินหน้าตามระบอบประชาธิปไตย ยืนยันว่าสิ่งที่ตนรียกร้องเมื่อครั้งร่วมรัฐบาลนั้น วันนี้พิสูจน์แล้วว่าชาวรากหญ้าได้รับประโยชน์ เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประโยชน์ของบ้านเมือง จึงขอยืนยันว่าการเลือกตั้ง 3 ก.ค.พูดแล้วทำ ทำเพื่อคนไทยทุกคน แม้เราถูกกล่าวหาสักเพียงใดเรายังทนได้ เพื่อให้คนจนมีความสุข สร้างงาน สร้างอาชีพ ทุกโครงการทำให้คนรากหญ้าที่เป็นคนกลุ่มใหญ่ได้ลืมตาอ้าปาก เช่น ปรับลดภาษีลง 2 เปอร์เซ็นต์ และจัดตั้งกองทุนประกันราคาสินค้าเพิ่มเติมด้วย ที่ผ่านมาชาวโคราช ใช้บริการหลายพรรคการเมือง วันนี้จึงขอให้ชาวโคราชเลือกใช้บริการพรรคภูมิใจไทยยกจังหวัด
นายชัย กล่าวว่า ตนเป็นคนอีสาน และคนอีสานเลือดต้องเข้มข้น ถ้าประชาชนต้องการพัฒนาพื้นที่อีสาน เหมือนกับรัฐบาลหลายๆรัฐบาลเคยหาเสียง และบอกว่าหากได้เป็นแล้วจะพัฒนาพื้นที่อีสาน และเห็นหรือไม่ว่าได้มีการพัฒนาอะไรบ้าง
“ปัญหาเหล่านี้ วันนี้ผู้สมัครหลายท่านจะมาชี้แจงถึงนโยบายของพรรค ทั้งนี้ ต้องการให้พี่น้องอีสาน ทั้ง 20 จังหวัด และพี่น้อง 77 จังหวัดของประเทศไทย โปรดดูนโยบายของพรรค ในเรื่อง “เพิ่มทุน” ให้ประชาชน ด้วยการสร้างงานให้มีงานทำ รวมถึงปัญหาความแตกแยก อย่างไรก็ตาม หากพรรคภูมิใจไทยได้จัดตั้งรัฐบาล มั่นใจว่าคนในประเทศจะต้องเป็นปึกแผ่น และเป็นที่พึ่งของประชาชนได้” นายชัย กล่าว
นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม ได้กล่าวปราศรัยปิด ตอนหนึ่งว่า ถ้าพรรคได้เป็นลำดับที่ 3 คือ ประมาณ 70-80 ที่นั่ง ก็ไม่ต้องไปง้อใคร เพราะเขาจะมาเชิญไปร่วมรัฐบาลเอง อย่างไรก็ตาม พื้นที่โคราชขอแค่ครึ่งหนึ่งก็พอ ซึ่งถ้าได้เป็นรัฐบาล รถไฟความเร็วสูงจากจ.หนองคาย ก็จะวิ่งผ่านจ.นครราชสีมา แต่ถ้าได้ไม่ถึงครึ่งรถไฟก็อาจหันหนีไปทางอื่น ทั้งนี้ ที่ผ่านมา พรรคที่เป็นฝ่ายค้านไปหาเสียงโจมตีอะไรตนไม่ได้ เพราะตนมีผลงาน แต่มาบอกว่าตนเป็นรัฐมนตรีเหมือนคนเลี้ยงเป็ด แต่ขอยืนยันว่าตนเป็นลาว และภรรยาตนสวยกว่าที่คนออกมาวิจารณ์ตน
“ถ้าถามว่าการปรองดอง จะทำยังไงให้เกิดขึ้นจริง ก็ต้องบอกว่าทุกคนต้องเคารพกติกา อย่างกรณีที่ยุบพรรคพลังประชาชนและออกมาตั้งพรรคภูมิใจไทย ก็มีคนมาบอกว่าเราทรยศ ตนขอยืนยันว่าไม่ได้ทรยศ แต่ออกมาตามระบอบประชาธิปไตย และการเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคจะขอประกาศท้าชิงนายกฯ แต่ครั้งนี้ให้พรรคใหญ่แย่งกันไปก่อน”นายโสภณ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานในระหว่างการปราศรัยของแกนนำพรรค ได้มีการสลับสปอร์ตโฆษณานโยบายของพรรค ในการหาเสียง “เพิ่มที่ สร้างทาง มีทุน” โดยช่วงหนึ่งได้เกี่ยวกับชีวิตคนจน ปรากฏว่าได้หยิบยกข่าวเกี่ยวกับชีวิตของคนจนที่เป็นคน อ.ปากช่อง ซึ่งเป็นพื้นที่ในการปราศรัยที่เพิ่งประสบอุบัติเหตุจากการหนีเทศกิจ ที่หน้าอาคารชินวัตร 1 และโดนรเมล์ชนตายอย่างน่าเวทนา เมื่อเร็วๆนี้ โดยชาวบ้านที่มาฟังการปราศรัยต่างวิจารณ์ด้วยความโครกเศร้า ว่า “ขนาดไปเสียชีวิตอยู่หน้า ตึกชินวัตร 1 แต่ยังไม่มีใครมาช่วยคนจนที่เสียชีวิต”
อย่างไรก็ตาม นายตระการ พันธุ์เลิศรุจี หรือ ต้น-ตระการ พระเอกหนัง รวมถึง “ป้าสะอิ้ง”นางศุภาธินันท์ ไถวสินธุ์ ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ได้ปราศรัยเรียกเสียงฮือฮาเป็นอย่างมาก







