posttoday
ว่าที่ ผอ.ไอเอ็มเอฟ คนใหม่ คลังฝรั่งเศสเต็งหนึ่ง

ว่าที่ ผอ.ไอเอ็มเอฟ คนใหม่ คลังฝรั่งเศสเต็งหนึ่ง

24 พฤษภาคม 2554

ค่อนข้างเป็นที่แน่นอนแล้วว่า ยุโรปจะไม่ยอมแหกประเพณี

ค่อนข้างเป็นที่แน่นอนแล้วว่า ยุโรปจะไม่ยอมแหกประเพณี

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

ค่อนข้างเป็นที่แน่นอนแล้วว่า ยุโรปจะไม่ยอมแหกประเพณีด้วยการปล่อยให้เก้าอี้ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ตกเป็นของภูมิภาคอื่นอย่างแน่นอน ทั้งยังมีความเห็นคล้อยตามไปในทางเดียวกันว่าควรสนับสนุนตัวแทนเป็นคนเดียว ซึ่งต่างจากตลาดเกิดใหม่ที่สามัคคีกันแค่ในประเด็นเสนอผู้อำนวยการคนใหม่จากภูมิภาคใหม่ๆ นอกยุโรป แต่กลับแย่งกันเสนอชื่อตัวแทนจากประเทศตนจนสับสนวุ่นวาย ไร้ความเป็นเอกภาพ

ตัวเก็งเพียงหนึ่งเดียวจากยุโรปก็คือ คริสติน ลาการ์ด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของฝรั่งเศส

แม้จะเสนอชื่อชาวฝรั่งเศสอีกครั้ง แต่กลับมีเสียงคัดค้านจากตลาดเกิดใหม่เพียงเล็กน้อย ซึ่งอาจเป็นเพราะตลาดเกิดใหม่เล็งเห็นแล้วว่าความพยายามที่จะผลักดันให้ผู้อำนวยการคนใหม่เป็นชาวเอเชียหรือละตินอเมริกา คงเป็นความพยายามที่ไร้ผล

ว่าที่ ผอ.ไอเอ็มเอฟ คนใหม่ คลังฝรั่งเศสเต็งหนึ่ง

ข้อพิสูจน์ที่ค่อนข้างชัด คือ คำกล่าวของ เซติ อักตาร์ อาซิซ รัฐมนตรีคลังของมาเลเซีย ซึ่งตอบกับผู้สื่อข่าวว่า ผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟคนใหม่ “น่าจะ” เป็นชาวยุโรปตามประเพณีที่สืบทอดมา

ต่อข้อซักถามที่ว่า มาเลเซียจะประสานเสียงกับนานาประเทศร่วมภูมิภาคที่จะผลักดันชาวเอเชียให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟคนใหม่หรือไม่นั้น รัฐมนตรีคลังของมาเลเซีย กล่าวว่า ไม่ว่าใครก็ตามที่จะรับตำแหน่งดังกล่าว ควรผ่านการคัดสรรโดยอิงกับผลงานและความสามารถเป็นหลัก

ข้อเสนอแนะของรัฐมนตรีคลังของมาเลเซียมิใช่เสียงเดียว แต่เป็นหนึ่งในหลายเสียงที่มิได้หวังว่าผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟต้องมาจากภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่ง แต่ควรอิงกับผลงานเป็นหลัก

หากถึงที่สุดแล้วตลาดเกิดใหม่จะไม่ติดใจที่ไอเอ็มเอฟยังคงรักษาประเพณีเดิมที่จองเก้าอี้ผู้อำนวยการสำหรับชาวยุโรปเท่านั้น แต่ควรเลือกสรรจากผลงานและความสามารถเป็นหลัก คริสติน ลาการ์ด ก็นับเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม เพราะมีผลงานในฐานะรัฐมนตรีคลังที่โดดเด่นและได้รับการยกย่องในระดับโลกในช่วงเวลา 4 ปีที่อยู่ในตำแหน่ง

หากได้รับการเลือกสรรให้ดำรงตำแหน่งสูงสุดของไอเอ็มเอฟ จะถือเป็นสตรีคนแรกที่รับตำแหน่งดังกล่าว

ว่ากันด้วยพื้นฐานแล้ว ลาการ์ดมีภาษีดีกว่า โดมินิก สเตราคานห์ เพื่อนร่วมชาติผู้ต้องกระเด็นจากเก้าอี้นายใหญ่ของไอเอ็มเอฟด้วยความอดสู ในด้านการศึกษา ลาการ์ดจบการศึกษาจากทั้งในฝรั่งเศสและในสหรัฐ ทั้งยังเคยฝึกงานในรัฐสภาของสหรัฐ จึงมีความเชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษเป็นเลิศ และรู้ซึ้งถึงระบบการเมืองและกฎหมายของมหาอำนาจอันดับ 1 ของโลก (ซึ่งเป็นข้อจุดอ่อนที่ทำให้สเตราคานห์ ต้องถูกจับกุมตัว)

จุดนี้อาจช่วยให้ยุโรปประสานงานกับสหรัฐได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไขวิกฤตหนี้สาธารณะ ซึ่งในระยะหลังเกิดกระแสท้วงติงจากสหรัฐอย่างหนัก กรณีที่บางประเทศในยุโรปยังร้องขอความช่วยเหลือทางการเงินจากไอเอ็มเอฟไม่หยุดหย่อน กระทั่งวุฒิสภาสหรัฐต้องมีมติให้ผ่านกฎหมายยับยั้งมิให้ไอเอ็มเอฟนำเงินจากกองทุน ซึ่งมีเงินของสหรัฐในสัดส่วนมากที่สุด ไปใช้ช่วยยุโรปตามอำเภอใจ

ลาการ์ดยังมีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย เพราะเคยร่วมงานกับ Baker & McKenzie บริษัทด้านกฎหมายระดับโลก จนกระทั่งไต่เต้าเป็นถึงประธานบริษัท ลาการ์ดมีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายยุโรปเป็นหลัก

เบื้องหลังด้านกฎหมายที่แข็งแกร่ง อาจมีส่วนทำให้รัฐมนตรีคลังของฝรั่งเศสรายนี้เป็นตัวตั้งตัวตี ตีกรอบให้นานาประเทศในกลุ่ม Eurozone หรือกลุ่มประเทศที่ใช้เงินยูโรเคร่งครัดกับวินัยทางการเงินการคลัง เพื่อป้องกันการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐอย่างสุรุ่ยสุร่ายจนนำไปสู่วิกฤตหนี้สาธารณะ

จอร์จ ออสบอร์น รัฐมนตรีคลังอังกฤษ แถลงอย่างเป็นทางการว่า รัฐบาลอังกฤษจะสนับสนุนรัฐมนตรีคลังของฝรั่งเศส กล่าวชมเชยลาการ์ดไว้ว่า มีทักษะการบริหารและความเป็นผู้นำสูงมากในช่วงที่ฝรั่งเศสรับตำแหน่งประธานกลุ่ม G20 นอกจากนี้ ยังเป็นตัวตั้งตัวตีสำคัญในการผลักดันมาตรการลดงบประมาณขาดดุลในยุโรป อันเป็นหนึ่งในตัวการวิกฤตหนี้สาธารณะ

แม้แต่นายกรัฐมนตรีเยอรมนี อังเกลา แมร์เกิล ยังกล่าวชมเชยรัฐมนตรีคลังของฝรั่งเศส ว่าเป็นบุคคลที่ “ยอดเยี่ยมและเปี่ยมประสบการณ์” ขณะที่นายกรัฐมนตรี ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี ของอิตาลี กล่าวในทำนองชื่นชมเช่นกันว่า ลาการ์ดถือเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับตำแหน่งหัวเรือใหญ่คนใหม่ของไอเอ็มเอฟ

น่าสังเกตว่า ทั้งขุนคลังอังกฤษและคนในรัฐบาลเยอรมนี ยังแทงกั๊กด้วยการออกตัวว่ายังพร้อมที่จะสนับสนุนตัวแทนจากประเทศนอกภูมิภาคยุโรปเช่นกัน

ไม่ว่านานาประเทศจะลงรอยหรือไม่เกี่ยวกับการเสนอชื่อลาการ์ด แต่แค่เพียงพิจารณาจุดเด่นที่หยิบยกมา ด้วยความสามารถที่มีไม่เพียงช่วยเสริมความโดดเด่นของลาการ์ดเท่านั้น แต่ยังเป็นผลดีต่อการสะสางวิกฤตยืดเยื้อในยุโรป

ไม่เฉพาะแต่รัฐบาลของนานาประเทศในยุโรปเท่านั้นที่ยกย่อง แต่ยังได้รับการจัดอันดับจากหนังสือพิมพ์ Financial Times เมื่อปี 2552 ให้เป็นรัฐมนตรีคลังที่ยอดเยี่ยมที่สุดในกลุ่ม Eurozone ส่วนนิตยสาร Forbes ยังจัดอันดับในปีเดียวกัน ยกให้ลาการ์ดเป็นสตรีที่ทรงอิทธิพลที่สุดในอันดับที่ 17 จากทั้งหมด 100 คนทั่วโลก

แม้ว่าตลาดเกิดใหม่จะยังพยายามต่อสู้อย่างถึงที่สุดให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในคณะผู้บริหารของไอเอ็มเอฟ แต่อย่างน้อยการส่งเสริมรัฐมนตรีคลังของฝรั่งเศสให้ดำรงตำแหน่งสูงสุดของกองทุน ก็นับได้ว่าเป็นความเปลี่ยนแปลงอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ไอเอ็มเอฟเช่นกัน

เหมือนกับที่รัฐมนตรีคลังของอังกฤษได้กล่าวไว้ว่า “จะนับเป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่ง ที่เราจะมีผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟที่เป็นสตรีคนแรก”

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้