
เลือกมายาภาพไปเล่นมายากล
ยิ่งมัวแต่ฟูมฟายน้ำลายหกจมปลักอยู่กับรูปลักษณ์ภายนอก แสดงลีลาหลายร้อยเล่มเกวียน ก็เหมือนกับเราถูกสะกดให้หลงอยู่ในเส้นทางมายาการเมือง......
ยิ่งมัวแต่ฟูมฟายน้ำลายหกจมปลักอยู่กับรูปลักษณ์ภายนอก แสดงลีลาหลายร้อยเล่มเกวียน ก็เหมือนกับเราถูกสะกดให้หลงอยู่ในเส้นทางมายาการเมือง......
โดย....อสนีบาต
เป็นธรรมดาของนักการเมืองแสวงหาอำนาจ เมื่อมีตำแหน่งใหญ่โต มักติดลมบน เท้าไม่ค่อยสัมผัสพื้น แต่เมื่อกลับคืนสู่สามัญ ประกาศนับหนึ่งใหม่ตามกระบวนการประชาธิปไตยด้วยการเลือกตั้ง ทำให้นักการเมืองกลายเป็นคนติดดินเคาะประตูบ้านขอคะแนนกันให้ควั่ก
บรรดานักการเมืองที่ถูกยกยอ ระดับ ดี เด่น ดัง พร้อมใจเข้าหาสื่อเพื่อจะได้พีอาร์ราคาฟรี ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้าพรรค หรือแกนนำคนสำคัญ เพลานี้สื่อช่องใด สำนักพิมพ์ไหน ติดต่อเปิดใจมีหรือ จะปฏิเสธ แต่ครั้นผ่านพ้นการเลือกตั้ง ผลคะแนนออกมาใครโชคดีได้แต่งตัวเข้าสภา ถูกยกระดับเป็นท่านผู้แทนราษฎรอันทรงเกียรติ เปลี่ยนเป็นอีกสถานะหนึ่ง ที่ยากนักจะเห็นมือไม้อ่อนไหวก้มกราบประชาชน
ภาพลงพื้นที่หาเสียงตามท้องถนนอย่างดาษดื่น ด้วยขบวนรถแห่แหนปราศรัย ทีมงานห้อมล้อมติดตามนับร้อยคน มีกองเชียร์คอยยื่นดอกไม้แทนใจ ช่างคึกคักตามที่สื่อรายงานทุกวัน ส่วนจะเป็นไปโดยธรรมชาติ หรือจัดจ้างกองเชียร์ให้เยอะเข้าไว้ เพื่อเป็นจิตวิทยาข่มขวัญคู่ต่อสู้และสร้างกระแสผ่านสื่อให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่อลังการ ล้วนเป็นกลเม็ดเด็ดพรายของนักการเมืองตามสไตล์ถนัด
แน่นอนผลการสร้างกระแสหวือหวา มีผลให้เกิดปฏิกิริยาตอบสนอง พูดกันตั้งแต่หัวถนนจรดท้ายซอย ต่อด้วยปากต่อปากตามสำนักงานออฟฟิศ เราจะเลือกหล่อหรือสวย หรือจะเลือกนายกฯหญิงคนแรกดีไหม สั่นสะเทือนไปถึงผลสำรวจออกมาพลิกไปพลิกมา ต่างมีที่มาจากอารมณ์ความรู้สึกในลักษณะฉาบฉวยที่ถูกระบายออกมาในแต่ละวันนั่นเอง
แต่อย่างว่ายิ่งมัวแต่ฟูมฟายน้ำลายหกจมปลักอยู่กับเรื่องรูปลักษณ์ภายนอก แสดงลีลาหลายร้อยเล่มเกวียน ก็เหมือนกับเราถูกสะกดให้หลงอยู่ในเส้นทางมายาการเมือง
วิธีแต่งแต้มสีสันถูกพัฒนาไปตามทีมงานออกแบบให้ไม่เป็นตัวของตัวเอง จะเป็นการปรับทรงผม จัดชุดให้ดูติดดิน หรือจับจังหวะเรียกคะแนนสงสารด้วยอาการต่อมน้ำตารั่วของผู้สมัคร บางรายที่เริ่มกระทำกัน เหมือนโฆษกกระทรวงกลาโหมเขมร ที่ออกมาแถลงหลั่งนำตาอ้างถูกไทยถล่มดินแดนกัมพูชา ทำเอาทหารเขมรเสียชีวิต จนโฆษกทบ.ของไทยต้องยกให้เป็น “โฆษกเรยา” ไม่ต่างกับซีรีย์หาเสียง ณ ขณะนี้ ที่มี “ผู้สมัครเรยา” แม้จะอ้างเหตุแห่งน้ำตามาจากความตื้นตันใจที่แฟนคลับออกมาแสดงความเห็นใจครอบครัวของตนเองก็ตาม แต่การทำอะไรซ้ำซากจำเจจะไม่เป็นธรรมชาติตามท้องเรื่องเท่าไหร่นัก
หรือจะเป็นบรรดา นักหาเสียงขึ้นเวทีปราศรัย ประกาศลากคอคนนั้นคนนี้มาลงโทษทัณฑ์ ทั้งๆที่ปากบอกว่าจะปรองดอง ต้องการแก้ไขไม่แก้แค้น มันก็ดูจะขัดกันชนิดว่า ตกลงความปรองดองที่แท้จริงคืออะไร หาได้มองก้าวข้ามไปสู่การร่วมกันสร้างบรรยากาศหาเสียงให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยไม่
เมื่อมาถึงนาทีนี้ จะด้วยสื่อสารมวลชน หรือจะเป็นพลเมืองไทยคงต้องปลุกตัวเองให้ตื่นจากมนต์ดำอำพราง ศึกษาให้ถ้วนถี่ถึงเบื้องลึกเบื้องหลังของตัวคน
โอกาสเปลี่ยนผ่านทางอำนาจครั้งสำคัญว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เราจะเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างอนาคตให้กับประเทศหรือเราจะเลือกเป็นหนึ่งเสียงยอมศิโรราปจากโฆษณาชวนเชื่อของกลุ่มคนที่อ้างว่ารักชาติ แต่จ้องเอาอำนาจรัฐ โดยอ้างคะแนนเสียงประชาชนเป็นพลังอันชอบธรรมเพื่อกระทำการพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน ก็ต้องตรึกตรองกันให้มากทีเดียว
อย่างที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กล่าวอย่างตรงไปตรงมาดีถึงน้องสาวสุดเลิฟ “ยิ่งลักษณ์” เธอไม่ใช่นอร์มินีแต่เธอเป็นโคลนนิ่งของผมเลย ตรงนี้อดเป็นห่วงและสงสารสาวผู้ประสบความสำเร็จทางธุรกิจไม่ได้ กำลังก้าวสู่สนามการเมืองอันดุเดือดที่ดูจะอยู่กลางทุ่งสังหารในระยะอันใกล้นี้
เพราะถ้าทักษิณคนนี้เป็นคนเดียวกับที่เคยถูกศาลพิพากษาคดีทุจริตที่ดินรัชดา เป็นคนเดียวที่กล่าววาจาสองแง่สองง่ามถึงสถาบันเบื้องสูงในหลายวาระด้วยกัน เป็นคนเดียวกับที่โฟนอินปลุกปั่นคนเสื้อแดงมานอนกลิ้งบนถนนโดยที่ตัวเองพาครอบครัวไปสำราญอยู่ต่างประเทศ และเป็นคนคนเดียวที่บอกว่า ถ้าได้ยินเสียงปืนนัดแรกกระผมจะมาเดินนำหน้าพี่น้องเสื้อแดง ก็คงจะเป็นพฤติกรรมน่าสยดสยอง หากใครได้รับการโคลนนิ่งสิ่งเหล่านี้ติดตัวมาด้วย
ถึงได้บอก จงตื่นจากภวังค์กันได้แล้ว
ณ เวลานี้ จับจุดชนิดรู้เขารู้เรา เมื่อฝ่ายหนึ่งถูกจับจ้องว่า การสร้างตัวแทนหรือโคลนนิ่งก็ตามกำลังหวังผลคะแนนอันชอบธรรมเพื่อกระทำภารกิจพิเศษให้กับนักโทษหนีคดีต่างประเทศ จากนั้นเตรียมส่งผ่านอำนาจให้กับผู้ที่ได้รับการฟอกตัวต่อไป ก็ไม่แปลกที่จะมีอีกฝ่ายหนึ่งจับจุดนี้ได้เพื่อบอกกับประชาชนจะเดินหน้าประเทศหรือวนอยู่ในอ่างความขัดแย้ง
หนึ่งเสียงหนึ่งสิทธิตัดสินใจเลือกผู้แทน พรรคการเมืองที่ต้องการให้ประเทศชาติเดินหน้า ไม่เอาด้วยกับมายาภาพที่ระบายวาทะไว้อย่างนุ่มนวล “นิรโทษกรรมยังอีกไกลตอนนี้ขอลงพื้นที่หาเสียงก่อน” แต่ข้ามไปแค่หนึ่งวันปรับเปลี่ยนสคริ๊ป การนิรโทษกรรมต้องปลดปล่อยนักโทษการเมืองตั้งแต่ถูกรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549
ทำให้เห็นว่า การฟุ้งจะเดินหน้าบริหารบ้านเมืองตามนโยบายนั้นนโยบายนี้เป็นอันดับแรกเป็นแค่ภาพฝัน หรือกำลังหลอกเล่นมายากลตื่นตาตื่นใจ ด้วยการเปลี่ยนดอกไม้เป็นมีดดาบอะไรทำนองนั้น







