
ร้องปวีณายายวัย89ถูกวัยรุ่นข่มขืน
ร้องมูลนิธิปวีณายายวัย 89 ปีถูกวัยรุ่นหมู่บ้านเดียวกันข่มขืนในห้องน้ำ
ร้องมูลนิธิปวีณายายวัย 89 ปีถูกวัยรุ่นหมู่บ้านเดียวกันข่มขืนในห้องน้ำ
นางยุ้ย(นามสมมติ) อายุ 60 ปี พร้อมด้วย น.ส.โบว์(นามสมมติ) บุตรสาว ซึ่งเป็นพนักงานบริษัทชื่อดังแห่งหนึ่ง เข้าร้องทุกข์ ต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ที่สำนักงานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ถ.รังสิต-นครนายก (คลอง 7) ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี นางแหว๋ว (นามสมมติ) อายุ 89 ปี มารดา ซึ่งป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ ได้ถูก ด.ช.เบิร์ด (นามสมมติ) อายุ 14 ปี เด็กวัยรุ่นในละแวกเดียวข่มขืน
นางยุ้ย เล่าถึงเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุด้วยสีหน้าที่เศร้าสลดว่า เมื่อเวาลาประมาณ 17.00 น.ของวันที่ 29 พ.ค. ที่ผ่านมา นางแหว๋ว อยู่บ้านคนเดียว เนื่องจากน้องชายที่ดูแลมารดา ออกไปซื้ออาหารในตัวอำเภอ ซึ่งไม่ไกลจากหมู่บ้านมากนักเพื่อนำอาหารมาให้มารดารับประทาน ส่วนหลานชายอีกคนที่อยู่บ้านเดียวกันก็ออกไปธุระ ซึ่งเพื่อนที่อยู่ในละแวกเดียวกัน ปล่อยให้มารดานั่งอยู่หลังบ้านเพียงลำพัง จนกระทั่งหลานชายกลับมาที่บ้านได้ยินเสียงมารดาของตนร้องตะโกนออกมา จึงรีบวิ่งเข้าไปดูในบ้าน
ทั้งนี้พบว่า ด.ช.เบิร์ด กำลังข่มขืนมารดาบริเวณหน้าห้องน้ำภายในบ้าน หลานชายจึงรีบวิ่งเข้าไปกระชากตัว ด.ช.เบิร์ด แต่ ด.ช.เบิร์ด สะบัดมือและกระโดดหนีออกมาทางหน้าต่างได้ หลานชายจึงวิ่งไล่ตามออกมาพร้อมตะโกนเรียกให้คนอื่นมาช่วยจับตัว แต่ไม่ทันทำให้ ด.ช.เบิร์ด หนีไปได้
นางยุ้ย เล่าอีกว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ ญาติ ๆ จึงพามารดาเข้าแจ้งความที่ สภ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด และนำตัวมารดาไปตรวจร่างกายที่ รพ.เสลภูมิ ซึ่งเบื้องต้นพบว่ามีร่องรอยการถูกข่มขืน จากนั้นทางครอบครัวได้สอบถามความคืบหน้าของคดีไปยัง ร.ต.ท.พูนศักดิ์ โพลังกา พนักงานสอบสวน(สบ.1) เจ้าของคดี ซึ่งเจ้าของคดีแจ้งว่าเรื่องนี้ต้องใช้เวลาในการสอบสวนนานเป็นเดือนๆ ซึ่งเห็นว่านานมากเกินไปเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากพ่อของ ด.ช.เบิร์ด ผู้ก่อเหตุเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและยังมีญาติๆทำงานอยู่ใน อบต.โพนทอง จึงตัดสินใจเข้าร้องทุกข์ต่อนางปวีณา เพื่อให้ช่วยประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด
นอกจากนี้ภายหลังรับแจ้ง นางปวีณา ได้ประสานไปยัง พ.ต.อ. วีระศักดิ์ สระบัว ผกก.สภ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด เพื่อขอให้เร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง และนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้โดยเร็วที่สุด
นางปวีณา กล่าวว่า อยากฝากให้ลูกหลานที่มีผู้สูงอายุอยู่ที่บ้าน ว่าไม่ควรปล่อยให้ผู้สูงอายุอยู่บ้านตามลำพังเพราะอาจเกิดเหตุการณ์สุดสลดใจเช่นนี้ได้ สังคมปัจจุบันเสื่อมโทรมมาก ผู้ที่มีบุตรหลานเป็นผู้ชายควรให้ความรู้เรื่องกฎหมายพยายามอบรมตักเตือนมิให้เกิดเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศทำให้กลายเป็นตราบาปต่อผู้ถูกกระทำ และผู้กระทำความผิดซึ่งเป็นแค่เพียงเยาวชน แต่ต้องถูกดำเนินคดี หมดอนาคตไปในที่สุด และหากใครพบเห็นการละเมิดสิทธิ การทารุณกรรมในรูปแบบต่างๆ สามารถแจ้งมายังมูลนิธิปวีณาฯ







