
ข่าวดีประเทศไทย
คนรุ่นใหม่อ่านการ์ตูนหนังสือวัยใส
ก่อนหน้านี้มีข่าวคนไทยไม่ชอบอ่านหนังสือ แต่ศรีปทุมโพล เปิดเผยเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ว่า จากการสำรวจพฤติกรรมการอ่านของคนไทยในพ.ศ. 2552 จากกลุ่มตัวอย่าง 3,000 คน ในเขตกทม. เมื่อวันที่ 17 ม.ค. พบว่า 70.70% ซื้อหนังสืออ่าน การซื้อนี้ไม่รวมหนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือวารสาร
จำแนกตามเนื้อหา กลุ่มอายุไม่เกิน 20 ปี ชอบอ่านหนังสือการ์ตูนมากที่สุด รองมา นิยายวัยใส อายุ 3140 ปี ส่วนใหญ่อ่านหนังสือให้ความรู้ รองมา หนังสือเขียนโดยคนดัง อายุ 4150 ปี ส่วนใหญ่ชอบอ่านหนังสือทั่วไป รองมา หนังสือธรรมะ อายุ 5160 ปี ส่วนใหญ่ชอบอ่านหนังสือธรรมมะ อายุ 60 ปีขึ้นไป ชอบอ่านหนังสือทั่วไป รองมา หนังสือธรรมะ
หากจำแนกตามอาชีพ นักเรียน นิสิต นักศึกษา ชอบอ่านหนังสือการ์ตูนมากที่สุด รองลงมาคือ หนังสือวัยใส พนักงานเอกชน ส่วนใหญ่ชอบอ่านหนังสือให้ความรู้ รองลงมาคือ หนังสือเขียนโดยคนดัง ข้าราชการ ส่วนใหญ่ชอบอ่านหนังสือให้ความรู้ รองลงมาคือ หนังสือธรรมะ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ส่วนใหญ่ชอบอ่านหนังสือการ์ตูน และชอบอ่านหนังสือให้ความรู้ กลุ่มผู้ทำธุรกิจส่วนตัวและกลุ่มรับจ้าง ส่วนใหญ่ชอบอ่านหนังสือทั่วไป รองลงมาคือ หนังสือให้ความรู้ กลุ่มแม่บ้าน ส่วนใหญ่ชอบอ่านหนังสือทั่วไป รองลงมาคือ หนังสือบุญกรรม
บัตรทองคุ้มครองเบาหวานและความดันสูงแล้ว
ที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เมื่อวันที่ 8 ก.พ. มีมติให้จัดสรรงบประมาณ จำนวน 304 ล้านบาท เพิ่มเติมจากงบเหมาจ่ายรายหัว เพื่อเป็นกองทุนควบคุมป้องกันและรักษาโรคเรื้อรัง โดยเน้นโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงโดยเฉพาะ
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุข ในฐานะประธานสปสช. เปิดเผยว่า ผลจากการนี้ทำให้ไทยได้กลายเป็นประเทศแรกในเอเชียที่มีระบบหลักประกันสุขภาพที่มีระบบการบริหารและงบประมาณเพื่อควบคุมป้องกันและรักษาโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงโดยเฉพาะ
นพ.วินัย สวัสดิวร เลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า สปสช.จะใช้งบประมาณนี้ผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่น ให้มีบทบาทในการตรวจคัดกรอง/ค้นหาผู้ที่มีความเสี่ยง การเฝ้าระวังในชุมชน จากนั้นก็จะเข้าสู่ขั้นตอนรักษา ฟื้นฟูและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยสถานีอนามัย ศูนย์สุขภาพชุมชน และมีระบบส่งต่อส่งกลับผู้ป่วยระหว่างเครือข่ายต่อไป







