
หลักสี่-ดอนเมืองหาเสียงปรองดอง
ขณะที่สมรภูมิเลือกตั้งเต็มไปด้วยดงกระสุน วิชามาร และการทุบทำลายป้ายหาเสียง
ขณะที่สมรภูมิเลือกตั้งเต็มไปด้วยดงกระสุน วิชามาร และการทุบทำลายป้ายหาเสียง
ยังมีอีกหนึ่งเขตที่น่าชื่นชมและควรยกให้เป็นแบบอย่างของการหาเสียงอย่างสร้างสรรค์ คือ เขต 11 หลักสี่และดอนเมือง (เฉพาะแขวงนามบิน)
เขตนี้มีผู้สมัครเข้าชิงชัยถึง 7 พรรคด้วยกัน ทำให้การแข่งขันขับเคี่ยวในสนามนี้ต้องลุ้นกันจนถึงนาทีสุดท้าย โดยผู้สมัครประกอบด้วย สกลธี ภัททิยกุล แห่งพรรคประชาธิปัตย์ สุรชาติ เทียนทอง พรรคเพื่อไทย ศุภมาศ อิศรภักดี พรรคภูมิใจไทย เยาวภา บุรพลชัย หรือ “น้องวิว” จากพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน สิระ เจนจาคะ พรรครักษ์สันติ ศักดินนท์ พุ่มคชา พรรคกิจสังคม และ ประภารัตน์ พิริยะอนันตกุล พรรคพลังคนกีฬา
ดูจากดีกรีของผู้สมัครแต่ละคนล้วนมีโอกาสช่วงชิงคะแนนเสียงกันอย่างประมาทไม่ได้ เริ่มจากสกลธี บุตรชายคนโตของ พล.อ.วินัย ภัททิยกุล อดีตเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ซึ่งมีเข็มขัด สส.แชมป์เก่าเขต 4 (พญาไท บางซื่อ จตุจักร หลักสี่)
ส่วนสุรชาติ ทายาทของ “ป๋าเหนาะ” เสนาะ เทียนทอง ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย ได้รับแรงหนุนส่งเต็มกำลัง
ตามมาด้วยศุภมาศ อดีต สส.หลักสี่ (2544) ซึ่งย้ายมาจากพรรคไทยรักไทย โดย “ปู่จิ้น” ชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย หมายมั่นปั้นมือว่าเธอจะสามารถคว้าชัยในเขตนี้ได้ 100% เพราะทำงานคลุกคลีอยู่ในพื้นที่มานาน
ขณะเดียวกัน คู่แข่งที่น่าจับตามองอีกรายคือ “น้องวิว” อดีตนักกีฬาเทควันโดทีมชาติ เหรียญทองโอลิมปิก ขวัญใจแฟนกีฬาไทย ก็มีโอกาสตัดคะแนนคู่แข่งไปไม่น้อย ด้วยความเป็นคนรุ่นใหม่ หน้าใส ใจสะอาด
เขต 11 จึงนับได้ว่าเป็นสนามเลือกตั้งที่คาดว่าจะมีการแข่งขันกันอย่างดุเด็ดเผ็ดมันไม่แพ้เขตอื่นๆ
สิ่งที่น่าชื่นชมก็คือไม่ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะต้องสู้กันจนเหงื่อตก แต่ผู้สมัครก็ได้ร่วมกันแสดงน้ำใจนักกีฬา โดยทำพิธีจับมือ “หาเสียงปรองดอง” ไม่ใส่ร้ายกันที่ สน.ทุ่งสองห้อง ท่ามกลางสักขีพยานล้นหลาม
ไม่ว่าใครจะแพ้หรือชนะ แต่ผู้สมัครทุกคนในเขตนี้ก็ได้ใจประชาชนไปเต็มๆ







